สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 15

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
กลิ่นอับชื้นของเบาะหนังเก่าและกลิ่นฝนที่ตีทะลุผ่านกระจกรถยนต์เข้ามา คือสิ่งเดียวที่ช่วยย้ำเตือนรณิดาว่าเธอยังมีลมหายใจอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบสำลัก *คลิก* เสียงปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยของปรินทร์ดังชัดเจนในความเงียบงัน แต่นั่นยังไม่น่ากลัวเท่ากับวัตถุปืนกล็อกสيتร์เก้า มิลลิเมตร ที่เขาเพิ่งดึงออกมาจากช่องเก็บของหน้ารถ พร้อมกับบรรจุกระสุนลงรังเพลิงด้วยความคุ้นชิน ปลายนิ้วเรียวยาวของอัยการหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่ามือสะอาดที่สุดในสำนักงานอัยการสูงสุด ขยับเลื่อนสไลด์ปืนได้อย่างคล่องแคล่วราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขาเอง "คุณบ้าไปแล้วหรือปรินทร์" รณิดาหันไปมองเขา แววตาของทนายความสาววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธและความหวาดหวั่นที่ตีรวนอยู่ในอก เธอกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด หน้าจอของมันกำลังแสดงพิกัดจีพีเอสที่นิ่งสนิท ท่ามกลางถนนเปลี่ยวรอบนอกเมืองที่ไร้ซึ่งเงาของรถคันอื่น "คุณเอาฉันมาเป็นเหยื่อล่อ... โดยไม่คิดจะปรึกษาฉันสักคำเลยอย่างนั้นเหรอคะ" ปรินทร์ไม่ตอบทันที เขายังคงมองตรงไปข้างหน้า ผ่านกระจกหน้าที่เคลือบฟิล์มมืดสนิท ทัศนวิสัยภายนอกถูกบดบังด้วยความมืดมิดและสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาเป็นเม็ดละละเอียด ใบหน้าด้านข้างของเขาภายใต้แสงไฟสลัวจากหน้าปัดรถดูคมคายแต่ไร้ความรู้สึก เป็นใบหน้าที่เธอทั้งคุ้นเคยและแปลกแยกไปพร้อมๆ กัน "ถ้าผมปรึกษาคุณ... คุณจะยอมนั่งอยู่ตรงนี้ไหมล่ะ นิด" ปรินทร์หันมาสบตาเธอ นัยน์ตาคมกริบนั้นฉายแววบางอย่างที่อ่านยาก—ความเยือกเย็นที่ซ่อนไฟบรรลัยกัลป์ไว้เบื้องหลัง "คำตอบคือไม่ คุณจะหาทางขัดขวาง เอาตัวเองไปเสี่ยงคนเดียว หรือไม่ก็ใช้วิธีทางกฎหมายโง่ๆ ที่ท้ายที่สุดแล้วพวกมันก็จะลอยนวลไปได้อีกเหมือนเคย" "แต่นี่มันชีวิตคนนะคะ! ชีวิตฉัน!" รณิดาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโห เธอขยับตัวเข้าหาเขาอย่างลืมตัว แรงกดดันมหาศาลทำให้พื้นที่ในห้องโดยสารแคบลงถนัดตา "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงมีสิทธิ์เอาความปลอดภัยของฉันมาเดิมพันกับเกมบ้าๆ ของคุณ หّะ?" ปรินทร์หันกลับมาประชิดตัวเธอในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าหาจนรณิดาต้องเอนหลังติดประตูรถ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเย็นเยียบจากอากาศรอบตัวห้อมล้อมเธอไว้ ปรินทร์เอื้อมมือมาจับข้อมือข้างที่ถือโทรศัพท์มือถือไว้แน่น แรงบิดจากฝ่ามือของเขาไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้ "ผมไม่ได้เอาชีวิตคุณมาเดิมพัน..." เสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านขอบแก้มของเธอ "แต่ผมกำลังใช้ชีวิตของผม... ไปพร้อมกับคุณต่างหาก" หัวใจของรณิดากระตุกวูบอย่างแรง เธอเกลียดเหลือเกิน—เกลียดความรู้สึกที่ดิ่งวูบลงไปในห้วงอารมณ์อันตรายทุกครั้งที่เขาใช้สายตาแบบนี้มองมา เกลียดความอบอุ่นที่แฝงอยู่ในความเย็นชาของเขา และเกลียดตัวเองที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในวินาทีเป็นตายนี้ เธอกลับไว้วางใจผู้ชายเจ้าเล่ห์คนนี้มากกว่าใครทั้งหมด "ฟังผมให้ดีนะนิด" ปรินทร์ผ่อนน้ำเสียงลงเล็กน้อย แต่มันกลับจริงจังและเฉียบคมจนเธอต้องเงียบฟัง "ไอ้คนที่อยู่เบื้องหลังคดีทุจริตงบประมาณสร้างทางหลวงไม่ใช่แค่ผู้รับเหมาจอมปลอม แต่มันคือคนที่มีอำนาจมากพอจะสั่งเก็บพยานได้ทั้งตระกูล และตอนนี้... มันรู้แล้วว่าเรากำลังเข้าใกล้เส้นตาย มันจะไม่ยอมปล่อยให้เราเดินไปถึงศาลในวันพรุ่งนี้แน่ๆ" "แล้วทำไมต้องเป็นฉันที่เป็นเหยื่อล่อ" รณิดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความตึงเครียดทำให้ลำคอแห้งผาก "เพราะพวกมันต้องการหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่อยู่กับคุณ... และเพราะมันรู้ว่า ถ้ามันอยากได้หลักฐานนั้นคืน มันต้องผ่านผมมาก่อน" ปรินทร์ยกปืนขึ้นมาปลดเซפต์เสียงดัง *แกร็ก* "คุณมีหน้าที่นั่งอยู่เฉยๆ ทำตัวให้เหมือนทนายความสาวผู้ตื่นตระหนก... ส่วนที่เหลือ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมาตัวนี้เองที่จะขยี้คอพวกมันให้จมดิน" *ปัง!* เสียงกระจกมองข้างฝั่งคนขับแตกละเอียดเป็น2เสี่ยง พร้อมกับแรงกระแทกมหาศาลที่พุ่งชนท้ายรถจนรถทั้งคันโยกโคลงเคลง รณิดากรีดร้องออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ บรรยากาศภายในรถเปลี่ยนจากความเงียบงันเป็นสมรภูมิรบในพริบตา "หมอบลง!" ปรินทร์ตะคอกเสียงกร้าว มือข้างหนึ่งกดหัวของรณิดาให้มุดลงไปที่วางเท้าเบาะหน้าอย่างรวดเร็ว ส่วนมืออีกข้างกระชากเปิดประตูรถออกไปท่ามกลางสายฝนที่สาดซัด เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังวิ่งเข้ามาล้อมรอบตัวรถ เสียงกระสุนปืนนัดที่สองเจาะทะลุกระจกหลังดังสนั่น เศษกระจกชิ้นเล็กๆ ร่วงกราวลงมาประหนึ่งหิมะสีใส ปรินทร์สบถออกมาคำหนึ่งก่อนจะพุ่งตัวออกไปจากรถ เสียงปืนปะทะกันดังขึ้นระรัว ท่ามกลางเสียงคำรามของสายฝนและเสียงตะโกนด่าทอด้วยความเกรี้ยวกราด รณิดานั่งขดตัวอยู่ตรงที่วางเท้า หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว แต่สัญชาตญาณนักกฎหมายและทนายความสาวผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อความอยุติธรรมบอกเธอว่า เธอจะนั่งรอความตายอยู่ตรงนี้ไม่ได้ เธอมองลอดผ่านช่องว่างของเบาะหน้า สายตาปรับโฟกัสกับความมืดภายนอก ปرินทร์กำลังยิงตอบโต้กับชายฉกรรจ์สามคนที่ใส่ชุดดำและสวมหมวกไอ้โม่งอำพรางใบหน้า กระสุนของปรินทร์เข้าเป้าไปหนึ่งคนจนมันทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น แต่อีกสองคนยังคงระดมยิงกดดันเข้ามาไม่ยั้ง *กระสุนของเขาใกล้หมดแล้ว...