เสียงเคาะแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ในความเงียบสงัดของห้องทำงานยามวิกาล ดังก้องราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังที่คอยบั่นทอนประสาทสัมผัส รณิดากวาดสายตาคมกริบมองหน้าจอแสดงผลกราฟิกคลื่นเสียงที่กำลังวิ่งขึ้นลงอย่างบ้าคลั่งบนโปรแกรมวิเคราะห์หลักฐาน ปลายเล็บเรียวสวยจิกเข้าหากันแน่นจนขึ้นสีขาว บนโต๊ะทำงานรกเรื้อไปด้วยสำนวนคดีและแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่กองสูงท่วมหัว แต่ไม่มีสิ่งใดดึงดูดความสนใจของเธอได้เท่ากับข้อความสั้นๆ ที่เพิ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอเข้ารหัส
*“คุณมีเวลาสองสิบสี่ชั่วโมง... ก่อนที่เสียงของความจริงจะถูกเผาทำลายจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า”*
ไฟล์เสียงขนาด 45 เมกะไบต์ถูกส่งมาพร้อมกับหมายเลขไอพีที่ถูกซ้อนทับผ่านพร็อกซีเซิร์ฟเวอร์ถึงเจ็ดชั้น ปลายทางคือพยานปากเอกที่ไม่เคยปรากฏตัวมาก่อนในสารบบของศาล แต่น้ำหนักของมัน—หากเป็นของจริง—มากพอที่จะสั่น ฐานอำนาจของตระกูลนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลที่ปรินทร์และเธอกำลังไล่ล่าอยู่ได้อย่างราบคาบ
“เล่นเกมซ่อนหาอะไรกันแน่...” รณิดาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแห้งผาก ร่างระหงในชุดสูทสีเข้มขยับถอยหลังเล็กน้อยพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างอ่อนล้า ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง ท่ามกลางความกดดันที่ถาโถมเข้ามาจากทุกสารทิศ
แกร็ก!
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปร่งของอัยการหนุ่มที่ก้าวเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ปรินทร์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เนกไทถูกคลายออกหลวมๆ เผยให้เห็นลำคอแกร่งและหยาดเหงื่อบางๆ ที่ไรผม สะท้อนให้เห็นว่าเขาเพิ่งผ่านการวิ่งวุ่นกับสถานการณ์ความปลอดภัยนอกอาคารมาอย่างหนักหน่วง ดวงตาคมปลาบกวาดมองสภาพห้องก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าเคร่งเครียดของทนายสาว
“หน้าตาแบบนั้น... แสดงว่าเราไม่ได้กำลังเจอปัญหาเล็กๆ สินะครับ—เอ๊ย... สินะคะ” ปรินทร์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้คำลงท้ายตามความคุ้นชิน ก่อนจะเปลี่ยนมุมปากหยักลึกให้กลายเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับ “อุps... เกือบหลุดปากพูดภาษาผู้ชายออกไปแล้วเชียว ดีนะที่คุณนิดยังไม่ทันดุใส่”
รณิดาปรายตามองด้วยหางตา ความตึงเครียดในห้องไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อยจากการหยอกเย้าของเขา เธอยกมือขึ้นกอดอก ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบและเย็นชา “ถ้าคุณว่างมากจนมีเวลามาเล่นมุกตลกฝืดๆ แนะนำให้เอาสมองไปคิดดีกว่าค่ะว่า เราจะอธิบายเรื่องนี้กับอธิบดีอัยการยังไง ถ้าคลิปเสียงนี่เป็นของปลอม หรือแย่กว่านั้น... ถ้ามันคือกับดัก”
ปรินทร์ไม่โกรธท่าทีเย็นชาของเธอ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น กลิ่นอายความเป็นมืออาชีพผสมผสานกับความดุดันเฉพาะตัวแผ่ซפออกมาจนอากาศรอบตัวคล้ายจะอึดอัดขึ้น เขาโน้มตัวลงใช้มือสองข้างค้ำขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนดวงตาสีเข้มคู่นั้นสบประสานกับดวงตาของเธอในระยะประชิด
“คุณคิดว่าผมเป็นคนประเภทที่จะวิ่งเข้าหาความตายโดยไม่เช็กกระสุนในรังเพลิงก่อนหรือไงครับ... หือ?” ปรินทร์กระซิบเสียงต่ำ น้ำเสียงทุ้มนุ่มแฝงแววท้าทายที่ทำให้หัวใจของรณิดากระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย “เราอยู่ในเกมนี้มานานพอที่จะรู้ว่า คนที่ส่งคลิปนี้มาไม่ได้ต้องการให้เราชนะคดีหรอก... เขาแค่ต้องการใช้เราเป็นสะพานระเบิดสะพานทิ้งต่างหาก”
รณิดาไม่หลบตา แม้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่จะใกล้จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกัน เธอกลับเลือกที่จะยื่นมือไปเลื่อนเมาส์คลิกเปิดไฟล์เสียงนั้นทันที
