เสียงเข่ากระทบพื้นกระเบื้องหินอ่อนดัง "ตุบ" สะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดินหรูหราของห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ
"ท่านประธานคิน... กระผมมาช้าไป ขอโปรดอภัยด้วยครับ!"
เสียงของมหาเศรษฐีเฒ่าเจ้าของอาณาจักรโลจิสติกส์ระดับประเทศสั่นเทาด้วยความยำเกรง ชายผู้มีอิทธิพลคุมเส้นทางการค้าครึ่งค่อนเมือง บัดนี้กำลังก้มศีรษะแนบพื้นแทบเท้าของชายหนุ่มในชุดเสื้อฮู้ดราคาถูก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ฝูงชนที่มุงดูอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง สมองของพวกเขาหยุดทำงานไปชั่วขณะ
พิม อดีตแฟนสาวที่เพิ่งเหยียดหยามคินไปหมาดๆ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ดวงตาเบิกโพ้างจนแทบถลน เมคอัพราคาแพงบนใบหน้าดูตลกขบขันขึ้นมาทันทีเมื่อริมฝีปากของเธอกำลังสั่นระริก "มะ... เป็นไป2ไม่ได้... แกมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ที่ไม่มีแม้แต่เงินกินข้าวไม่ใช่เหรอ...?" เธอพึมพำกับตัวเองซ้ำๆ ราวกับคนเสียสติ
คินปรายตามองชายชราที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ความรู้สึกตื่นตระหนก ราวกับว่านี่คือเรื่องปกติธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน มือเรียวยกขึ้นจัดฮู้ดให้เข้าที่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนทุกคนต้องสะดุ้ง
"ลุกขึ้นเถอะครับคุณลุง ผมบอกแล้วว่าเราเสมอกันเรื่องเมื่อสามปีก่อน..." คินเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ก่อนจะพูดต่อด้วยรอยยิ้มเย็นชา "แต่อีกเรื่อง... ดูเหมือนว่าสุนัขบางตัวแถวนี้จะเห่าเสียงดังเกินไปหน่อย จนรบกวนเวลาช้อปปิ้งของผม"
สิ้นคำพูดนั้น ชายชราก็รีบดีดตัวลุกขึ้นยืน ใบหน้าย่นยับเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อหันไปพบต้นตอของปัญหา สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีตวัดมองไปยังพิมและชายหนุ่มกระเป๋าหนักข้างกายเธอทันที แรงกดดันระดับมหาเศรษฐีทำให้คู่รักใหม่คู่นั้นถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นโดยไม่ต้องมีใครผลัก
ริน เลขาคู่ใจที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลัง ขยับแว่นตากรอบทองเล็กน้อย เธอส่งยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างรู้ทัน ก่อนจะก้าวเท้าขึ้นมาเคียงข้างคิน พร้อมกับเปิดแท็บเล็ตในมือขึ้นมาเพื่อรอรับคำสั่ง
"นายท่านครับ... ร้านบูติกแบรนด์หรูระดับโลกเบื้องหน้าท่าน คือหนึ่งในทรัพย์สินภายใต้เครือข่ายลงทุนลับของระบบที่เพิ่งโอนกรรมสิทธิ์มาเมื่อสิบนาทีที่แล้วครับ" เสียงของรินดังฟังชัด ท่ามกลางความเงียบสนิทของห้างสรรพสินค้า
คินพยักหน้ารับเบาๆ "ดีมาก... งั้นเรามาเริ่มพิธีต้อนรับการกลับมาของผมกันสักหน่อยดีกว่าครับ"
ก้าวแรกที่คินเดินเหยียบย่างเข้าไปในร้านแฟชั่นชั้นนำระดับโลก พนักงานต้อนรับที่เคยเตรียมตัวจะเอ่ยปากไล่แขกแต่งตัวซอมซ่อ กลับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเห็นกลุ่มบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตเดินตามอารักขาอย่างแน่นหนา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผู้จัดการร้านวิ่งหน้าตาตื่นออกมาพร้อมกับโค้งคำนับจนแทบขนานกับพื้น
"ยินดีต้อนรับครับ! ท่านคิน... ทางเราได้รับแจ้งจากสำนักงานใหญ่แล้วครับ!" ผู้จัดการร้านละล่ำละลักพูด เหงื่อกาฬไหลท่วมใบหน้า
คินกวาดสายตามองไปรอบร้านที่มีเสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องประดับมูลค่าหลักล้านเรียงรายละลานตา เขาไม่ได้สนใจสายตาหวาดกลัวของพนักงานที่เคยทำท่าทางดูถูกเขาเมื่อตอนที่เดินเข้ามาสำรวจร้านก่อนหน้านี้แม้แต่น้อย
"ผมต้องการเสื้อผ้าทั้งหมดในร้านนี้..." คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสั่งซื้อผักในตลาดสด "ไม่เว้นแม้แต่คอลเลกชันจำกัดจำนวนที่เก็บไว้ในห้องนิรภัย จัดไซส์ผมทั้งหมดครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่ง..."