* รณิดาวิเคราะห์จากจังหวะการลั่นไกที่เว้นช่วงนานขึ้น รณิดาตัดสินใจกัดฟันกรอด เธอมือสั่นเทาเอื้อมไปหยิบกระเป๋าเอกสารหนังแท้ของตัวเองที่ตกอยู่เบาะหลัง ภายในนั้น นอกจากเอกสารสำนวนคดีชิ้นสำคัญแล้ว ยังมีสิ่งหนึ่งที่เธอแอบพกติดตัวไว้เสมอ—เครื่องช็อตไฟฟ้าแรงดันสูงที่บิดาผู้ล่วงลับซื้อให้เธอไว้ป้องกันตัวตั้งแต่เริ่มทำงานทนายความครั้งแรก เธอผลักประตูรถฝั่งผู้โดยสารเปิดออกอย่างเงียบเชียบที่สุดท่ามกลางเสียงปืนที่ยังคงดังสนั่น สายฝนเย็นเฉียบซัดเข้าใส่ใบหน้าจนลืมตาแทบไม่ขึ้น ร่างเพรียวในชุดสูททำงานเปียกโชก ก้าวลงไปบนพื้นถนนที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำและคราบเลือด ชายชุดดำคนหนึ่งกำลังเล็งปากกระบอกปืนไปที่แผ่นหลังของปรินทร์ที่กำลังพยายามเปลี่ยนแมกกาซีนกระสุนอย่างทุลักทุเล ปرินทร์พลาดท่าเสียหลักเพราะลื่นพื้นเปียก ชายคนนั้นเหยียดยิ้มอำมหิตภายใต้หน้ากากและเหนี่ยวไกเตรียมปลิดชีพเขา "ไอ้สารเลว!" รณิดากรีดร้องสุดเสียง พุ่งเข้าใส่ชายฉกรรจ์คนนั้นด้วยแรงทั้งหมดที่มีพร้อมกับกดสวิตช์เครื่องช็อตไฟฟ้าจี้เข้าที่ต้นคอของมันเต็มแรง! *เปรี๊ยะ! ฟรึบ!* กระแสไฟฟ้าแรงดันสูงวิ่งพล่านผ่านร่างของชายชุดดำ ร่างใหญ่โตกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงก่อนจะล้มฟุบลงหมดสติคาที่ไปในทันที ปรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนทึ่ง เมื่อเงยหน้าขึ้นมามองภาพตรงหน้า เขารีบจัดการกับคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ด้วยการเตะตัดขาและฟาดด้ามปืนเข้าที่กกหูจนมันสაბไปนอนกองกับพื้นเช่นกัน ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนของคนทั้งคู่ สายฝนยังคงโปรยปรายลงมา ชะล้างคราบเลือดบนพื้นถนนให้เจือจางลง ปรินทร์ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล เขารีบก้าวเข้ามาหารณิดาที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางสายฝน มือข้างที่ถือปืนสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธที่เธอเอาชีวิตมาเสี่ยงแบบนี้ "คุณมันบ้าที่สุด นิด!" ปรินทร์ตะคอกใส่เธอเสียงดังลั่นกลบเสียงฝน มือหนากระชากแขนเธอเข้ามาประชิดตัว ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย "ผมบอกให้คุณอยู่บนรถไง!" "ถ้าฉันอยู่บนรถ... คุณคงตายห่าไปแล้วค่ะท่านอัยการ!" รณิดาตวาดกลับเสียงสั่น น้ำตาที่ผสมปนเปไปกับน้ำฝนไหลอาบแก้ม แต่แววตาของเธอยังคงดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวไม่แพ้เขา "เลิกทำตัวเป็นพระเอกผู้เสียสละคนเดียวสักทีได้ไหม ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาหน้ารถของคุณนะ!" ปรินทร์ชะงักไป เขามองผู้หญิงตรงหน้า—ทนายความสาวผู้เย็นชาและเฉียบคมในยามปกติ แต่ในยามนี้กลับดูเปราะบาง ทว่าดุดันราวกับพยัคฆ์สาว บาดแผลและรอยเปื้อนโคลนไม่ได้ทำให้เธอดูด้อยค่าลงเลย ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้หัวใจของอัยการหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร พลิกคว่ำคะมำหงายอย่างไร้ทางสู้ แทนที่จะดุเธอต่อ ปรินทร์กลับดึงร่างบางเข้ามากอดแนบแน่น สองแขนแข็งแกร่งโอบรัดเธอไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปกับสายฝน รณิดานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่ความอ่อนล้าทั้งหมดจะทลายลง เธอยกมือขึ้นกอดตอบแผ่นหลังกว้างของเขาแน่น ใบหน้าซบลงกับอกเสื้อที่เปียกชุ่มของเขา "อย่าทำแบบนี้อีก..." เสียงกระซิบแหบพร่าของปรินทร์ดังอยู่ข้างหู อบอุ่นและสั่นเครือนิดๆ "ถ้าไม่มีคุณ... ผมไม่รู้ว่าจะชนะคดีนี้ไปเพื่ออะไร" รณิดาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะหลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกันกับเขา แต่ก่อนที่บรรยากาศจะหวานซึ้งไปมากกว่านั้น ปลายนิ้วของเธอก็ไปสัมผัสโดนกระเป๋าเสื้อสูทของชายชุดดำคนที่นอนสลบอยู่ใกล้ๆ มีบางอย่าง... แข็งๆ และเป็นโลหะซ่อนอยู่ข้างในนั้น รณิดาผละออกจากอ้อมกอดของปรินทร์ช้าๆ สายตาคมกวาดมองไปที่ร่างนั้น ก่อนจะเอื้อมมือไปควานหาวัตถุแปลกปลอมในกระเป๋าเสื้อของคนร้าย ปรินทร์เห็นท่าทีนั้นจึงรีบเข้ามาช่วยค้นด้วยความระแวดระวัง สิ่งที่รณิดาดึงออกมาจากกระเป๋าเสื้อของมือปืน ไม่ใช่ปืนสำรองหรือมีดพก... แต่มันคือแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทตัวเล็กๆ ที่มีสัญลักษณ์ตราประทับของ "สำนักงานอัยการสูงสุด" สลักไว้อย่างชัดเจน ปรินทร์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นมัน เขารับแฟลชไดรฟ์นั้นมาพลิกดูในมือ ความสงสัยถูกแทนที่ด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่นในเสี้ยววินาที "นี่มัน... แฟลชไดรฟ์สำรองของห้องทำงานผม" ปรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตารณิดา สีหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด "และในนี้... มีรายชื่อของ 'หนอนกระดาษ' ทุกคนที่คอยบ่อนทำลายหลักฐานคดีนี้จากข้างในสำนักงาน" รณิดามองหน้าปรินทร์ หัวใจที่เคยเต้นระรัวจากความกลัวเมื่อครู่ กลับถูกแช่แข็งด้วยความจริงข้อใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า หากแฟลชไดรฟ์นี้อยู่ในตัวมือปืน... แปลว่าคนร้ายตัวจริงไม่ได้อยู่ข้างนอกองค์กร... แต่อยู่ใกล้ตัวพวกเขากว่าที่คิด และคนที่ส่งคนมาเก็บพวกเขาในคืนนี้ ก็คือ "คนใน" ที่มีอำนาจสั่งการเหนือกว่าปรินทร์เสียอีก เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของปรินทร์ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน เขากดรับสายโดยไม่ละสายตาจากรณิดา เสียงปลายสายกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มคุ้นเคย ที่ทำให้เลือดในกายของอัยการหนุ่มเย็นเยียบลงทันที *"เป็นไงบ้างครับท่านอัยการ... สนุกกับเกมที่ผมจัดให้ไหม?"* ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนของคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%