บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 15

เหตุการณ์ที่ต้องตัดสินใจ

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
“สมุดเล่มนี้... ฉันไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่มันเลือกเจ้าของของมันต่างหาก คุณกวิน” หญิงสาวตรงหน้าพ่นคำนั้นออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เธอวางสมุดปกหนังสีเข้มลงบนโต๊ะทำงานที่รกเรื้อไปด้วยเอกสารของกวิน เสียงที่สมุดกระทบโต๊ะดัง ‘ปึก’ ฟังดูเหมือนค้อนตอกตะปูตัวสุดท้ายลงบนโลงศพของความหวังที่เขาเพียรสร้างมาตลอดหลายเดือน กวินมองคนตรงหน้า แววตาของเธอเฉียบคมจนเขารู้สึกเหมือนถูกเปลือยเปล่า “คุณหมายความว่ายังไงที่ว่ามันไม่เคยเป็นของผม? ผมคือคนที่เขียนมันลงไป ผมคือคนที่ใช้หยาดเหงื่อกับความทรงจำพวกนั้น...” “แต่คุณกลับเลือกจะเก็บมันไว้ในลิ้นชักที่ล็อกกุญแจแน่นหนาที่สุด เพื่อไม่ให้ใครเห็นแม้กระทั่งตัวเอง” เธอขัดจังหวะ น้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึก “เช่นเดียวกับที่คุณกำลังจะตัดสินใจทำในตอนนี้ เรื่องตำแหน่งบริหารระดับสูงที่คุณเฝ้าฝัน... มันไม่ใช่ชัยชนะหรอกค่ะกวิน มันคือการคุมขังตัวเองในกรงทองที่สวยงามกว่าเดิม” กวินนิ่งเงียบ เสียงจังหวะหัวใจของเขาเต้นรัวจนเกือบกลบเสียงแอร์ในห้องทำงาน เอกสาร ‘ข้อเสนอสัญญาจ้างงานใหม่’ วางอยู่ข้างๆ สมุดเล่มนั้น ข้อเสนอนี้คือสิ่งที่เขาเคยฝันถึงในคืนที่นั่งร้องไห้เพราะความล้มเหลวสมัยวัยรุ่น แต่วันนี้ เมื่อมันมาวางตรงหน้า พร้อมเงื่อนไขที่ต้องแลกด้วยอิสรภาพทั้งหมด—คืนวันหยุดที่หายไป ความคิดสร้างสรรค์ที่ถูกกลืนกินด้วยตัวเลข และการต้องทิ้งริน... ทิ้งตัวตนที่เขาเพิ่งเริ่มรู้จัก เขามองออกไปนอกหน้าต่างออฟฟิศชั้นที่สิบห้า ท้องฟ้าข้างนอกเริ่มมืดครึ้มเหมือนกำลังจะร้องไห้ มันเป็นบรรยากาศเดียวกันกับวันที่เขาพบรินครั้งแรก “คนเรามักกลัวการสูญเสียสิ่งที่ยังไม่ได้รับมา” เขากล่าวเสียงแผ่ว พยายามควบคุมมือที่สั่นเทา “ถ้าผมไม่เลือกทางนี้ ผมก็จะกลายเป็นแค่คนล้มเหลวที่ยังคงกอดสมุดบันทึกเก่าๆ เล่มหนึ่งไว้เพื่อปลอบใจตัวเองว่าชีวิตยังมีค่า” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเศร้าสร้อย “แล้วความฝันที่อยากจะเป็นนักเขียนล่ะคะ? หรือนั่นก็เป็นแค่เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตกไปแล้ว?” กวินกำปากกาในมือแน่น แรงบีบทำให้ข้อนิ้วขาวซีด เขาเคยสัญญากับรินไว้ว่าจะไม่มีวันปล่อยให้ ‘เรื่องเล่า’ ของเขาจบลงแบบนี้ แต่ในขณะเดียวกัน เสียงเตือนในใจกลับดังระงมว่า นี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะหลุดพ้นจากชีวิตพนักงานกินเงินเดือนที่ไร้สีสันเสียที แม้จะต้องแลกด้วยจิตวิญญาณไปตลอดกาลก็ตาม เขาหยิบปากกาขึ้นมา จรดลงบนแผ่นกระดาษสัญญา สีหมึกซึมผ่านกระดาษขาวสะอาดเหมือนหยดเลือดบนหิมะ “ถ้าผมเซ็น... ผมอาจจะสูญเสียสมุดเล่มนี้ไปจริงๆ” กวินพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นเบาหวิวราวกับใบไม้ร่วง “แต่ถ้าผมไม่เซ็น ผมก็จะสูญเสียความเป็นไปได้ที่จะเป็นใครสักคนที่... น่าจดจำ” หญิงสาวขยับตัวลุกขึ้น เธอโน้มตัวลงมาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวเธอกระทบจมูกกวิน มันเป็นกลิ่นเดียวกับกระดาษเก่าในสมุดที่เขากำลังถืออยู่ “กวินคะ... คุณรู้ไหมว่าทำไมคนถึงชอบอ่านเรื่องราวของคนอื่น? เพราะพวกเขารอคอยที่จะเห็นตัวเอก ‘เลือก’ ในสิ่งที่คนธรรมดาไม่กล้าเลือก” กวินเงยหน้าขึ้น สบตากับเธออย่างตรงไปตรงมา เขาเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในดวงตาคู่นั้น—ชายหนุ่มผู้เหนื่อยล้าที่ตัดสินใจจะทิ้งความฝันเพื่อความมั่นคง แต่ลึกๆ ในแววตา เขากลับมีความเจ็บปวดที่น่าประหลาดใจ “ถ้าวันนี้ผมเลือกความมั่นคง” กวินพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดขึ้นอย่างประหลาด “รินจะยังอยู่ข้างผมไหม?” หญิงสาวไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เธอเพียงแต่เดินไปที่ประตู แล้วหันกลับมามองเขาด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก “รินไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะกวิน เธอแค่กำลังรอให้คุณเขียนตอนจบของบทนี้ด้วยตัวเอง... แต่จำไว้เถอะนะ ว่าปากกาที่เซ็นสัญญาฉบับนี้ ไม่สามารถลบสิ่งที่เขียนลงไปในสมุดเล่มนั้นได้อีกแล้ว” กวินมองตามเธอเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เขานั่งอยู่ลำพังกับความเงียบที่กดทับ เขามองไปที่หน้ากระดาษสัญญาอีกครั้ง ลายเซ็นของเขาเกือบจะจรดลงไปบนเส้นบรรทัดสุดท้าย แต่ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นถี่รัว ตามมาด้วยเสียงของริน—รินตัวจริงที่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของบานประตู “กวิน! อย่าเซ็นนะ!” เสียงของเธอดังลอดเข้ามาพร้อมเสียงสะอื้น “ฉันเพิ่งไปหาที่บ้านมา... พวกเขาบอกว่าคุณไม่ใช่คนเดิมที่ฉันรู้จักแล้ว และถ้าคุณเซ็นสัญญาฉบับนั้น... คนที่จะเดินออกจากห้องนี้ไป จะไม่ใช่คนเดียวกับที่ฉันเคยสัญญาว่าจะเขียนเรื่องราวชีวิตด้วยกันอีกต่อไป!” กวินตัวแข็งทื่อ เขาเหลือบมองสมุดบันทึกบนโต๊ะที่จู่ๆ ก็เปิดออกเองโดยไม่มีลมพัด หน้ากระดาษว่างเปล่าที่เคยมีบันทึกของเขาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยตัวอักษรสีแดงสดที่เขามั่นใจว่าเขาไม่ได้เป็นคนเขียน ข้อความนั้นเขียนว่า: *‘หากเลือกทางนี้ เรื่องราวของคุณจะจบลงที่นี่... และตัวตนของคุณจะกลายเป็นเพียงตัวละครประกอบในสมุดของคนอื่น’* กวินตัดสินใจคว้าสมุดเล่มนั้นขึ้นมาในจังหวะที่ประตูห้องถูกผลักเปิดออกกว้าง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาที่เขาไม่คาดคิดว่าจะมาอยู่ในออฟฟิศแห่งนี้ในเวลานี้... ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษกับสมุดบันทึกสีน้ำตาลมาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%