"แม่นางเซี่ย... ท่านตั้งใจจะส่งข้าไปยมโลกด้วยฝีมือการทำอาหาร หรือด้วยความเคียดแค้นส่วนตัวกันแน่คะ?"
น้ำเสียงยียวนกวนประสาทนั้นดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของนักโทษหนุ่มที่ทรุดฮวบลงไปนอนกองกับพื้นห้องขัง มือเรียวยาวกุมท้องแน่น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมาน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าจนเส้นผมเปียกชุ่ม
เซี่ยอวี้เหว่ยชะงักมือที่กำลังจะหมุนตัวเดินออกจากกรงขัง หัวใจของพัศดีสาวกระตุกวูบอย่างแรงโดยไม่ทันตั้งตัว
สำรับอาหารไม้เรียบง่ายที่นางเพิ่งวางลงบนโต๊ะข้างกรง—ซึ่งประกอบด้วยหมั่นཐินอุ่นๆ และผัดผักป่า—ยังคงส่งไอความร้อนกรุ่นอยู่เลยนะaคะ!
"มู่หรงอี้!"
นางหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว ก้าวเท้าเข้าไปประชิดซี่กรงเหล็กด้วยความร้อนรนที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ใบหน้าเย็นชาอย่างมิดชิด มือเรียวยาวควσόซี่กรงแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน "เจ้าเป็นอะไรไป? ข้าแค่..."
"โอ๊ย... เจ็บ... เจ็บเสียดไปหมด ไส้ข้าคงขาดเป็นท่อนๆ แล้วกระมัง" นักโทษตัวแสบส่งเสียงครางครือ ดวงตาหงส์หรี่ปรอยราวกับคนใกล้ตาย ปากซีดเซียวที่มักจะหาเรื่องนางไม่หยุดหย่อนบัดนี้สั่นเทา "ไม่น่าเชื่อว่า... ข้าจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของมือสังหารพรรคโลหิตมาได้ แต่กลับต้องมาจบชีวิตลงด้วยผัดผักจานเดียวของพัศดีคุกหลวง... ช่างน่าอนันทนาการยิ่งนัก"
คำพูดตัดพ้อแกมหยอกล้อแม้จะเบาหวิว แต่กลับทำให้เซี่ยอวี้เหว่ยที่กำลังหน้าถอดสีเพราะความเป็นห่วง เริ่มรู้สึกถึงเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาทีละน้อย
ยาพิษอย่างนั้นหรือ? เป็นไปได้อย่างไรกัน!
อาหารทุกสำรับในคุกหลวงแห่งนี้ ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยด้วยเข็มเงินและถูกปรุงโดยพ่อครัวประจำเรือนจำอย่างเข้มงวด ยิ่งไปกว่านั้น... ผัดผักจานนั้นนางเป็นคนลงมือผัดด้วยตัวเอง และนางก็ทานมันไปครึ่งหนึ่งก่อนจะนำมาส่งให้เขาด้วยซ้ำ!
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าเรียบนิ่งหรี่ลงพิจารณาอาการของคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว สติปัญญาอันเฉียบคมเริ่มประมวลผล ความเจ็บปวดทรมานที่แสดงออกมานั้นสมจริงจนน่าใจหาย หากแต่มือข้างที่เขาแอบกุมท้องไว้... ไฉนจึงขยับนิ้วเคาะจังหวะสนุกสนานเช่นนั้นเล่าคะ?
ให้ตายสิ...
เซี่ยอวี้เหว่ยสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมา นางปรายตามองร่างที่นอนโอVครวญอยู่บนพื้นดินเย็นเยียบ ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไปไม่ถึงดวงตา
"อ๋อ... พิษกำเริบอย่างนั้นหรือคะ?" น้ำเสียงของนางราบเรียบจนน่ากลัว "ถ้าเช่นนั้น ข้าคงต้องรีบไปตามหมอหลวงมาผ่าท้องท่านเพื่อตรวจดูว่ามีเศษผักพิษตกค้างตรงไหนบ้าง... หรือไม่ก็... เผาทำลายร่างท่านทิ้งเสียแต่ตอนนี้ เพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปทั่วคุกหลวง"
ร่างที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นชะงักกึกทันที
มู่หรงอี้แอบลืมตาข้างหนึ่งขึ้นมามอง พบบorว่าพัศดีสาวไม่ได้มีทีท่าตื่นตระหนกหรือวิ่งวุ่นไปตามคนอย่างที่เขานึกสนุกอยากแกล้งเลยแม้แต่น้อย ใบหน้างดงามนั้นกลับประดับด้วยรอยยิ้มพิฆาตที่ทำให้เซียนหนุ่มผู้ไร้พ่ายถึงกับเสียวสันหลังวาบ
"อะแฮ่ม..."
มู่หรงอี้กระแอมเบาๆ ลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิอย่างรวดเร็วดุจพลิกฝ่ามือ อาการเจ็บปวดปางตายเมื่อครู่มลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ใบหน้าหล่อเหลายังคงมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่เช่นเคย ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์หญิงสาวตรงหน้าด้วยความระคนทึ่ง
"ใจร้ายนัก แม่นางเซี่ย... ข้าอุตส่าห์แสดงละครฉากใหญ่ให้ท่านดูเพื่อคลายความเครียดแท้ๆ ไฉนท่านจึงไม่มีความเห็นใจให้บุรุษรูปงามที่กำลังป่วยไข้ผู้นี้เลยเล่าคะ?"