ชายหนุ่มหยุดเดิน หันไปมองพิมที่ถูกลากตัวเข้ามาในร้านด้วยสภาพเนื้อตัวสั่นเทา ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน
"และอีกครึ่งหนึ่ง จัดไซส์ของผู้หญิงคนนั้นครับ... อ้อ เอาแบบที่ราคาแพงที่สุด ห้ามซ้ำกัน และห้ามมีตำหนิแม้แต่มิลลิเมตรเดียว"
พิมเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกตะลึง สมองขาวโพลน เธอนึกไม่ออกเลยว่าภาพตรงนี้คือความจริงหรือความฝัน ผู้ชายที่เธอเพิ่งทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใยเพราะคิดว่าหมดอนาคต บัดนี้กลับกำลังเหมาซื้อแบรนด์เนมทั้งร้านเพื่อ... ประชดเธออย่างนั้นหรือ? หรือเพราะเขาเมตตา?
"คิน... คะ... คือว่า..." พิมพยายามคลานเข้าไปหา ชายหนุ่มกumชายเสื้อของเขาด้วยมือที่สั่นเทา "เรารักกันไม่ใช่เหรอ... ฮឹក... ช่วยซื้อให้ฉันบ้างสิคะ ฉันอยากได้กระเป๋าใบนั้น..."
คินก้มมองหญิงสาวที่เคยอยู่เคียงข้างเขาในยามลำบาก แต่กลับเลือกหันหลังให้ในวันที่ฝนตกหนักที่สุด ดวงตาคู่ก็นั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์อย่างสิ้นเชิง
"ความรักเหรอครับ?" คินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "คุณไม่มีค่าพอที่จะใช้คำนั้นหรอกครับพิม... ริน จัดการเคลียร์บิล"
"รับทราบค่ะ นายท่าน"
รินก้าวออกมารับหน้า เธอหยิบกระเป๋าหนังสีดำสนิท ดีไซน์เรียบหรูแต่แผ่กลิ่นอายความน่ากลัวออกมา ออกมาจากกระเป๋าเอกสาร มันคือ "บัตรเครดิตโลหะดำ" ไร้ขีดจำกัดวงเงิน ที่แม้แต่เศรษฐีติดอันดับ Forbes บางคนยังไม่มีสิทธิ์ครอบครอง
รินยื่นบัตรใบนั้นให้แก่พนักงานแคชเชียร์ที่มือไม้สั่นเทาจนแทบทำบัตรหลุดมือ
"รูดเลยครับ" คินเอ่ยสั้นๆ ขณะที่สายตาคมกริบมองไปยังเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์
พนักงานกดรหัสและทำรายการด้วยความลنيนงง ท่ามกลางสายตาของลูกค้ารายอื่นที่หยุดดูด้วยความระทึกใจ บรรยากาศภายในร้านเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม
*ติ๊ด! เสียงอนุมัติวงเงินดังขึ้น พร้อมกับไฟสีเขียวสว่างวาบ*
หน้าจอแสดงยอดเงินรวมที่ถูกหักออกไปในพริบตาเดียว—ตัวเลขแปดหลักที่สะGดให้ทุกคนต้องหยุดหายใจ!
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าการช้อปปิ้งสุดอลังการนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว เสียงแจ้งเตือนข้อความแปลกประหลาดจากระบบลับในสมองของคินก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ
[ติ๊ง! ตรวจพบการใช้จ่ายทะลุเป้าหมายระดับ S-Class ระบบได้ทำการปลดล็อก "ฟังก์ชันพิเศษขั้นที่สอง" โดยอัตโนมัติ]
[คำเตือน: บุคคลปริศนาจากตระกูลลับที่ตามล่าคุณเมื่อสามปีก่อน ได้ทำการล็อกอินเข้าสู่พิกัดเดียวกันในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้แล้ว และพวกเขากำลังเดินตรงมาที่ร้านนี้ด้วยเจตนาฆ่า!]
คินหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างช้าๆ...
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ผู้กล้าตกอับ" เสมอมานะครับ!
ล็อกอินวันแรก ระบบเศรษฐีก็เปย์ตัวเลือกมาให้เลือกฟัน•ตอนที่ 3
รูดบัตรครั้งแรก สะเทือนไปทั้งห้าง
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ระบบเศรษฐีก็เปย์ตัวเลือกมาให้เลือกฟัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!