บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 19

บันทึกหน้าสุดท้าย

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
“อย่ามองมัน กวิน!” เสียงของรินตวาดลั่นท่ามกลางเสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะราวกับกระดูกที่ถูกหักดิบ ร่างเงาสีดำสนิทที่กำลังโผล่พ้นจากรอยแยกใต้พื้นไม้ไม่ได้มีรูปร่างเลือนลางอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันมีผิวสัมผัสเหมือนน้ำมันดิบที่ข้นคลั่ก แสงสีแดงที่พุ่งขึ้นมานั้นร้อนแรงจนกลิ่นไม้ไหม้โชยเข้าจมูก เราทั้งคู่ต่างถอยกรูดจนหลังชนเข้ากับผนังคาเฟ่ที่สั่นสะเทือนไปตามแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวขนาดย่อมที่ดูเหมือนจะพุ่งเป้ามาที่ร้านกาแฟเก่าแก่แห่งนี้เพียงที่เดียว เงาร่างนั้น—ร่างที่เหมือนกวิน—ค่อยๆ ยันตัวขึ้นอย่างเชื่องช้า นิ้วมือยาวผิดปกติเกาะขอบรอยแยกไว้แน่น รอยยิ้มบิดเบี้ยวบนใบหน้าของมันไม่ใช่รอยยิ้มของผู้ชนะ แต่มันคือรอยยิ้มของ 'ความเสียดาย' ที่กัดกินหัวใจมาตลอดสิบปี “มึงกลัวอะไรล่ะ กวิน?” เงาร่างนั้นเอ่ย เสียงของมันแหบพร่าเหมือนเสียงกระดาษทรายขูดกับโลหะ “กลัวว่าถ้ากูขึ้นมาได้ มึงจะต้องยอมรับว่าความฝันที่มึงทิ้งไป มันไม่ได้หายไปไหน แต่มันเน่าเปื่อยอยู่ใต้เท้าของมึงนี่เอง!” กวินตัวสั่นเทิ้ม หัวใจของเขาเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก เขาไม่ได้กลัวสัตว์ประหลาดที่อยู่ตรงหน้า เขาเริ่มตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่สิ่งลี้ลับจากที่ไหน แต่มันคือ 'ตัวตน' ที่เขาพยายามฝังกลบไว้ภายใต้ความเรียบง่ายของชีวิตพนักงานออฟฟิศที่ไร้สีสันมาตลอดชีวิต “ริน...” กวินหันไปมองหญิงสาวข้างกายที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือด “ถ้าวันนี้ผมต้องจบมันลง ผมไม่ได้หมายถึงการหนี แต่หมายถึงการเผชิญหน้า” รินเม้มปากแน่น ดวงตาของเธอฉายแววเจ็บปวดแต่ก็ยอมถอยออกมาหนึ่งก้าว เธอรู้ดีว่านี่คือสงครามที่กวินต้องรบด้วยตัวเอง “ถ้าอย่างนั้น ก็เขียนมันลงไปสิ... เขียนให้คนคนนั้นอ่าน ให้มันได้รับรู้ว่าทุกหยดน้ำตาที่ร่วงหล่น มันไม่ได้เปล่าประโยชน์” กวินทรุดตัวลงนั่งบนพื้นไม้ที่กำลังร้อนระอุ เขาคว้าสมุดบันทึกเล่มสีน้ำตาลคู่ใจออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ปากกาลูกลื่นในมือสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะจรดลงบนหน้ากระดาษว่างเปล่าหน้าสุดท้าย ในขณะที่เงาร่างปีศาจนั้นเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ทิ้งรอยไหม้เป็นทางยาวตามจังหวะการเคลื่อนไหว *‘แด่ตัวฉันที่อยู่ใต้เงาของความกลัว’* กวินเริ่มเขียน มือของเขาเริ่มมั่นคงขึ้น ราวกับว่าทุกตัวอักษรที่ไหลออกมาคือการถอนสมอที่ล่ามโซ่หัวใจเขาไว้กับอดีต *‘ฉันลืมเล่าเรื่องที่สำคัญที่สุดไป... ฉันลืมเล่าว่าความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือปุ๋ยชั้นดีที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่าฉันคือใคร