“ความจริงกับความฝันที่พังทลายไปแล้ว... คุณจะเลือกเก็บไว้ที่ไหนคะ กวิน?”
รินวางสมุดบันทึกเล่มสีซีดลงบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยคราบกาแฟ สายตาของเธอไม่ได้มองมาที่ฉัน แต่มองทะลุออกไปนอกหน้าต่างร้านกาแฟที่ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง เสียงของเธอเรียบเรื่อย ทว่าบาดลึกราวกับใบมีดที่ค่อยๆ กรีดลงบนแผลเป็นที่ฉันพยายามปิดตายมานานหลายปี
ฉันกำถ้วยกาแฟในมือแน่นจนนิ้วซีดขาว กลิ่นหอมของอาราบิก้าที่ควรจะปลอบประโลมใจกลับดูไร้ความหมายในวินาทีนี้ “ทำไมถึงถามแบบนั้นคะริน... ทั้งที่เธอเองก็รู้ดีว่าฉันไม่มีที่เหลือให้เก็บอะไรอีกแล้ว แม้แต่พื้นที่ในใจตัวเอง”
“นั่นสินะคะ” รินหันกลับมามอง ดวงตาคู่สวยของเธอมีความสั่นไหววูบหนึ่ง “แต่คุณรู้ไหมคะว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การล้มเหลว แต่มันคือการ ‘ลืม’ ว่าทำไมเราถึงอยากจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง... คุณเลือกที่จะลืมว่าคุณเคยมีความสุขกับอะไรเพียงเพราะกลัวว่ามันจะกลับมาทำร้ายคุณใช่ไหมคะ?”
คำถามนั้นไม่ใช่คำถาม แต่มันคือการพิพากษา ฉันนิ่งงัน ความทรงจำเกี่ยวกับดนตรีที่เคยเป็นลมหายใจในวัยเยาว์ถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์ กีตาร์ตัวเก่าที่วางทิ้งไว้ในมุมมืดของห้องเก็บของ ปลายนิ้วที่เคยด้านจากการกดสายจนเจ็บ แต่มันกลับเป็นความเจ็บที่น่าถวิลหาที่สุดในชีวิต
ฉันละสายตาจากเธอ มองไปยังโต๊ะข้างๆ ที่มีชายสูงวัยนั่งอ่านหนังสือพิมพ์เพียงลำพัง ท่ามกลางเสียงจอแจของร้านกาแฟ ฉันรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนขอบเหวที่ไม่มีใครมองเห็น
“ฉันไม่ได้ลืมค่ะ” ฉันตอบเสียงแผ่ว “ฉันแค่… เลือกที่จะไม่จดจำมันในแบบที่มันเป็น เพราะถ้าฉันจำได้ชัดเจนกว่านี้ ฉันกลัวว่าฉันจะยอมรับปัจจุบันที่แสนจืดชืดของตัวเองไม่ได้”
รินขยับตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าจากสมุดบันทึกเล่มนั้นโชยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นของความลับ กลิ่นของทางเลือกที่ฉันไม่เคยกล้าเดิน “งั้นลองอ่านหน้านี้ดูสิคะ หน้าที่กวิน... ในอดีต เขียนทิ้งไว้ให้คุณในอนาคต”
เธอเลื่อนสมุดมาตรงหน้าฉัน นิ้วของเธอชี้ไปที่ข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ซึ่งฉันจำได้แม่นว่าเป็นลายมือของตัวเองเมื่อสิบปีก่อน
*‘ถ้าวันหนึ่งนายลืมวิธีที่จะเปล่งเสียงออกมา จงอ่านบันทึกนี้ แล้วจงถามตัวเองว่า... หัวใจที่ตายด้านของนายตอนนี้ มันยังเต้นอยู่จริงๆ หรือแค่กำลังรอเวลาหยุดเดินกันแน่?’*
หัวใจฉันกระตุกวูบ เหมือนมีใครมาหยุดเวลาไว้ ความเงียบงันเริ่มกัดกินโสตประสาท เสียงฝนภายนอกดูเหมือนจะหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมาจากอก ฉันเงยหน้ามองริน อยากจะถามว่าเธอไปเจอสมุดเล่มนี้ที่ไหน ทำไมมันถึงมาอยู่ในมือเธอได้ในวันที่ฉันกำลังจะตัดสินใจละทิ้งทุกอย่าง
ทว่า ในจังหวะที่ฉันกำลังจะอ้าปาก รินก็ลุกขึ้นยืน เธอหยิบกระเป๋าใบเล็กขึ้นมาสะพาย สายตาของเธอดูเปลี่ยนไป มันมีความเศร้าปนกับความเห็นใจที่ฉันอ่านไม่ออก
“มีคนกำลังรอคุณอยู่ที่ที่ที่คุณจากมานะคะ กวิน...” เธอกล่าวทิ้งท้าย “และเขาไม่ได้มารอเพื่อถามหาความสำเร็จที่หายไปหรอกค่ะ เขามาเพื่อทวงคืน ‘ตัวตน’ ของคนที่เขารัก”
เธอก้าวเดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้ฉันนั่งจมอยู่กับความสับสนและสมุดบันทึกเล่มนั้น ฉันรีบคว้าสมุดขึ้นมาพลิกดูหน้าถัดไปทันที มือของฉันสั่นเทาจนแทบพลิกหน้ากระดาษไม่ไหว แต่เมื่อสายตาปะทะกับสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากระดาษที่ถูกเย็บติดกันไว้ ความจริงบางอย่างก็เผยตัวออกมา
มันไม่ใช่แค่บันทึก... แต่มันคือจดหมายเหตุของเหตุการณ์อุบัติเหตุในวันที่ฝนตกเมื่อสิบปีก่อน เหตุการณ์ที่ฉันพยายามลบออกไปจากสมองมาโดยตลอด และที่สำคัญที่สุด... ในหน้าสุดท้ายมีภาพถ่ายใบหนึ่งเสียบอยู่
ภาพของหญิงสาวที่หน้าตาเหมือนรินไม่ผิดเพี้ยน หากแต่เธอยืนเคียงข้างกับฉันในชุดนักดนตรีบนเวทีคอนเสิร์ตที่ฉันเคยฝันถึง และด้านหลังภาพมีข้อความเขียนไว้ด้วยปากกาสีน้ำเงินเข้มว่า...
*‘แด่กวิน... คนที่ลืมไปแล้วว่ารินจากไปตั้งแต่วันที่ฝนตกวันนั้น’*
ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ขาของฉันก้าวไม่ออก สายตาจับจ้องไปที่หน้าประตูร้านกาแฟ ที่นั่น ริน—หรือคนที่ฉันคิดว่าเป็นริน—ยืนมองเข้ามาผ่านกระจกหน้าร้านพร้อมรอยยิ้มที่ไม่มีวันเป็นจริงได้อีกต่อไป ก่อนที่ร่างของเธอจะค่อยๆ จางหายไปท่ามกลางสายฝนที่สาดซัดลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทิ้งไว้เพียงเงาสะท้อนของฉันเองในกระจกที่ดูแก่ชราและแตกสลายกว่าที่เคยเป็น
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างสมุดบันทึกสีน้ำตาลผ่านบททดสอบที่บีบหัวใจที่สุดในครั้งนี้ด้วยนะคะ
บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 31
บทที่ 31
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!