“ถ้าความฝันมันมีน้ำหนัก คุณคิดว่าตอนนี้คุณแบกมันไว้ หรือคุณแค่ทิ้งมันไว้ที่ไหนสักแห่งระหว่างทางกันแน่คะ กวิน?”
น้ำเสียงของรินดังแทรกผ่านความมืดมิดที่โอบล้อมรอบตัวเราไว้ราวกับก้อนเมฆที่หนักอึ้ง ฉันไม่ได้เห็นหน้าเธอชัดเจนนัก เห็นเพียงแสงสลัวจากหน้าจอบางอย่างที่สะท้อนกับดวงตาคู่นั้น—ดวงตาที่ดูเหมือนจะอ่านทะลุไปถึงเศษเสี้ยวความล้มเหลวในวัยเยาว์ของฉันได้อย่างหมดจด
ฉันนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม ในห้องที่ไร้แสงสว่าง แต่แปลกที่ฉันไม่รู้สึกถึงความกลัว มีเพียงความกดดันจากคำถามของเธอที่ทำให้ลมหายใจสะดุด
“ผม... ผมแค่ทำหล่นหายไปในวันที่ต้องเลือกระหว่างความเป็นจริงกับสิ่งที่อยากเป็น” ฉันตอบเสียงแผ่ว พยายามก้มหน้าหลบสายตาคู่นั้น “พอโตขึ้น ความฝันมันกลายเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย คุณก็น่าจะรู้ดีนี่ริน โลกผู้ใหญ่มันไม่ได้ใจดีกับคนที่มัวแต่ฝันกลางวันหรอก”
รินขยับตัวเล็กน้อย เสียงเสียดสีของเนื้อผ้ากับเบาะเก้าอี้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอถอนหายใจยาว แผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึก
“โลกผู้ใหญ่ไม่ได้ใจร้ายหรอกค่ะกวิน แค่คุณยอมแพ้ที่จะเจรจากับมันต่างหาก” รินพูดพลางเอื้อมมือมาแตะขอบโต๊ะ ปลายนิ้วเธอสั่นไหวเล็กน้อย “คุณยังจำภาพวาดชิ้นแรกที่เคยตั้งใจจะส่งเข้าประกวดได้ไหม? ภาพที่มีท้องฟ้าสีแปลกประหลาดที่คนอื่นบอกว่ามันไม่มีจริง... แต่สำหรับคุณ มันคือสีของความหวังในเช้าวันนั้นไงคะ”
ฉันชะงัก คำพูดของเธอเหมือนเข็มที่ทิ่มลงไปในแผลเป็นเก่าๆ ความทรงจำเกี่ยวกับกระดานวาดรูปที่ถูกทิ้งไว้ใต้เตียงผุดพรายขึ้นมา ภาพวาดที่ฉันเคยละทิ้งไปเพียงเพราะคำวิจารณ์ของคนรอบข้างที่บอกว่ามัน 'ไร้สาระ'
“ทำไมคุณถึงรู้เรื่องนั้น?” ฉันเงยหน้าขึ้นจ้องเธอ “เราไม่เคยคุยเรื่องนี้กัน”
รินยิ้ม—เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่มันเต็มไปด้วยความเข้าใจที่น่าสะพรึงกลัว “เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันกับคุณมีตัวตนอยู่ในที่แห่งนี้ไงคะ ความฝันที่ถูกทิ้งขว้างมักมีที่อยู่ของมันเสมอ และบันทึกของฉัน... ก็เป็นแค่ที่เก็บรวบรวมเศษเสี้ยวของความฝันที่คนอื่นลืมทิ้งไว้เหมือนกับคุณนั่นแหละ”
บทสนทนาของเราดำเนินไปในความมืดที่ไร้พรมแดน กาลเวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่ง เราแลกเปลี่ยนเรื่องราวของความล้มเหลว ความกลัวที่จะต้องเผชิญกับความผิดหวังซ้ำซาก และความกดดันจากการเป็นคนที่ต้อง 'ประสบความสำเร็จ' ในสายตาของสังคม รินพูดถึงวัยเด็กของเธอที่อยากเป็นนักเดินทางผู้ไร้จุดหมาย แต่สุดท้ายกลับต้องมาติดอยู่ในวังวนของชีวิตที่ตารางเวลาคือผู้บงการ
“กวินคะ” รินเรียกชื่อฉันเบาๆ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไป เป็นโทนที่จริงจังและเปราะบาง “คนเราไม่ได้ตายลงตอนที่หัวใจหยุดเต้นนะคะ แต่เราตายลงตอนที่เลิกเชื่อว่าเราเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองต่างหาก... คุณยังอยากกลับไปวาดภาพนั้นอีกไหม? ภาพที่ท้องฟ้ามีสีที่ไม่มีใครเคยเห็นน่ะ”
“มันสายไปแล้วริน ความรับผิดชอบมันค้ำคอผมอยู่” ฉันตอบด้วยความสัตย์จริง ความร้าวรานในอกเริ่มก่อตัวขึ้น ฉันอยากจะโต้แย้ง แต่ฉันกลับหาคำพูดมาปกป้องตัวเองไม่ได้เลย
รินลุกขึ้นยืน เธอทำท่าจะเดินไปที่หน้าต่างบานเก่าที่ถูกปิดตายไว้ แสงจากหน้าจอที่เธอถืออยู่เริ่มสั่นไหวและริบหรี่ลงเรื่อยๆ จนน่าใจหาย
“ความรับผิดชอบเป็นแค่ข้ออ้างของคนที่กลัวความพ่ายแพ้ค่ะ” เธอหยุดเดินแล้วหันกลับมามองฉัน “แต่คุณรู้ไหมว่าอะไรน่ากลัวกว่า? การที่วันหนึ่งคุณแก่ตัวลง แล้วมองย้อนกลับมาเห็นตัวเองในวัยที่ยังมีความฝัน แต่คุณกลับเลือกที่จะฆ่ามันทิ้งด้วยมือของคุณเอง... เพื่อแลกกับเศษเงินเดือนที่ไม่ได้ทำให้คุณมีความสุขเลยแม้แต่นิดเดียว”
ประโยคนั้นเหมือนหมัดฮุกเข้าที่กลางอก ฉันรู้สึกถึงหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ทันใดนั้น แสงที่สั่นไหวจากมือของรินก็ดับวูบลงสนิท ความมืดมิดปกคลุมทุกอย่างจนฉันมองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง
“ริน? คุณอยู่ไหน?” ฉันควานมือไปในอากาศ หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก
ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้น—ไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา แต่มันคือเสียงที่รุนแรงเหมือนมีใครบางคนกำลังพยายามพังเข้ามา และไม่ใช่จากด้านในที่รินเพิ่งจากไป แต่เป็นจากด้านหน้าของอพาร์ตเมนต์ที่ฉันควรจะอยู่เพียงลำพัง
เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของใครบางคนหยุดลงหน้าประตู พร้อมกับเสียงไขกุญแจที่คุ้นเคย กวิน... กุญแจดอกนั้นเป็นของพ่อที่เสียไปแล้ว และที่สำคัญที่สุด... พ่อเพิ่งจะเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับเศษกระดาษแผ่นหนึ่งในมือ ที่หน้าตาเหมือนกับหน้ากระดาษที่หายไปจากบันทึกของรินไม่มีผิดเพี้ยน!
***
สมุดบันทึกสีน้ำตาลหวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกคนได้ฉุกคิดถึงความฝันที่หล่นหายไปนะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 12
สนทนากับริน
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!