บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 48

บทที่ 48

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"คุณไม่ได้กำลังซ่อมแซมหน้าต่างบานนั้น... คุณแค่พยายามขังตัวเองไว้ข้างในต่างหากล่ะ กวิน" เสียงของรินดังขึ้นในความสลัวของห้องสมุดเก่า กลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศราวกับเวลาถูกแช่แข็ง ปลายนิ้วของกวินชะงักค้างอยู่บนกรอบไม้ผุพัง เขาไม่ได้หันกลับไปทันที ความเงียบงันระหว่างพวกเขายืดยาวราวกับเส้นด้ายที่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ ปลายทางคือความจริงที่ทั้งคู่ต่างพยายามหลบ It แต่ในบทที่ 48 นี้ ไม่มีพื้นที่ให้ความลังเลอีกต่อไป กวินค่อยๆ หันกลับมา แววตาของชายหนุ่มผู้เคยไร้สีสันในวันวาน บัดนี้ไหวระริกด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดที่สะสมมาเนิ่นนาน เขากวาดสายตามองหญิงสาวผู้เป็นดั่งกระจกเงา สะท้อนส่วนลึกที่เขาไม่เคยกล้าเผชิญหน้า "แล้วถ้าการขังตัวเองไว้... มันคือวิธีเดียวที่ทำให้ฉันไม่ต้องสูญเสียอะไรไปอีกเล่า ริน?" เสียงของกวินแหบพร่า หลุดออกมาจากลำคอราวกับคนใกล้หมดแรง รินไม่ได้ขยับตัวเข้ามาปลอบโยน เธอยังคงยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือโบราณ สายตาคู่นั้นคมปลาบแต่เต็มไปด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เธอยิ้มเศร้าๆ ที่มุมปาก ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ทีละนิด เสียงฝีเท้ากระทบพื้นไม้ดังเอี๊ยดอาดราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ "การไม่สูญเสียอะไรเลย... แท้จริงแล้วแปลว่าเราไม่เคยมีอะไรเป็นของตัวเองตั้งแต่แรกต่างหากคะ" รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียաբงแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณอ่านไดอารีเล่มนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อรอคอยปาฏิหาริย์จากอดีต แต่ลืมไปว่าปัจจุบันกำลังร่วงหล่นจากมือคุณทีละนิดเหมือนฝุ่นพวกนี้" กวินเม้มปากแน่น หัวใจของเขารู้สึกเหมือนถูกบีบอัดด้วยคีมเหล็ก ภาพเหตุการณ์ในอดีตสมัยที่เขาล้มAเลิกความฝันเรื่องการวาดภาพซ้อนทับขึ้นมาในหัว ความพ่ายแพ้ ความกลัวที่จะล้มเหลวอีกครั้ง และเสียงคำดูถูกของผู้คนในสังคมที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นมนุษย์เงินเดือนผู้ไร้ตัวตน ทุกอย่างฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เขาก้มมองสมุดบันทึกสีน้ำตาลในมือ สมุดที่บรรจุเรื่องราวของเขาและเธอ สมุดที่เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างโลกความจริงอันโหดร้ายกับโลกแห่งความฝันที่พังทลาย "ริน... ถ้าฉันยอมเปิดหน้าต่างบานนั้นออกไปจริงๆ สิ่งที่รอฉันอยู่ข้างนอก... อาจไม่ใช่แสงสว่างก็ได้นะ" กวินกระซิบ ดวงตาแดงก่ำด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอแต่ยังไม่ยอมไหลริน รินเอื้อมมือมาแตะที่หลังมือของกวินเบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านนั้นส่งผ่านความกล้าหาญเล็กๆ น้อยๆ เข้ามาในร่างกายของเขา "ความมืดมนไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการที่เราปฏิเสธจะมองเห็นความจริงหรอกค่ะ เปิดมันสิคะ... แล้วเราค่อยไปดูด้วยกันว่าข้างนอกนั้นมีอะไรรออยู่" กวินสูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด มือที่สั่นเทาออกแรงผลักบานหน้าต่างไม้เก่าแก่ที่ฝืดเคืองออกไปช้าๆ เสียงไม้เสียดสีกันดังลั่นแข่งกับเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาด้านนอกอีกครั้ง กลิ่นอายของดินชื้นและสายฝนพัดปะทะใบหน้าทันที ความเย็นยะเยือกทำให้สติของเขากลับมาแจ่มชัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สายตาของกวินมองลอดผ่านกรอบหน้าต่างออกไปสู่โลกกว้างที่เขาไม่ได้สัมผัสมาหลายปี เบื้องล่างคือถนนสายเดิมที่ผู้คนกำลังเดินกางร่มเร่งรีบ แต่สิ่งที่สะดุดตาเขาไม่ใช่ความวุ่นวายนั้น หากแต่เป็นเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนยืนถือร่มสีแดงสดหยุดยืนอยู่ตรงหน้าตึก ยืนนิ่งราวกับกำลังรอคอยใครบางคนมาเนิ่นนาน กวินเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ ร่างนั้น... หันหน้ากลับมามองตรงมายังหน้าต่างห้องสมุดบนชั้นสาม ใบหน้านั้นชัดเจนผ่านม่านฝนที่โปรยปราย และรอยยิ้มที่ส่งตรงมาถึงเขาก็ทำให้โลกทั้งใบของกวินพังทลายลงในพริบตา คนคนนั้นคือคนที่เขาฝังกลบความทรงจำไว้ลึกที่สุดในใจ... คนที่เขาคิดว่าไม่มีวันได้พบเจออีกตลอดชีวิต ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ สมุดบันทึกสีน้ำตาล
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%