"เสียงก๊อบแก๊บของปลายรองเท้าหนังราคาแพงที่เหยียบลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงา มันดังสะท้อนก้องกังวานในห้องทำงานส่วนตัวของผม... ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังของความตายที่พวกมันเป็นคนตั้งเวลาขึ้นมาเอง"
คินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท สายตาคู่คมกริบราวกับใบมีดโกนจ้องมองร่างสูงโปรดในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่ยืนอยู่เบื้องหน้า รอยยิ้มเหยียดหยามบนใบหน้าของชายคนนั้นไม่ได้ทำให้หัวใจของคินสั่นคลอนแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับจุดประกายเพลิงแค้นสีดำสนิทให้ลุกโชนขึ้นในอกอย่างเงียบเชียบ
"ไม่เจอกันนานนะ... คุณชายคิน หรือตอนนี้ต้องเรียกว่า 'ขอทานตกอับ' ดีล่ะ?"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่งดังขึ้น
"ธนา" ทายาทลำดับที่สองแห่งตระกูลอภิมหาเศรษฐี "บูรพากุล" ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น เขากวาดสายตามองเอกสารและหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงผลกำไรมหาศาลด้วยแววตาดูแคลน ก่อนจะหัวเราะในลำคอ "เหลือเชื่อจริงๆ ที่คนอย่างนายรวบรวมเงินทุนมหาศาลขนาดนี้ได้ในเวลาแค่ไม่กี่วัน... แต่ก็นะ ขยะก็ยังคงเป็นขยะวันยังค่ำ คิดเหรอว่าเศษเงินที่นายหามาได้จากการเล่นเกมบ้าๆ นั่น จะทำให้ผูกขาดธุรกิจในเขตนี้ได้จริง ๆ?"
ริน ซึ่งยืนอยู่เคียงข้างโต๊ะทำงานของคินโดยตลอด ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย สีหน้าของเธอนิ่งเรียบไร้ความหวาดกลัว แม้เบื้องหลังของตระกูลบูรพากุลจะยิ่งใหญ่คับฟ้าแค่ไหน แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวของคิน—ชายผู้ที่เธอเลือกเดินตามด้วยชีวิต
"คุณธนาครับ..." คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เยือกเย็น จนอีกฝ่ายต้องชะงักรอยยิ้ม "คนที่ฉลาด... เขาจะไม่เดินเข้ามาในถ้ำของเสือ ด้วยมือเปล่าและสมองที่กลวงโบ๋หรอกนะครับ"
ธนาแค่นเสียงหัวเราะพรืด สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงใจเย็นได้อย่างน่าประหลาด เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มปั๊มตราประทับโลโก้ตระกูลหรูหราโยนลงบนโต๊ะทำงานอย่างแรง จนเอกสารด้านในกระจัดกระจายเล็กน้อย
"เลิกทำตัวเป็นเด็กอมมือแล้วตาสว่างซะเถอะ!" ธนากัดฟันกรวด ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ "นี่คือ 'จดหมายเตือน' ครั้งสุดท้ายจากสภาธุรกิจตระกูลใหญ่... หุ้นทั้งหมดร้อยละเจ็ดสิบที่คุณกว้านซื้อมาในเขตการค้าทางเหนือ ทางเราขอซื้อคืนในราคา 'สิบล้านเครดิต' ถือว่าเป็นการทำบุญให้หมาข้างถนนอย่างนาย... ถ้ารู้จักเจียมตัว ก็เซ็นสมอบกsรมนี่ซะ แล้วไสหัวออกไปจากที่นี่!"
บรรยากาศในห้องเงียบสงบลงในพริบตาเดียว เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิว แต่ความกดดันกลับพุ่งสูงเสียดฟ้า
สิบล้านเครดิต? สำหรับกิจการมูลค่าหลายแสนล้านที่คินเพิ่งทุ่มเงินซื้อมา นี่ไม่ใช่การซื้อขาย แต่มมันคือการปล้นกลางวันแสกๆ โดยใช้กฎหมายและอิทธิพลมืดบีบบังคับ
คินไม่แม้แต่จะชายตามองซองเอกสารนั้น ร่างสูงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาสนใจเพียงแค่ปลายนิ้วของตัวเองที่เคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้า ๆ *ตึก... ตึก... ตึก...*
"สิบล้านเครดิตงั้นเหรอครับ..." คินทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว "ข้อเสนอน่าสนใจดีนี่... แต่เกรงว่า... มันจะน้อยไปสักหน่อยสำหรับค่าหมาที่เห่าเสียงดังเกินไปในบ้านของคนอื่น"
"แก!" ธนาหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกลียว มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะ คิน! แกคิดว่าแบ็คอัพของแกคือนักลงทุนลึกลับคนไหนกัน? ต่อให้พวกมันจะมีเงินมากแค่ไหน แต่ถ้าตระกูลบูรพากุลหมายหัวเอาไว้ ไม่มีบริษัทไหนในประเทศนี้กล้าแม้แต่จะร่วมลงทุนด้วยหรอก!"
