กลิ่นอับชื้นของคุกหลวงใต้ดินผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ คือกลิ่นหอมที่เซี่ยอวี้เหว่ยคุ้นเคยมาครึ่งค่อนชีวิต ในฐานะพัศดีหญิงผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งแดนสนธยาแห่งนี้ นางไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด ไม่ว่าจะเป็นนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ ฆาตกรต่อเนื่อง หรือขุนนางกังฉินที่เคยชี้หน้าด่ากราดแผ่นดิน ต่างก็ต้องสยบแทบเท้าภายใต้ปลายดาบเบาหวิวแต่เฉียบคมของนางทั้งสิ้น
ทว่า… วันนี้นางกลับรู้สึกว่าความนิ่งสงบในใจกำลังถูกสั่นคลอนด้วยเสียงเคาะพัดกระดาษเบาๆ
*แปะ... แปะ... แปะ...*
เสียงนั้นดังมาจากกรงขังเดี่ยวปลายทางเดินอับทึบ กรงขังที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกักขังนักโทษคดีกบฏแผ่นดินโดยเฉพาะ แต่นักโทษผู้ประทับอยู่ในนั้นเวลานี้ กลับไม่ได้นั่งกอดเข่าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น
ร่างสูงโปร่งในชุดนักโทษสีทึบเทอะทะ แต่กลับถูกเขาดัดแปลงจนดูคล้ายอาภรณ์ราคาแพง มู่หรงอี้กำลังนั่งเอกเขนกอยู่บนฟางข้าวเก่าๆ ขาข้างหนึ่งยกขึ้นพาดทับอีกข้างอย่างสบายอารมณ์ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาหันมาสบตากับนาง พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์เกินเยียวยา
"พัศดีเซี่ย… เดินตรวจตราเหนื่อยมาทั้งวัน ท่านไม่คิดจะหาชาชั้นดีมาต้อนรับแขกคนสำคัญอย่างข้าสักกาหน่อยหรือ"
น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน ราวกับสถานที่แห่งนี้คือโรงเตี๊ยมหรูหรากลางเมืองหลวง ไม่ใช่คุกใต้ดินที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในแคว้น
เซี่ยอวี้เหว่ยหยุดฝีเท้า ดวงตากลมโตคมกราบหรี่ลงเล็กน้อย ประเมินบุรุษตรงหน้าด้วยความเย็นชา นางก้าวเข้าไปใกล้กรงเหล็กทีละน้อย เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินดังก้องกังวาน บ่งบอกถึงความมั่นคงในทุกย่างก้าว
"มู่หรงอี้ เจ้าเข้าใจผิดอะไรไปหรือเปล่า" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยลอดไรฟัน "ที่นี่คือคุกหลวง ไม่ใช่หอนางฟ้า และตัวเจ้า… ก็คือนักโทษประหารที่รอวันชำระโทษ ไม่ใช่คุณชายเจ้าสำราญที่จะมานั่งจิบชาชมจันทร์"
มู่หรงอี้หัวเราะในลำคอเบาๆ เขายันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนจะเดินทอดน่องเข้ามาใกล้ซี่กรงเหล็ก ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่กั้นขวางด้วยเหล็กเส้นหนา ทว่าแววตาแพรพราวของเขากลับพุ่งตรงมาที่นางอย่างไร้ความเกรงกลัว
"พูดจาใจร้ายเสียจริง ข้าอุตส่าห์เดินทางไกลนับพันลี้เพื่อมาพบหน้าพัศดีคนสวยผู้เลื่องชื่อ ทั้งยังยอมสละอิสรภาพชั่วคราวเพื่อให้ท่านได้ใช้ฝีมือ… แบบนี้ไม่เรียกว่าแขกคนสำคัญ แล้วจะให้เรียกว่าอะไรเล่า" เขาจงใจลากเสียงยาว พร้อมกับยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ซี่กรงอีกนิด จนเซี่ยอวี้เหว่ยเกือบจะเผลอชักกระบี่ออกมารangเซ่นคอหอยเขาเสียเดี๋ยวนี้
"สามห่าว!" เซี่ยอวี้เหว่ยตวาดเสียงกร้าว มือเรียวบางกำด้ามกระบี่แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน "ปากดีแบบนี้ หวังว่าตอนที่ข้าใช้ทัณฑ์ทรมานทั้งแปดสิบเอ็ดรูปแบบต้อนรับเจ้า เจ้าจะยังมีอารมณ์มาส่งยิ้มกวนประสาทแบบนี้ได้อีกนะ!"
