กลิ่นอายความอับชื้นของแฟ้มเอกสารคดีอาญาผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศในห้องพิจารณาคดีหมายเลข 402 สร้างบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก รณิดาประสานปลายนิ้วเข้าหากันบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างมั่นคง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเฉียบกวาดมองเอกสารคำฟ้องในมือด้วยสมาธิที่ถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เธอยืนหยัดในฐานะทนายความจำเลยมาสามปีเต็ม และทุกวินาทีในห้องสี่เหลี่ยมนี้คือสนามรบที่พลาดไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว
"ถ้าทางฝั่งทนายจำเลยพร้อมแล้ว เชิญท่านอัยการกล่าวเปิดคดีครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของผู้พิพากษาอาวุโสดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดของรณิดา เธอเงยหน้าขึ้นเพื่อสบตากับคู่กรณีฝั่งตรงข้าม—ชายหนุ่มในชุดสูทสีกรมท่าตัดเย็บประณีตที่ก้าวขึ้นมาประทับยืนอย่างองอาจ
ร่างสูงโปร่งนั้นขยับตัวเล็กน้อย แสงไฟจากโคมระย้าสะท้อนกับกรอบแว่นโลหะบางๆ บนสันจมูกคมสัน รอยยิ้มมุมปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้มของข้าราชการตุลาการผู้เคร่งขรึมทั่วไป แต่เป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่แฝงความร้ายกาจไว้อย่างแนบเนียน
รณิดาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ลลมหายใจของเธอสะดุดกกคอ ร่างสูงสง่าที่กำลังยืนประสานสายตากับเธออย่างท้าทายในเวลานี้... คือผู้ชายคนเดียวกันกับที่นั่งดื่มวิสกี้เคียงข้างเธอในมุมมืดของผับหรูเมื่อคืนนี้เอง
ภาพความทรงจำเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นของแอลกอฮอล์ สัมผัสอุ่นร้อนที่ฝ่ามือของเขาตอนที่ฉวยแก้วเครื่องดื่มจากมือเธอไปอย่างไร้มารยาท พร้อมกับคำพูดกวนประสาทที่ยังก้องอยู่ในโสตประสาท—*‘ความถูกต้องไม่ได้มีด้านเดียวหรอกครับคุณทนาย ระวังความยุติธรรมที่คุณศรัทธา จะย้อนกลับมาหักหลังคุณเข้าสักวัน’*
ให้ตายเถอะ... เขาคือ "ปรินทร์" อัยการมือฉกาจฉกรรจ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความไร้ปรานีและสถิติชนะคดีเกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์!
ปรินทร์สบตากลับมา รอยยิ้มของเขาเหยียดยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับจะอ่านความคิดของเธอออกทั้งหมด ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความประหลาดใจแม้แต่น้อย ราวกับเขาจงใจวางหมากตานี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว
"เรียนท่านผู้พิพากษาที่เคารพ" ปรินทร์เริ่มต้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและทรงพลัง ทุกพยางค์ที่เปล่งออกมาสะท้อนความเฉียบคมทางกฎหมายที่ได้รับการขัดเกลามาอย่างดี "ทางอัยการมีประจักษ์พยานและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่า จำเลยมิได้เพียงแค่กระทำความผิดโดยประมาท แต่เป็นการเจตนาอำพรางคอยฉ้อโกงทรัพย์สินมูลค่าหลายสิบล้าน หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในหน้าสิบสองของสำนวนคดี ได้พิสูจน์แล้วว่าลายมือชื่อบนสัญญาฉบับนั้น ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิค หากแต่เป็นการจงใจปลอมแปลงอย่างแยบยล"
รณิดาขบกรามแน่น ปรับลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เธอไม่อนุญาตให้ความบังเอิญเมื่อคืนนี้มาทำลายสมาธิในการทำงานเด็ดขาด เธอตวัดสายตาคมกริบมองไปยังอัยการหนุ่ม ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดดังก้องไปทั่วห้องพิจารณาคดี