ในวันที่ฝนตกหนักที่สุด ฉันไม่ได้ต้องการที่หลบภัย แต่ฉันต้องการกระจกเงา และกระจกบานนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน มันคือความซื่อสัตย์ที่มีต่อความรู้สึกตัวเอง ไม่ว่ามันจะเจ็บปวดหรือดูงี่เง่าแค่ไหนก็ตาม’* อากาศในร้านเริ่มเบาบางลง เงาร่างนั้นหยุดชะงักเมื่อกวินเขียนประโยคถัดไป *‘ขอบคุณนะที่รอคอยฉันอยู่ใต้รอยแยกนี้ ขอบคุณความผิดหวัง ขอบคุณความฝันที่พังทลาย เพราะถ้าไม่มีพวกแก ฉันคงไม่มีวันมองเห็นความงามของการมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน... ตอนนี้ฉันให้อภัยแกแล้ว และฉันพร้อมที่จะก้าวต่อไปโดยไม่ต้องลากโซ่ตรวนที่ชื่อว่าอดีตไปกับฉันอีก’* ทันทีที่จุดฟูลสต๊อปสุดท้ายถูกแต้มลงบนหน้ากระดาษ เงาร่างปีศาจนั้นก็เริ่มสลายกลายเป็นละอองสีทองจางๆ แสงสีแดงก่ำใต้พื้นไม้ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่เงียบสงบ กลิ่นไม้ไหม้หายไป เหลือเพียงกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นที่อบอวลอยู่รอบตัวอย่างน่าประหลาด กวินถอนหายใจยาว ความรู้สึกหนักอึ้งที่เกาะกุมกลางอกมานานนับสิบปีมลายหายไปจนหมดสิ้น เขารู้สึกเบาสบายราวกับคนละคน รินก้าวเข้ามาใกล้แล้ววางมือลงบนไหล่ของเขา สัมผัสที่อบอุ่นนั้นทำให้เขารู้สึกว่าโลกใบนี้ยังมีที่ยืนสำหรับเขาเสมอ “จบแล้วใช่ไหม?” รินถามเบาๆ กวินปิดสมุดบันทึกเล่มสีน้ำตาลลงช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานร้านที่เริ่มปรากฏรอยร้าวเล็กๆ ที่เกิดจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขากลัวอีกต่อไป เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ก่อนจะหันไปสบตารินด้วยรอยยิ้มที่สดใสที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา “จบแล้วล่ะริน... ต่อไปนี้จะเป็นเรื่องเล่าบทใหม่ที่ผมจะเป็นคนเขียนเอง” ทว่า ในจังหวะที่กวินกำลังจะก้าวเดินออกไปจากร้าน ประตูบานเก่าที่เขาเชื่อว่าล็อกไว้สนิทตั้งแต่วันแรกที่เข้ามากลับเปิดออกด้วยแรงผลักจากภายนอก ร่างหนึ่งเดินก้าวเข้ามาในร้าน เขาคนนั้นสวมเสื้อโค้ทสีเทาเก่าๆ พร้อมกับถือสมุดบันทึกสีน้ำตาลอีกเล่มหนึ่งในมือที่ดูเก่าและกรอบมากกว่าเล่มของกวินหลายเท่าตัว ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้กวินต้องหยุดหายใจ... เพราะใบหน้านั้นคือใบหน้าของกวินในอีกสามสิบปีข้างหน้า ที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นและดวงตาที่เหนื่อยล้าจากการรอคอย “ในที่สุด... เจ้าก็เข้าใจมันสักที” ชายแก่เอ่ยพร้อมกับยื่นมือที่สั่นเทามาทางกวิน “มาสิ... ถึงเวลาที่เจ้าต้องเรียนรู้วิธีการเขียนเรื่องราวที่จะเปลี่ยนอนาคตของพวกเราทั้งหมดแล้ว” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับบันทึกเล่มนี้มาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%