บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 29

บทที่ 29

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
“ถ้ารินจะบอกว่าความฝันที่พังทลายของกวิน คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้รินอยากรู้จักคุณจริงๆ คุณจะเชื่อไหมคะ?” รินวางปากกาด้ามเก่าลงบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยคราบกาแฟจางๆ สายตาของเธอไม่ได้มองมาที่ฉัน แต่มองทะลุออกไปนอกหน้าต่างบานเก่าที่ฝนกำลังโปรยปรายลงมาเป็นสาย การหยั่งเชิงด้วยประโยคที่เหมือนคมมีดบาดลึกเข้าไปในความทรงจำที่ฉันพยายามปิดตายมาตลอดหลายปี ทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดไปชั่วขณะ ฉันกำถ้วยกระดาษในมือแน่นจนนิ้วซีดขาว กลิ่นอายของความล้มเหลวในวัยยี่สิบต้นๆ ย้อนกลับมาทำร้ายด้วยความคมชัดที่น่าตกใจ กวินคนเดิมที่เคยพยายามวาดฝันจะเปลี่ยนโลกด้วยงานศิลปะ บัดนี้เหลือเพียงพนักงานออฟฟิศที่ใส่สูทสีเทาหม่นและใช้ชีวิตไปวันๆ เพื่อรอเงินเดือน “รินกำลังพูดเรื่องอะไรคะ...” ฉันเค้นเสียงถาม เสียงที่แห้งผากและสั่นเครือ “มันก็แค่อดีตที่ไม่มีใครอยากจดจำ... แม้แต่ตัวฉันเอง” รินหันกลับมามอง ดวงตาคู่สวยของเธอนิ่งสนิทจนฉันอ่านไม่ออก เธอไม่ได้โกรธ และไม่ได้เวทนา แต่มันคือความรู้สึกที่หนักอึ้งกว่านั้น เธอเอื้อมมือมาวางทับลงบนมือของฉัน สัมผัสที่เย็นเยียบจากปลายนิ้วของเธอส่งผ่านความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้—เหมือนเธอกำลังส่งผ่าน ‘ความกล้า’ ที่ฉันทำหายไปให้กลับคืนมา “กวินคะ ความผิดพลาดมันไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือลายเซ็นที่บอกว่าเราเคยมีชีวิตอยู่จริงๆ” รินเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น “บันทึกที่คุณเจอ... คุณคิดว่ามันบังเอิญจริงๆ หรือคะที่ทุกหน้ากระดาษมันเขียนเรื่องเดียวกับที่คุณเคยคิดจะทิ้งไป?” ความเงียบเข้าปกคลุมบทสนทนาของเรา เสียงฝนที่กระทบกระจกหน้าต่างดูจะดังขึ้นกว่าเดิมในความรู้สึกของฉัน คำพูดของเธอไม่ใช่คำปลอบโยน แต่มันคือการขุดคุ้ยบาดแผลเพื่อจะเย็บปิดมันให้สนิท ฉันอยากจะเถียง อยากจะบอกว่าโลกแห่งความเป็นจริงมันไม่ได้สวยงามเหมือนนิยายที่เธอเขียน แต่เมื่อมองเข้าไปในแววตาของเธอ ฉันกลับพบความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้บรรทัดเหล่านั้น... ความจริงที่ว่า ฉันไม่เคยไปไหนเลย ฉันยังคงติดอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแห่งความล้มเหลวนั้นมาตลอดสิบปี “ริน...” ฉันถอนหายใจยาว “ถ้าทุกอย่างคือสิ่งที่ถูกกำหนดไว้ แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงคะ? ในเมื่อตอนนี้ฉันไม่มีแม้แต่ความฝันที่เหลืออยู่ให้ไขว่คว้า” “ใครบอกว่าไม่มีคะ?” รินยิ้มบางๆ มือของเธอขยับไปหยิบสมุดบันทึกเล่มสีน้ำตาลที่วางอยู่ตรงกลางระหว่างเรา เธอค่อยๆ เปิดมันออกจนถึงหน้าสุดท้ายที่ฉันยังไม่เคยอ่าน “ลองอ่านตรงนี้ดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมเราถึงต้องมานั่งอยู่ตรงนี้ในวันที่ฝนตกแบบนี้” ฉันหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ลายมือของรินที่ดูปราดเปรียวและเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตปรากฏอยู่ตรงหน้า ข้อความในหน้านั้นไม่ได้เกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีต แต่มันคือตารางเวลา... สถานที่... และชื่อของ ‘บุคคล’ ที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดี ชื่อที่เขียนอยู่บรรทัดสุดท้าย คือชื่อของชายที่ฉันเพิ่งส่งอีเมลลาออกไปเมื่อเช้านี้... ชายที่เคยเป็นเจ้านายคนแรกของฉัน ผู้ที่เหยียบย่ำความฝันของฉันจนแหลกลาญในวันที่ฉันตัดสินใจล้มเลิกทุกอย่าง และเขากำลังยืนอยู่หน้าประตูกระจกบานนั้นในวินาทีนี้เอง ประตูร้านกาแฟเปิดออกพร้อมกับเสียงกระดิ่งที่ดังกังวานก้องไปทั่วห้อง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและบุคลิกที่ดูคุกคามของชายวัยกลางคนคนนั้นทำให้บรรยากาศในร้านเปลี่ยนไปทันที เขาเดินตรงมาที่โต๊ะของเรา โดยไม่หันไปมองใครอื่นนอกจากฉัน “กวิน ผมได้จดหมายลาออกของคุณแล้ว” ชายคนนั้นกล่าวพลางวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง “แต่ผมว่าคุณคงลืมไปว่า... คุณยังติดค้างบางอย่างที่สำคัญกว่านั้นไว้กับบริษัทผม และถ้าคุณก้าวออกไปโดยไม่จัดการเรื่องนี้ให้จบ คุณจะไม่มีทางได้ใช้ชีวิตอย่างคนปกติสุขได้อีกเลย” ฉันเบิกตากว้าง หันไปหารินเพื่อขอคำอธิบาย แต่เธอกลับนั่งนิ่ง รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของเธอหายไป เหลือเพียงความเย็นชาที่น่าขนลุก ก่อนที่เธอจะกระซิบข้างหูฉันด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ “ขอโทษด้วยนะคะกวิน แต่ความทรงจำที่คุณลืมเล่า... มันอาจจะกลายเป็นหลักฐานมัดตัวคุณไปตลอดกาล” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยดน้ำฝนที่เริ่มกลายเป็นพายุในหัวใจดวงนี้ไปพร้อมกับสมุดบันทึกสีน้ำตาลนะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%