"คัดค้านค่ะ ท่านผู้พิพากษา" รณิดากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและมั่นคง "สิ่งที่ท่านอัยการปรินทร์กำลังกล่าวอ้าง เป็นเพียงการตีความหลักฐานแบบปลายเหตุ พยานวัตถุในหน้าสิบสองที่อ้างถึงนั้น ถูกเก็บกู้มาจากสถานที่เกิดเหตุโดยไม่มีบันทึกการควบคุมห่วงโซ่พยานหลักฐาน (Chain of Custody) ที่ถูกต้องตามกฎหมายอาญามาตรา 112 การนำเอาเอกสารที่อาจถูกปนเปื้อนมาใช้กล่าวหาจำเลย จึงเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน และขาดความน่าเชื่อถืออย่างสิ้นเชิงค่ะ"
ปรินทร์หันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบฉายแววทึ่งระคนขบขัน เขาไม่ได้แสดงอาการตกใจกับการโต้แย้งอันดุเดือดของเธอเลยแม้แต่น้อย กลับก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้โพเดียมฝั่งตรงข้าม ท่าทีที่ผ่อนคลายแต่กดดันในเวลาเดียวกันทำให้รณิดารู้สึกเหมือนกำลังถูกเสือร้ายจ้องมอง
"คุณทนายรณิดากล่าวถึงห่วงโซ่พยานหลักฐานได้อย่างคล่องแคล่วดีครับ" ปรินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่เล็กน้อยที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน ทว่าสายตายังคงมองตรงไปที่ผู้พิพากษา "แต่ดูเหมือนคุณจะลืมไปว่า เอกสารฉบับนี้ไม่ได้มาจากการเก็บกู้ทางนิติวิทยาศาสตร์แบบปรกติ แต่มันถูกส่งมอบโดยตรงจากมือของ... พยานปากเอกที่เต็มใจจะเปิดโปงความจริงทั้งหมด เพื่อแลกกับการลดหย่อนโทษ"
รณิดาชะงัก หัวใจกระตุกวูบ พยานปากเอก? ในสำนวนคดีไม่มีการระบุชื่อพยานปากนี้มาก่อน! นี่คือหมัดฮุกที่ปรินทร์จงใจซ่อนไว้เพื่อโจมตีเธอในห้องพิจารณาคดีโดยเฉพาะ
"ท่านอัยการกำลังใช้พยานลับที่ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ซึ่งถือเป็นการประวิงเวลาและทำลายสิทธิในการเตรียมตัวต่อสู้คดีของจำเลยนะคะ!" รณิดาโต้กลับทันควัน แววตาแข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความโกรธระอุขึ้นในอกเมื่อรู้ว่าเธอกำลังตกหลุมพรางที่เขาขุดไว้
ปรินทร์โน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้ระยะอันตราย ดวงตาคู่นั้นพินิจพิเคราะห์เธอตั้งแต่กรอบแว่นลงมาจนถึงริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความไม่พอใจ เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ลอดออกมาจากริมฝีปากของเขาทำเอาเลือดในกายของรณิดาฉีดพล่าน
"ผมเตือนคุณแล้ว... ว่าเกมนี้ คุณไม่ได้ถือไพ่เหนือกว่าอย่างที่คิดหรอกนะคนสวย"
ปรินทร์ยืดตัวตรงขึ้น ก่อนจะหันไปผายมือให้ผู้พิพากษาด้วยท่าทีสุภาพเรียบร้อยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ทางเราขออนุญาตเรียกพยานปากใหม่ขึ้นให้การในทันทีครับ... เชิญครับคุณภาคภูมิ"
เสียงประตูด้านหลังห้องพิจารณาคดีเปิดออก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาในความเงียบงัน รณิดาหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ และเมื่อใบหน้านั้นปรากฏชัดเจนภายใต้แสงไฟของศาล เลือดในกายของเธอก็เย็นเฉียบลงในพริบตา—พยานปากเอกที่ปรินทร์ซ่อนไว้ คือคนคนเดียวกับอดีตหุ้นส่วนผู้เคยหักหลังและทำลายครอบครัวของเธอเมื่อสิบปีก่อน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากคดีแรกไปกับความสัมพันธ์อันเชือดเฉือนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 1
เกมแรกในห้องพิจารณาคดี
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!