บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 16

จุดเปลี่ยนกลางใจ

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
“คุณกำลังจะบอกว่า โอกาสที่ทุกคนในตึกนี้ใฝ่ฝัน คือภาระที่ทำให้คุณไม่ได้นอนใช่ไหม กวิน?” น้ำเสียงของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบกรีดผ่านความเงียบในห้องทำงานชั้นบนสุด เขาไม่ได้มองมาที่ฉัน แต่สายตาจับจ้องอยู่ที่สมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มเก่าในมือฉันราวกับมันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่น่ารังเกียจ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายจนชวนให้อึดอัด กวินขยับตัวเล็กน้อย แผ่นหลังที่เคยห่อไหล่ด้วยความเกรงใจบัดนี้กลับตั้งตรง แม้หัวใจจะเต้นแรงจนเกือบหลุดออกมาข้างนอก “มันไม่ใช่ภาระหรอกครับ... เอ้อ, ขอโทษทีครับ... สำหรับผม มันคือส่วนเกินที่กำลังกลืนกินเวลาที่ผมควรจะใช้เพื่อทำสิ่งที่สำคัญกว่า” ฉัน – ในฐานะคนเขียนที่เฝ้ามองกวินผ่านตัวอักษร – แทบจะกลั้นหายใจไปพร้อมกับเขา กวินกำลังทำสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน นั่นคือการกล้าสบตาคนที่มีอำนาจเหนือกว่าโดยไม่หลบเลี่ยง “สิ่งที่สำคัญกว่า? อย่าบอกนะว่าไอ้สมุดเล่มนั้นสำคัญกว่าตำแหน่งผู้จัดการภูมิภาคที่ผมอุตส่าห์ผลักดันคุณมาตลอดสองปี?” หัวหน้าของเขาสแคะยิ้ม มุมปากนั้นเต็มไปด้วยความสมเพช “คุณกำลังจะทำลายอนาคตตัวเองด้วยกระดาษเน่าๆ ไม่กี่แผ่นเนี่ยนะ กวิน?” กวินไม่ได้ตอบทันที เขาค่อยๆ มองมือตัวเองที่กุมสมุดเล่มนั้นไว้แน่น ความทรงจำสมัยวัยรุ่นที่เคยถูกฝังกลบด้วยงานเอกสาร กองอีเมลที่ไม่มีวันจบสิ้น และการประชุมที่ไร้เป้าหมาย ค่อยๆ พรั่งพรูออกมาเหมือนน้ำป่าที่เขื่อนแตก เขาเห็นภาพริน... เห็นแววตาของเธอในวันที่เรานั่งคุยกันเรื่องทุ่งหญ้าและความฝันที่เขาทิ้งไปอย่างไม่ใยดี “คุณเคยถามผมไหมครับว่าผมชอบงานนี้จริงไหม หรือผมแค่อยากได้รับการยอมรับ?” กวินถามสวน เสียงของเขานิ่งเรียบแต่ทรงพลัง “สองปีที่ผ่านมา ผมพยายามเป็นคนในแม่พิมพ์ที่บริษัทต้องการ จนผมลืมไปแล้วว่าเสียงของผมจริงๆ แล้วฟังดูเป็นอย่างไร” “คุณเพ้อเจ้อ!” “ผมไม่ได้เพ้อเจ้อครับ” กวินตัดบท น้ำเสียงของเขามีความเด็ดขาดที่ฉันเองก็เพิ่งเคยเห็น “ผมแค่กำลังรื้อฟื้นชีวิตที่เคยทำหายไป ผมปฏิเสธตำแหน่งนี้ครับ และหลังจากนี้... ผมจะไม่กลับมาที่โต๊ะทำงานนั้นอีกแล้ว” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องจนได้ยินเสียงแอร์ทำงานหึ่งๆ หัวหน้าของเขาอ้าปากค้างราวกับไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน การตัดสินใจนี้เปรียบเสมือนการตัดสะพานทิ้งกลางพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ กวินไม่ได้รู้สึกถึงความกลัวที่เคยคิดว่าจะถาโถมเข้ามา แต่มันกลับเป็นความรู้สึกโล่งเบาอย่างประหลาด ราวกับน้ำหนักของโลกทั้งใบที่แบกไว้บนบ่าได้สลายไป เขาหันหลังให้ชายผู้นั้นโดยไม่สนใจเสียงคำรามที่ตามมา กวินเดินออกจากห้องทำงานกว้างขวางนั้นด้วยก้าวที่หนักแน่น ทุกก้าวที่เดินผ่านโต๊ะพนักงานคนอื่นๆ เขาไม่ได้หันไปมองใคร ราวกับหลุดพ้นจากพันธนาการที่มองไม่เห็น จนกระทั่งเขาเดินมาถึงโถงทางเดินชั้นล่าง ร่างโปร่งบางของรินยืนรออยู่ตรงนั้น เธอไม่ได้ยิ้มกว้างเหมือนทุกครั้ง แววตาของเธอมีประกายของความเข้าใจและความเศร้าปนกันอยู่ลึกๆ “นายทำจริงๆ สินะ” รินเอ่ยเบาๆ ขณะเดินเคียงข้างเขาออกไปสู่สายฝนปรอยที่เริ่มโปรยปรายลงมาหน้าตึก “ฉันแค่กลับมาเป็นตัวเอง... ฉันตัดสินใจแล้วว่าต่อให้ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ในวัยนี้ มันก็ยังดีกว่าการนั่งตายซากอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมไปจนแก่” รินหยุดเดิน เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าสีหม่นก่อนจะหันกลับมามองกวินด้วยสายตาที่สั่นไหว “แล้วถ้าฉันบอกว่า... การที่นายตัดสินใจแบบนี้ มันไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะราบรื่นอย่างที่นายคิดล่ะ กวิน?” กวินขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไง?” รินล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ท หยิบซองจดหมายสีขาวปิดผนึกแน่นหนายื่นให้เขา มือของเธอกำมันไว้แน่นราวกับไม่อยากปล่อย “เพราะสิ่งที่นายเลือกทิ้งไปในวันนี้ ไม่ใช่แค่ตำแหน่ง แต่มันคือสิ่งเดียวที่พวกเขามีไว้ต่อรองกับนายเพื่อดึงนายให้กลับเข้าสู่เกมเดิม... และตอนนี้ พวกเขากำลังจะใช้สิ่งที่นายรักที่สุดมาบีบบังคับให้นายต้องกลับไปหาพวกเขาอีกครั้ง” กวินรับจดหมายมาด้วยมือที่สั่นเทา ทันทีที่เขารีบฉีกซองออกแล้วกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ เพียงไม่กี่บรรทัด เลือดในกายของเขาก็เย็นวาบ ข้อความในนั้นไม่ใช่คำขู่เรื่องงาน แต่มันคือคำขู่เรื่อง 'สมุดบันทึกเล่มนั้น' และความลับเบื้องหลังหน้ากระดาษที่เขาเพิ่งค้นพบ ขอบคุณที่เดินทางผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปพร้อมกับตัวละครของฉันนะคะ หวังว่าหัวใจของทุกคนจะยังคงมีความหวังในจุดเปลี่ยนของชีวิตเสมอค่ะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%