คินค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นช้า ๆ เป็นรอยยิ้มที่ธนาเห็นแล้วรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
"คุณธนาครับ... คุณเคยได้ยินคำว่า 'ระบบเงินตรา' ของจริงไหมครับ?"
คินเอื้อมมือไปหยิบบัตรเครดิตสีดำขอบทองฝังเพชร (Black Unlimited Card) ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น วางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าของทายาทตระกูลดัง
ธนาขมวดคิ้วมองบัตรใบนั้นด้วยความงุนงง ก่อนจะหัวเราะลั่นออกมา "ฮ่าๆๆ! บัตรพลาสติกปลอมๆ งั้นเหรอ? คิดจะเอาของเล่นเด็กมาขู่ฉันรึไง—"
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบโฮโลแกรมส่วนตัวของรินดังขัดขึ้นเสียก่อน เลขาﹾสาวกดรับสายด้วยความคล่องแคล่ว หน้าจอสีฟ้าใสปรากฏภาพรายงานการเงินแบบเรียลไทม์จากระบบธนาคารกลาง
ดวงตาสภายใต้กรอบแว่นของรินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะยกยิ้มขึ้นอย่างงดงาม เธอกวาดตามองตัวเลขยอดเงินในบัญชีที่พุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด แล้วหันไปสบตากับคินด้วยความเคารพสูงสุด
"ท่านประธานครับ..." รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานชัดเจน "การเคลื่อนย้ายเงินทุนระลอกที่สามเสร็จสมบูรณ์แล้วครับ บัญชีกลางของตระกูลบูรพากุล ถูกระบบของเราเข้าซื้อคืนหนี้สินทั้งหมดเรียบร้อยแล้วครับ"
ธนาชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง "วะ... ว่ายังไงนะ? แกพูดเรื่องอะไรวะ!"
คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่ทรงพลังก้าวเข้าไปประชิดตัวของธนาอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความกดดันระดับมหาเศรษฐีผู้กุมชะตาชีวิตแผ่ซ่านกดทับจนอีกฝ่ายแทบหายใจไม่ออก คินโน้มใบหน้ากระซิบบริเวณข้างหูของชายผู้เย่อหยิ่งด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เย็นเยียบดราวกับมาจากขุมนรก
"ผมไม่ได้ซื้อกิจการของคุณหรอกนะ... แต่ผมกำลังจะ 'ซื้อตัวคุณ' และทุกอย่างที่คุณภาคภูมิใจต่างหาก"
คินเอื้อมมือไปกดปุ่มเปิดหน้าจอโฮโลแกรมขนาดมหึมากลางห้องทำงาน ภาพกราฟิกแสดงสถานะทางการเงินของตระกูลบูรพากุลร่วงดิ่งลงสู่ก้นเหวในเวลาเพียงสามวินาที สัญลักษณ์โลโก้ตระกูลดังถูกแทนที่ด้วยตราสัญลักษณ์ของ 'ระบบเศรษฐี' พร้อมกับตัวเลขสีแดงฉานที่ฟ้องว่า... พวกเขากลายเป็นบุคคลล้มละลายอย่างสมบูรณ์แบบแล้วในวินาทีนี้!
ธนาหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น มือที่ถือจดหมายเตือนสั่นเทาจนกระดาษร่วงหล่นลงพื้น
"มะ... เป็นไปไม่ได้! นี่มัน... แกทำอะไรลงไป!?" ธนาหวีดร้องออกมาอย่างเสียสติ
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความพินาศกำลังเล่นงานจิตใจของธนาจนแหลกสละ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจำนวนหลายลำก็ดังกระหึ่มขึ้นบนดาดฟ้าตึก แรงลมจากการลงจอดพัดกระจกห้องทำงานสั่นสะเทือน
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยบอดี้การ์ดในชุดสูทดำนับสิบชีวิต พร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่ไม่คาดฝัน—ผู้นำตระกูลบูรพากุลตัวจริงเสียงจริง ผู้เป็นพ่อของธนา ซึ่งมีใบหน้าซีดเซียวและถือโทรศัพท์มือถือสั่นเทาอยู่ในมือ
ท่านประธานตระกูลบูรพากุลกวาดสายตามองหน้าคินด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าชายที่เขาเคยส่งคนไปเหยียบย่ำเมื่ออดีตชาติอย่างไม่หลงเหลือศักดิ์ศรี
"ท่านประธานคิน...! ได้โปรด... เมตตาตระกูลของเราด้วย!"
---
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ผู้กล้าตกอับ" เสมอมานะครับ!
ล็อกอินวันแรก ระบบเศรษฐีก็เปย์ตัวเลือกมาให้เลือกฟัน•ตอนที่ 16
จดหมายเตือนจากตระกูลดัง
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ระบบเศรษฐีก็เปย์ตัวเลือกมาให้เลือกฟัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!