เสียงตบโต๊ะไม้ดังปังสนั่นบ้านหลังน้อยจนถ้วยชาเซรามิกสั่นสะเทือน น้ำชาสีเขียวเข้มกระฉอกเปรอะเปื้อนผ้าปูโต๊ะหยาบๆ ทว่าผู้กระทำกลับหาได้ใส่ใจไม่ นางจางหรือแม่สามีผู้ให้กำเนิดหานหยางกำลังยืนค้ำหัวด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาตี่เล็กจ้องเขม็งไปยังร่างระหงของไป๋ลี่อินที่กำลังนั่งละเลียดเกี๊ยวหมูน้ำซุปใสร้อนๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน
"ลี่อิน! เจ้ามันหน้าไม่อายจริงๆ! หานหยางเพิ่งกลับมาจากค่ายทหารเหนื่อยๆ ไยเจ้าถึงกล้าใช้ให้เขาต้องมานั่งก้มหน้าก้มตาหั่นผักปอกกระเทียมอยู่ในครัวเช่นนี้! สามีข้า... อภิมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ต้องอนาคตไกลไปถึงไหนต่อไหน ไยต้องมาทนปรนนิบัติสตรีไร้ค่าอย่างเจ้า!"
คำด่าทอหยาบคายและเสียงแหลมสูงพ่นออกมาเป็นชุดราวกับเครื่องจักรพังๆ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน นิสัยเห็นแก่ตัวและอคติฝังรากลึกของหญิงแก่บ้านเดิมตระกูลจางก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง นางจางฉวยโอกาสที่ลูกชายก้าวเท้าเข้าห้องน้ำเพื่อตรงดิ่งมาหาเรื่องสะใภ้คนนี้ทันที ด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าจะสามารถเป่าหูให้ลูกชายหย่าขาดจากสตรีตัวซวยผู้นี้ได้เสียที
ไป๋ลี่อินวางตะเกียบไม้ลงบนขอบชามอย่างเชื่องช้า นางเงยหน้าขึ้นสบตาแม่สามีด้วยแววตานิ่งสงบ ทว่าลุ่มลึกและทรงพลังจนอีกฝ่ายเผลอผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปากของเชฟสาวมือหนึ่งจากยุคปัจจุบัน
"คุณแม่คะ..." เสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพเรียบร้อย "ท่านแม่แน่ใจหรือคะว่าสามีของข้าถูกบังคับให้ทำ? หากท่านลองเดินไปชะโงกดูที่หน้าประตูห้องครัวสักนิด ท่านจะเห็นสามีผู้ยิ่งใหญ่ของท่านกำลังยืนยิ้มหน้าบานขณะตำน้ำพริกด้วยความเต็มใจยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลใหญ่เสียอีกนะคะ"
"เจ้า... เจ้ากล้าเถียงข้าหรือ!" นางจางหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกลายเป็นสีม่วง มือเหี่ยวย่นชี้หน้าสะใภ้ด้วยความโมโห "ข้าเป็นแม่นะ! แม่ที่อุ้มท้องเขามาเก้าเดือน! หานหยาง! ลูกแม่! เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้! มาดูซิว่านางงูพิษนี่มันปีปีนเกลียวข้าอย่างไรบ้าง!"
ฉับพลันนั้น ประตูห้องครัวก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของหานหยางในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นหนาและหยาดเหงื่อพราวบนลาดไหล่กว้าง มือหนาทั้งสองข้างถือสากตำพริกและอ่างดินเผาเอาไว้มั่น ใบหน้าคมคายบึ้งตึงลงทันทีเมื่อเห็นมารดากำลังยืนแผดเสียงโวยวายใส่ภรรยาตัวน้อยของเขา
"ท่านแม่ครับ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "ท่านมาทำอะไรที่นี่อีกแล้วครับ?"
"หานหยาง! ลูกโง่!" นางจางรีบโผเข้าไปหาลูกชายพร้อมกับคว้าแขนล่ำสันเขย่าแรงๆ "เจ้าถูกนางจิ้งจอกนี่ทำเสน่ห์ใส่แล้วใช่ไหม? ดูสภาพเจ้าตอนนี้สิ เหมือนทหารรับจ้างกวนเมืองที่ไหน ไม่เหมือนนายทหารระดับผู้กองเลยสักนิด! หย่า! แม่บอกให้เจ้าหย่ากับมันเสียที! ข้าหาภรรยาใหม่ที่ดีกว่านี้และตระกูลสูงส่งกว่านี้เตรียมไว้ให้เจ้าแล้ว!"
