บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 9

ความกดดันที่ถาโถม

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"ถ้าคุณคิดจะไปจากที่นี่ ก็ทิ้งกุญแจสำรองไว้บนโต๊ะซะกวิน เพราะถ้าโปรเจกต์นี้พัง... ผมรับรองว่าชีวิตคุณที่เหลืออยู่ จะไม่มีวันได้กลับมาเจออะไรที่มันสงบสุขแบบนี้อีก" เสียงของหัวหน้าแผนกดังสะท้อนอยู่ในความว่างเปล่าของโถงทางเดินออฟฟิศที่เงียบกริบ แสงไฟฟลูออเรสเซนต์กะพริบถี่ๆ ราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติของผม ผมไม่ได้ตอบโต้ ไม่ใช่เพราะผมยอมจำนน แต่เป็นเพราะภาพเงาของ ‘ริน’ ในร้านกาแฟเมื่อคืนยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตา จนเสียงของโลกภายนอกกลายเป็นเพียงคลื่นรบกวนที่ไม่มีความหมาย ผมก้มมองเอกสารกองโตบนโต๊ะ มันคือความสำเร็จที่แลกมาด้วยเวลาที่ควรจะได้เป็นของตัวเอง มันคือโซ่ตรวนที่ชื่อว่า 'ความรับผิดชอบ' ที่รัดแน่นจนผมเริ่มหายใจไม่ออก "กวิน... คุณได้ยินที่ผมพูดไหม?" ผมเงยหน้าขึ้น สบตากับผู้ชายตรงหน้าที่มองผมเป็นเพียงเฟืองจักรตัวหนึ่งที่กำลังจะสนิมเกาะ "ผมได้ยินครับ" ผมตอบสั้นๆ เสียงของผมแหบพร่าจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ "แต่ผมขอเวลา... แค่คืนนี้คืนเดียว" "คืนเดียวก็เกินพอที่จะทำให้ทุกอย่างพัง" เขาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเดินจากไปทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง ผมนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม ความเหนื่อยล้าทางกายไม่ได้น่ากลัวเท่าความว่างเปล่าในใจ รินหายไปแล้ว—หรืออาจจะไม่เคยอยู่ตรงนั้นจริงๆ ในร้านกาแฟเมื่อคืน บันทึกเล่มนั้นวางอยู่บนโต๊ะ แต่เมื่อผมเอื้อมมือไปสัมผัส มันกลับว่างเปล่า ไม่มีตัวอักษร ไม่มีลายมือของเธอ มีเพียงกลิ่นกระดาษเก่าๆ ที่ชวนให้คิดถึงวันที่ผมยังกล้าที่จะฝัน *ครืด...* โทรศัพท์สั่นสะเทือนบนโต๊ะ หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์ที่ไม่ระบุชื่อ: *“ถ้าเลือกไม่ได้ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็จงถามตัวเองว่าที่ไหนที่ทำให้คุณกล้าเงยหน้ามองฟ้าโดยไม่รู้สึกผิด”* หัวใจของผมกระตุกวูบ ผมคว้าเสื้อโค้ท เดินออกจากออฟฟิศโดยไม่สนใจคำขู่ของหัวหน้า ความรับผิดชอบที่เคยแบกไว้ดูเบาหวิวลงทันทีเมื่อเทียบกับความกระหายที่จะหาคำตอบว่า รินคือใคร และทำไมบันทึกเล่มนั้นถึงเชื่อมโยงชีวิตผมเข้ากับสิ่งที่ผมเคยทำหล่นหายไปในอดีต ผมนั่งรถไฟเที่ยวสุดท้ายกลับไปที่ร้านกาแฟร้านเดิม แม้จะรู้ว่ามันปิดแล้ว แต่ในใจลึกๆ กลับหวังว่าจะได้เห็นแสงไฟจากหน้าต่างบานนั้นอีกครั้ง ทันทีที่เท้าแตะพื้นทางเท้าหน้าอาคาร กลิ่นฝนที่กำลังจะตกก็ลอยมาแตะจมูก บรรยากาศบีบคั้นตรึงอารมณ์จนผมต้องหยุดยืนนิ่ง ร้านมืดสนิท... แต่มีบางอย่างเปลี่ยนไป ประตูร้านเปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย ผมค่อยๆ ผลักมันออก เสียงกระดิ่งลมที่เคยคุ้นเคยไม่ดังขึ้น มีเพียงกลิ่นกาแฟคั่วบดที่อบอวลราวกับเพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ ผมก้าวเข้าไปในความมืด กวาดสายตามองไปรอบๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม คราวนี้ไม่มีริน ไม่มีรอยยิ้ม... มีเพียงสมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มเดียววางอยู่บนโต๊ะ บนปกสมุดมีรอยคราบน้ำตาที่ยังไม่แห้งสนิทวางทับด้วยกุญแจสำรองของออฟฟิศที่ผมลืมไว้บนโต๊ะทำงานเมื่อชั่วโมงก่อน! ผมรีบหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมา พลิกเปิดหน้าสุดท้ายด้วยมือที่สั่นเทา ลายมือของรินเขียนไว้เพียงประโยคเดียวที่ทำเอาโลกทั้งใบของผมหยุดหมุน: *“กวิน... ถึงเวลาที่คุณต้องเลือกแล้วว่าจะยอมแพ้ให้แก่หน้าที่ หรือจะกลับไปหาความฝันที่ฉันฝากไว้ในสมุดเล่มนี้ ก่อนที่ฝนจะหยุดตกและตัวฉันจะเลือนหายไปตลอดกาล”* ทันใดนั้น เสียงเปียโนแว่วดังมาจากชั้นบนของร้าน ทั้งที่ร้านนี้ไม่มีชั้นสอง และเสียงฝีเท้าเบาๆ กำลังเดินลงมาจากบันไดไม้ที่ผุพัง... มันไม่ใช่ฝีเท้าของคน แต่เป็นจังหวะการเดินที่คุ้นเคยจนผมแทบหยุดหายใจ ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของกวินมาถึงตอนนี้ครับ - สมุดบันทึกสีน้ำตาล
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%