ยอดพัศดีสาวกับเซียนหนุ่มจอมกวน•ตอนที่ 3

อาหารมื้อแรกกับยาพิษทดสอบ

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"แม่นางเซี่ย... ท่านตั้งใจจะส่งข้าไปยมโลกด้วยฝีมือการทำอาหาร หรือด้วยความเคียดแค้นส่วนตัวกันแน่คะ?" น้ำเสียงยียวนกวนประสาทนั้นดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของนักโทษหนุ่มที่ทรุดฮวบลงไปนอนกองกับพื้นห้องขัง มือเรียวยาวกุมท้องแน่น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมาน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าจนเส้นผมเปียกชุ่ม เซี่ยอวี้เหว่ยชะงักมือที่กำลังจะหมุนตัวเดินออกจากกรงขัง หัวใจของพัศดีสาวกระตุกวูบอย่างแรงโดยไม่ทันตั้งตัว สำรับอาหารไม้เรียบง่ายที่นางเพิ่งวางลงบนโต๊ะข้างกรง—ซึ่งประกอบด้วยหมั่นཐินอุ่นๆ และผัดผักป่า—ยังคงส่งไอความร้อนกรุ่นอยู่เลยนะaคะ! "มู่หรงอี้!" นางหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว ก้าวเท้าเข้าไปประชิดซี่กรงเหล็กด้วยความร้อนรนที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ใบหน้าเย็นชาอย่างมิดชิด มือเรียวยาวควσόซี่กรงแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน "เจ้าเป็นอะไรไป? ข้าแค่..." "โอ๊ย... เจ็บ... เจ็บเสียดไปหมด ไส้ข้าคงขาดเป็นท่อนๆ แล้วกระมัง" นักโทษตัวแสบส่งเสียงครางครือ ดวงตาหงส์หรี่ปรอยราวกับคนใกล้ตาย ปากซีดเซียวที่มักจะหาเรื่องนางไม่หยุดหย่อนบัดนี้สั่นเทา "ไม่น่าเชื่อว่า... ข้าจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของมือสังหารพรรคโลหิตมาได้ แต่กลับต้องมาจบชีวิตลงด้วยผัดผักจานเดียวของพัศดีคุกหลวง... ช่างน่าอนันทนาการยิ่งนัก" คำพูดตัดพ้อแกมหยอกล้อแม้จะเบาหวิว แต่กลับทำให้เซี่ยอวี้เหว่ยที่กำลังหน้าถอดสีเพราะความเป็นห่วง เริ่มรู้สึกถึงเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาทีละน้อย ยาพิษอย่างนั้นหรือ? เป็นไปได้อย่างไรกัน! อาหารทุกสำรับในคุกหลวงแห่งนี้ ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยด้วยเข็มเงินและถูกปรุงโดยพ่อครัวประจำเรือนจำอย่างเข้มงวด ยิ่งไปกว่านั้น... ผัดผักจานนั้นนางเป็นคนลงมือผัดด้วยตัวเอง และนางก็ทานมันไปครึ่งหนึ่งก่อนจะนำมาส่งให้เขาด้วยซ้ำ! ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าเรียบนิ่งหรี่ลงพิจารณาอาการของคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว สติปัญญาอันเฉียบคมเริ่มประมวลผล ความเจ็บปวดทรมานที่แสดงออกมานั้นสมจริงจนน่าใจหาย หากแต่มือข้างที่เขาแอบกุมท้องไว้... ไฉนจึงขยับนิ้วเคาะจังหวะสนุกสนานเช่นนั้นเล่าคะ? ให้ตายสิ... เซี่ยอวี้เหว่ยสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมา นางปรายตามองร่างที่นอนโอVครวญอยู่บนพื้นดินเย็นเยียบ ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไปไม่ถึงดวงตา "อ๋อ... พิษกำเริบอย่างนั้นหรือคะ?" น้ำเสียงของนางราบเรียบจนน่ากลัว "ถ้าเช่นนั้น ข้าคงต้องรีบไปตามหมอหลวงมาผ่าท้องท่านเพื่อตรวจดูว่ามีเศษผักพิษตกค้างตรงไหนบ้าง... หรือไม่ก็... เผาทำลายร่างท่านทิ้งเสียแต่ตอนนี้ เพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปทั่วคุกหลวง" ร่างที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นชะงักกึกทันที มู่หรงอี้แอบลืมตาข้างหนึ่งขึ้นมามอง พบบorว่าพัศดีสาวไม่ได้มีทีท่าตื่นตระหนกหรือวิ่งวุ่นไปตามคนอย่างที่เขานึกสนุกอยากแกล้งเลยแม้แต่น้อย ใบหน้างดงามนั้นกลับประดับด้วยรอยยิ้มพิฆาตที่ทำให้เซียนหนุ่มผู้ไร้พ่ายถึงกับเสียวสันหลังวาบ "อะแฮ่ม..." มู่หรงอี้กระแอมเบาๆ ลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิอย่างรวดเร็วดุจพลิกฝ่ามือ อาการเจ็บปวดปางตายเมื่อครู่มลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ใบหน้าหล่อเหลายังคงมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่เช่นเคย ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์หญิงสาวตรงหน้าด้วยความระคนทึ่ง "ใจร้ายนัก แม่นางเซี่ย... ข้าอุตส่าห์แสดงละครฉากใหญ่ให้ท่านดูเพื่อคลายความเครียดแท้ๆ ไฉนท่านจึงไม่มีความเห็นใจให้บุรุษรูปงามที่กำลังป่วยไข้ผู้นี้เลยเล่าคะ?" "ป่วยไข้?" เซี่ยอวี้เหว่ยแค่นเสียง hmph ออกมาเบาๆ นางกอดอกมองเขาด้วยสายตาดุจคมมีด "ข้าเพิ่งรู้ว่าเซียนผู้ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่ง จะมีงานอดิเรกเป็นการนอนดิ้นพาดพื้นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพัศดีต้อยต่ำเช่นข้า" "ใครว่าข้าเรียกร้องความสนใจจากคนอื่นกันเล่า" มู่หรงอี้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้ซี่กรงเหล็กจนระยะห่างเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตาคมกริบพุ่งตรงมาที่นางราวกับจะกลืนกิน "ข้าเรียกร้องความสนใจจาก 'ท่าน' คนเดียวเท่านั้น... เจ้าไม่รู้หรือไงคะว่า ข้าอดหลับอดนอนคิดถึงหน้าบึ้งตึงของท่านมาทั้งคืนแล้ว" คำพูดหวานเลี่ยนที่ถูกพ่นออกมาอย่างไร้ยางอาย ทำเอาเซี่ยอวี้เหว่ยรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ นางเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาร้อนแรงคู่นั้น พยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาความเย็นชาและมาดมั่นของพัศดีสาวเอาไว้ "ปากดีนักนะเจ้าคะ... อยู่ในคุกหลวงแท้ๆ แต่ดูเหมือนท่านจะยังไม่รู้สำนึกเลยสักนิด" "สำนึกอะไรกัน ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย" มู่หรงอี้หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพรายชวนใจสั่น "ว่าแต่... อาหารจานนั้น ท่านทำเองจริงๆ หรือคะ?" เซี่ยอวี้เหว่ยหันกลับมาสบตาเขา แววตาดุดันเมื่อครู่เจือความสงสัยระคนกระดากอาย "ทำไม? กลัวว่าฝีมือข้าจะห่วยแตกจนฆ่าคนได้จริงๆ หรือไง" "เปล่าเลย..." เซียนหนุ่มยิ้มละมุน รอยยิ้มที่มักจะทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบอย่างไร้เหตุผล "ข้าแค่คิดว่า... ไม่น่าเชื่อว่าสตรีที่ถือดาบฆ่าคนไม่กระพริบตาอย่างท่าน จะยอมเข้าครัวมาผัดผักให้ 'นักโทษ' อย่างข้ากินด้วยตัวเอง... หืม? หรือว่าแท้จริงแล้ว... ท่านแอบใส่ 'ยาเสน่ห์' ลงไปในนั้น เพื่อหวังจะมัดใจข้ากันแน่คะ?" "มู่หรงอี้! เจ้า..." เซี่ยอวี้เหว่ยตบซี่กรงเหล็กเสียงดังลั่น ใบหน้างามแดงก่ำด้วยความโกรธปนอับอาย เจ้าคนหน้าหนาผู้นี้ ช่างกล้าพูดจาพล่อยๆ ออกมาได้หน้าตาเฉย! "ฮ่าๆๆๆ... ข้าล้อเล่นน่า อย่าเพิ่งโมโหจนหน้าดำหน้าแดงสิคะ เดี๋ยวความสวยจะลดลงหมด" มู่หรงอี้หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือผ่านซี่กรงออกมา หมายจะแตะปลายคางมนของนางเพื่อหยอกเย้าตามนิสัย ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของเซียนหนุ่มกลับแข็งค้างไป ดวงตาคู่คมที่ทอประกายขี้เล่นเมื่อครู่ พลันเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีด กลิ่นอายกดดันบางเบาแต่ทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาอย่างกะทันหัน เซี่ยอวี้เหว่ยสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ นางชักมือกลับตั้งท่าเตรียมพร้อมทันที สัญชาตญาณนักฆ่าบอกให้นางกวาดสายตามองไปรอบบริเวณทางเดินมืดมึดของคุกหลวง ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... ไม่ใช่เสียงหยดน้ำจากผนังชื้นแฉะอย่างเคย... แต่มันคือเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ที่กำลังเร่งรีบมุ่งตรงมายังโซนกักขังเดี่ยวแห่งนี้ พร้อมกับกลิ่นอายคาวเลือดที่ลอยมาแตะจมูกอย่างชัดเจน! สีหน้าของใต้เท้าจ้าวที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหัวมุมทางเดิน พร้อมกับสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยและบาดแผลเหวอะหวะตามเนื้อตัว ทำให้รอยยิ้มทั้งหมดบนใบหน้าของมู่หรงอี้อันตรธานหายไปในพริบตา "คุณหนูเซี่ย! รีบหนีเร็วเข้า... พวกมัน... พวกมันบุกเข้ามาแล้ว!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดพัศดีสาวกับเซียนหนุ่มจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%