*“...ถ้ามันสาวมาถึงตัวฉัน แกจัดการเก็บมันซะ อย่าให้เหลือร่องรอยเด็ดขาด...”*
เสียงทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขามที่เล็ดลอดออกมาจากลำโพงขนาดเล็ก ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทัน1ี น้ำเสียงนั้น... เป็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้ทรงอิทธิพลคนนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย ปรินทร์ยืดตัวตรงขึ้นทันที รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้ามลายหาย Sูบสิ้น แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมระดับสูงสุด
“เสียงจริง...” ปรินทร์พึมพำ ดวงตาคมหรี่แคบลง “ไม่ใช่ AI ตัดต่อ และไม่มีการบีบอัดไฟล์แบบที่มือสมัครเล่นทำ... คนที่อัดคลิปนี้ต้องอยู่ใกล้ชิดกับตัวเป้าหมายในระยะไม่เกินสามเมตร”
“และเขากำลังเล่นเกมเสี่ยงตาย” รณิดาเสริมต่อทันควัน สมองอันเฉียบคมของทนายสาวประมวลผลด้วยความเร็วสูง “ถ้าคลิปนี้หลุดออกไปสาธารณชน รัฐมนตรีคนนั้นจะพังพินาศในชั่วข้ามคืน แต่ปัญหาก็คือ... ระบบความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ที่ส่งมาตั้งเวลาทำลายตัวเองไว้แล้ว เรามีเวลาเหลืออีกแค่... ยี่สิบสามชั่วโมงกับอีกสี่สิบนาทีเท่านั้น ถ้าเราดาวน์โหลดไม่สำเร็จ หรือถอดรหัสคีย์ไม่ได้ ไฟล์ทั้งหมดจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย และเราจะกลายเป็นเป้านิ่งให้พวกมันเก็บกวาด”
ปรินทร์หันมามองเธอ แววตาที่มักจะซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้เสมอ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยประกายความมุ่งมั่นที่ทรงพลัง เขายื่นมือหนามาวางทับลงบนมือเรียวที่กำแน่นอยู่บนโต๊ะ แรงสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำเอารณิดาชะงักไปเล็กน้อย แต่เธอไม่ได้สะบัดออก
“งั้นเราก็คงต้องร่วมมือกันวิ่งแข่งกับเวลานะคะ... ทนายรณิดา” ปรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แฝงความนัยที่ลึกซึ้งเกินกว่าเรื่องงาน “เพราะผมไม่ยอมปล่อยให้คุณต้องแบกรับความเสี่ยงนี้ไว้คนเดียวเด็ดขาด”
รณิดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของอัยการหนุ่ม รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แม้ว่าอุดมการณ์ของพวกเขาจะเคยขัดแย้งกันอย่างรุนแรง แต่ในวินาทีที่ความตายหายใจรดต้นคอ กลับไม่มีใครน่าเชื่อถือเท่ากับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว
นิ้วเรียวของรณิดากำลังจะกดปุ่มคัดลอกไฟล์เพื่อสำรองข้อมูลลงในฮาร์ดไดรฟ์นิรภัย ทันใดนั้น ไฟนีออนบนเพดานห้องทำงานก็กระพริบวูบวาบสองครั้งก่อนจะดับสนิท ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสิ่งรอบตัว เหลือเพียงแสงเรืองรองจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉาบใบหน้าของทั้งคู่ให้กลายเป็นสีฟ้าซีด
ตึ้ง!
เสียงกระแทกประตูห้องทำงานด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่กำลังวิ่งตรงมายังห้องนี้ด้วยความเร็วสูง พร้อมกับเสียงโลหะเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดเหมือนกลอนประตูพังทลายลงทีละนิด
ปรินทร์ดึงร่างของรณิดาเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าปั๊มน้ำหอมโลหะบนโต๊ะเตรียมพร้อมเป็นอาวุธ ขณะที่ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปยังประตูที่กำลังจะถูกกระชากเปิดออก
หน้าจอคอมพิวเตอร์กะพริบเตือนเป็นตัวอักษรสีแดงฉาน: *[WARNING: การเข้าถึงถูกบังคับถอดรหัสจากภายนอก... ไฟล์กำลังถูกลบภายใน 3... 2...]*
แสงดาวพร่างพราวขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะคะ
สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 23
เสียงกระซิบจากพยานลับ
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!