"ป่วยไข้?" เซี่ยอวี้เหว่ยแค่นเสียง hmph ออกมาเบาๆ นางกอดอกมองเขาด้วยสายตาดุจคมมีด "ข้าเพิ่งรู้ว่าเซียนผู้ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่ง จะมีงานอดิเรกเป็นการนอนดิ้นพาดพื้นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพัศดีต้อยต่ำเช่นข้า"
"ใครว่าข้าเรียกร้องความสนใจจากคนอื่นกันเล่า" มู่หรงอี้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้ซี่กรงเหล็กจนระยะห่างเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตาคมกริบพุ่งตรงมาที่นางราวกับจะกลืนกิน "ข้าเรียกร้องความสนใจจาก 'ท่าน' คนเดียวเท่านั้น... เจ้าไม่รู้หรือไงคะว่า ข้าอดหลับอดนอนคิดถึงหน้าบึ้งตึงของท่านมาทั้งคืนแล้ว"
คำพูดหวานเลี่ยนที่ถูกพ่นออกมาอย่างไร้ยางอาย ทำเอาเซี่ยอวี้เหว่ยรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ นางเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาร้อนแรงคู่นั้น พยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาความเย็นชาและมาดมั่นของพัศดีสาวเอาไว้
"ปากดีนักนะเจ้าคะ... อยู่ในคุกหลวงแท้ๆ แต่ดูเหมือนท่านจะยังไม่รู้สำนึกเลยสักนิด"
"สำนึกอะไรกัน ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย" มู่หรงอี้หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพรายชวนใจสั่น "ว่าแต่... อาหารจานนั้น ท่านทำเองจริงๆ หรือคะ?"
เซี่ยอวี้เหว่ยหันกลับมาสบตาเขา แววตาดุดันเมื่อครู่เจือความสงสัยระคนกระดากอาย "ทำไม? กลัวว่าฝีมือข้าจะห่วยแตกจนฆ่าคนได้จริงๆ หรือไง"
"เปล่าเลย..." เซียนหนุ่มยิ้มละมุน รอยยิ้มที่มักจะทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบอย่างไร้เหตุผล "ข้าแค่คิดว่า... ไม่น่าเชื่อว่าสตรีที่ถือดาบฆ่าคนไม่กระพริบตาอย่างท่าน จะยอมเข้าครัวมาผัดผักให้ 'นักโทษ' อย่างข้ากินด้วยตัวเอง... หืม? หรือว่าแท้จริงแล้ว... ท่านแอบใส่ 'ยาเสน่ห์' ลงไปในนั้น เพื่อหวังจะมัดใจข้ากันแน่คะ?"
"มู่หรงอี้! เจ้า..."
เซี่ยอวี้เหว่ยตบซี่กรงเหล็กเสียงดังลั่น ใบหน้างามแดงก่ำด้วยความโกรธปนอับอาย เจ้าคนหน้าหนาผู้นี้ ช่างกล้าพูดจาพล่อยๆ ออกมาได้หน้าตาเฉย!
"ฮ่าๆๆๆ... ข้าล้อเล่นน่า อย่าเพิ่งโมโหจนหน้าดำหน้าแดงสิคะ เดี๋ยวความสวยจะลดลงหมด" มู่หรงอี้หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือผ่านซี่กรงออกมา หมายจะแตะปลายคางมนของนางเพื่อหยอกเย้าตามนิสัย
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...
รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของเซียนหนุ่มกลับแข็งค้างไป ดวงตาคู่คมที่ทอประกายขี้เล่นเมื่อครู่ พลันเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีด กลิ่นอายกดดันบางเบาแต่ทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาอย่างกะทันหัน
เซี่ยอวี้เหว่ยสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ นางชักมือกลับตั้งท่าเตรียมพร้อมทันที สัญชาตญาณนักฆ่าบอกให้นางกวาดสายตามองไปรอบบริเวณทางเดินมืดมึดของคุกหลวง
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
ไม่ใช่เสียงหยดน้ำจากผนังชื้นแฉะอย่างเคย... แต่มันคือเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ที่กำลังเร่งรีบมุ่งตรงมายังโซนกักขังเดี่ยวแห่งนี้ พร้อมกับกลิ่นอายคาวเลือดที่ลอยมาแตะจมูกอย่างชัดเจน!
สีหน้าของใต้เท้าจ้าวที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหัวมุมทางเดิน พร้อมกับสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยและบาดแผลเหวอะหวะตามเนื้อตัว ทำให้รอยยิ้มทั้งหมดบนใบหน้าของมู่หรงอี้อันตรธานหายไปในพริบตา
"คุณหนูเซี่ย! รีบหนีเร็วเข้า... พวกมัน... พวกมันบุกเข้ามาแล้ว!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ยอดพัศดีสาวกับเซียนหนุ่มจอมกวน•ตอนที่ 3
อาหารมื้อแรกกับยาพิษทดสอบ
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดพัศดีสาวกับเซียนหนุ่มจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