"โอ้… ทัณฑ์ทรมานแปดสิบเอ็ดรูปแบบเชียวหรือ" มู่หรงอี้เลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ ไร้ซึ่งความตื่นกลัวแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองสำรวจเรือนร่างระหงในชุดเครื่องแบบพัศดีรัดกุมของนางอย่างจงใจจะลวนลามทางสายตา ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า "ฟังดูเร้าใจไม่เบา… แต่ถ้าเป็นท่านลงมือเอง ต่อให้ต้องรับทัณฑ์หนักหนาสักแค่ไหน ข้าก็ยินดีพลกายพลใจ เอ้ย… ยินดีรับไว้ทั้งหมดด้วยความเต็มใจยิ่ง"
*ฉ่า!*
ความร้อนแล่นพล่านขึ้นมาบนใบหน้าของเซี่ยอวี้เหว่ยอย่างไม่ทันตั้งตัว นางไม่เคยเจอใครหน้าหนาและไร้ยางอายเท่านี้มาก่อน บุรุษผู้นี้สูญเสียพลังยุทธ์ไปแล้วแท้ๆ แต่กลับยังมีฤทธิ์เดชในการปั่นป่วนหัวใจคนอื่นให้ปั่นป่วนได้ถึงเพียงนี้
"เจ้าอยากตายนักใช่ไหม!" นางเงื้อมือตบเข้าที่ซี่กรงเหล็กอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น แต่มู่หรงอี้กลับเบี่ยงตัวหลบอย่างเชื่องช้า ท่าทางกวนประสาทนั้นยิ่งทำให้เพลิงโทสะในอกของพัศดีสาวพุ่งสูงจนแทบจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
"ใจเย็นก่อนสิพัศดีเซี่ย… ข้าว่าเรามาตกลงกันดีกว่า" มู่หรงอี้เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตานาง "ข้าไม่ได้ตั้งใจจะมาอยู่ที่นี่นานนักหรอก และท่านเองก็คงไม่อยากเก็บตัวปัญหาอย่างข้าไว้รกหูรกตาใช่ไหมล่ะ? ถ้าท่านปล่อยข้าเดินเล่นรอบคุกหลวงวันนี้ ข้าอาจจะบอกความลับบางอย่าง… เกี่ยวกับคดีกบฏที่ใต้เท้าจ้าวพยายามปกปิดอยู่ก็ได้นะ"
ชื่อของ 'ใต้เท้าจ้าว' หลุดออกมาจากปากของนักโทษหนุ่ม ทำให้เซี่ยอวี้เหว่ยชะงักไปทันที ดวงตาคู่งามหรี่แคบลงด้วยความสงสัย ขุนนางเฒ่าจ้าวผู้ดูแลคุกหลวงมีเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่จริงๆ หรือ? และบุรุษผู้นี้รู้ได้อย่างไร?
ทว่าก่อนที่นางจะได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงหอบแฮกของใครบางคนก็ดังขึ้นที่ปากทางเข้าอุโมงค์มืด
"ใต้เท้าเซี่ย! แย่แล้วขอรับ!" เสียงร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของทหารยามดังแทรกขึ้นมาก่อนตัว "มีราชโองการด่วนจากห้องทรงพระอักษร… พระราชทานอภัยโทษให้แก่นักโทษมู่หรงอี้! และ… และเวลานี้ ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้แต่งตั้งเขาเป็น 'ที่ปรึกษาพิเศษ' ประจำคุกหลวงแห่งนี้แล้วขอรับ!"
เซี่ยอวี้เหว่ยเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนขึ้นมาทันที นางหันขวับกลับไปมองหน้าคนตัวสูงในกรงขังอีกครั้ง
มู่หรงอี้แย้มรอยยิ้มกว้าง เจ้าเล่ห์ และพราวเสน่ห์ยิ่งกว่าเดิม เขายื่นมือผ่านซี่กรงออกมาแตะปลายกระบี่ของนางเบาๆ อย่างถือวิสาสะ พร้อมกับกระซิบคำพูดประโยคสุดท้ายข้างหู ที่ทำให้ลมหายใจของนางสะดุดกัก
"ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะ… ท่านพัศดีคนสวย"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความกวนประสาทของพ่อหนุ่มคนนี้ด้วยกันนะคะ!
ยอดพัศดีสาวกับเซียนหนุ่มจอมกวน•ตอนที่ 1
นักโทษผู้ไม่สะทกสะท้าน
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดพัศดีสาวกับเซียนหนุ่มจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