บรรยากาศภายในห้องโถงอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก สายลมยามบ่ายพัดผ่านหน้าต่างเข้ามาหอบเอาความเย็นยะเยือกเข้ามาด้วย ไป๋ลี่อินยังคงนั่งนิ่ง นางเพียงแต่ยกมือขึ้นทัดผมปรกหน้าอย่างใจเย็น รอคอยการตัดสินใจของสามีหนุ่มโดยไม่เอ่ยปากแทรกแซงแม้แต่คำเดียว
หานหยางวางอ่างดินเผาลงบนโต๊ะข้างๆ อย่างเบามือ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองมารดาผู้บังเกิดเกล้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชาจนน่ากลัว ความรักความกตัญญูที่มีต่อมารดาถูกความเอือมระอาและความรักมั่นคงที่มีต่อภรรยาบด 1บขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
"ท่านแม่ครับ..." หานหยางเอ่ยขึ้นทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ น้ำหนักเสียงกดต่ำลงจนผู้เป็นแม่ต้องสะดุ้ง "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมยอมตามใจท่านมาตลอดเพราะเห็นแก่พระคุณที่เลี้ยงดูผมมา แต่เรื่องของลี่อิน... ขอร้องเถอะครับ เลิกยุ่งเสียที"
"เจ้า... เจ้ากล้าพูดจาอกตัญญูกับแม่เรอะ เพราะนางนี่สินะ!" นางจางกรีดร้องโหยหวน น้ำตาปลอมๆ เริ่มเหือดแห้งกลายเป็นความเกรี้ยวกราด "ถ้าเจ้าไม่หย่ากับมัน วันนี้แม่ก็จะตายให้เจ้าดูตรงนี้แหละ!"
"เชิญตามสบายเลยค่ะ"
เสียงใสๆ ดังแทรกขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว ไป๋ลี่อินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างระหงก้าวเข้าไปใกล้แม่สามีทีละก้าว แววตาคมปลาบฉายแววเฉียบคมดั่งเพชรน้ำเอก "ท่านแม่อยากจะนอนตรงไหน เลือกได้ตามใจชอบเลยนะคะ ข้าจะช่วยไปตามผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านแถวนี้มาเป็นสักการะพยานให้ด้วยว่า ลูกชายกตัญญูของท่านไม่ได้อกตัญญู แต่เป็นท่านแม่ต่างหากที่เอาแต่ใจตัวเองจนเกินงาม!"
"เจ้า... นังสารเลว!" นางจางเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าสะใภ้ตัวแสบให้หายแค้น
หมับ!
ทว่าข้อมือเหี่ยวย่นกลับถูกมือใหญ่หนาดั่งคีมเหล็กของหานหยางคว้าเอาไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงเสียจนนางจางต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด หานหยางก้าวเข้ามาบังร่างของภรรยาเอาไว้มิดชิด สายตาที่มองมารดาแข็งกร้าวราดรดด้วยหยาดน้ำแข็ง
"พอได้แล้วครับท่านแม่!" หานหยางประกาศกร้าวเสียงดังลั่นบ้าน "ผมบอกให้ชัดเจนตรงนี้เป็นครั้งสุดท้าย ชีวิตของผม ครอบครัวของผม และภรรยาของผม... มีแค่ไป๋ลี่อินคนเดียวเท่านั้น! ต่อให้ท่านจะเอาคอมาวางบนขอนไม้ ผมก็ไม่มีวันหย่าเด็ดขาด! ถ้าท่านยังไม่เลิกสร้างความวุ่นวายและรังแกภรรยาผมอีกล่ะก็... นับจากนี้ไป เบี้ยเลี้ยงทหารของผมทุกหยอดจะไม่ส่งมาที่บ้านหลังนี้อีกแม้แต่บาทเดียว!"
คำพูดประกาศิตของหานหยางราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกลางกบาลของนางจาง นางอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เบี้ยเลี้ยงทหารระดับผู้กองของหานหยางคือรายได้หลักที่ค้ำจุนทั้งครอบครัวและน้องชายจอมเกียจคร้านของเขา หากไม่มีเงินก้อนนี้ ครอบครัวของนางคงต้องอดตายอย่างแน่นอน!
"หานหยาง... เจ้า... เจ้ากล้าตัดหางปล่อยวัดแม่เรอะ!" นางจางเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นบ้านอย่างหมดสภาพ
ไป๋ลี่อินมองภาพตรงนั้นด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยในใจ นางเอื้อมมือไปจับแขนสามีเบาๆ ส่งยิ้มอ่อนโยนให้เขาก่อนจะหันไปมองแม่สามีที่กำลังคร่ำครวญ ร่างบางกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อปิดเกมการต่อสู้ครั้งนี้ให้เด็ดขาด
ทว่า...
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอกบ้านราวกับมีคนกำลังพยายามพังประตูเข้ามา ตามด้วยเสียงตะโกนโกลาหลและเสียงกรีดร้องของเพื่อนบ้านที่ดังแว่วเข้ามาในความเงียบ
"ผู้กองหาน! แย่แล้วครับผู้กอง! ทางการจากอำเภอส่งคนมารื้อซุปเปอร์มาร์เก็ตและแปลงผักในมิติ... เอ๊ย แปลงผักหลังบ้านของท่านแล้ว!"
หานหยางและไป๋ลี่อินสบตากันทันที ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อตระหนักได้ว่า... ปัญหาใหญ่หลวงกว่ากำลังพุ่งตรงมาหาพวกเขาแล้ว!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความรักและการฟาดฟันในตอนนี้นะคะ!
ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 31
อุปสรรคจากแม่สามีตัวแสบอีกรอบ
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!