“ถ้าคุณอยากหย่ามากนัก ก็เซ็นชื่อลงไปเสียสิคะ อย่ามัวแต่ส่งจดหมายมาทวงสิทธิ์ความเป็นสามีทั้งที่ใจอยู่ที่อื่นเลย”
ไป๋ลี่อินวางปากกาด้ามเก่าลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาที่เธอเพิ่งซ่อมแซมเองกับมือ สายตาคมกริบจ้องมองกระดาษแผ่นบางที่วางนิ่งอยู่ตรงหน้า มันคือจดหมายขอหย่าที่เขาเพิ่งยื่นส่งมาให้ผ่านทางไปรษณีย์เมื่อเดือนก่อน ทว่าในวินาทีนี้ เจ้าของจดหมายกลับมายืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเธอเสียแล้ว
หานหยางในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกที่ดูสะอาดสะอ้านทว่าเปื้อนฝุ่นจากการเดินทางไกล ดวงตาคมเข้มดุจพญาอินทรีของเขากำลังกวาดมองไปทั่วบ้านที่เปลี่ยนไปราวกับคนละหลัง กลิ่นอายความยากจนข้นแค้นและข้าวของระเกะระกะถูกแทนที่ด้วยความสะอาดสะอ้าน มีกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรและเครื่องเทศที่เขาไม่คุ้นเคยลอยอวลอยู่ในอากาศ
“นั่นคือสิ่งที่เธอต้องการจริงๆ งั้นหรือ ลี่อิน?” เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เพราะความประหลาดใจที่ไม่อาจปิดมิด
ไป๋ลี่อินไม่ได้หลบสายตา เธอแค่นยิ้มที่มุมปาก “ฉันไม่ใช่ภรรยาขี้ขลาดที่ร้องไห้ฟูมฟายเพราะจดหมายใบเดียวของคุณอีกต่อไปแล้วค่ะ ในเมื่อบ้านนี้ไม่มีความสุข คุณก็ไป และฉันเองก็มีชีวิตที่ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินเดือนนายทหารของคุณ”
หานหยางชะงักไปครู่หนึ่ง เขาจำภรรยาคนเดิมที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานหนักและหวาดกลัวเขาประหนึ่งกลัวยักษ์มารได้แม่นยำ แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับมีแววตาท้าทาย ท่าทางสง่าน่าเกรงขาม และดูมีความเป็นอิสระเสียจนเขารู้สึกเหมือนเป็นคนนอกในบ้านของตัวเอง
“เธอทำได้ยังไง...” เขาถามพลางกวาดสายตาไปเห็นตะกร้าผักสดข้างหน้าต่าง แต่ละต้นอวบอิ่มสมบูรณ์เกินกว่าผักสวนครัวธรรมดาที่ควรจะเป็นในฤดูกาลนี้
“มันเป็นเรื่องของฉันค่ะ” ลี่อินตัดบท เดินไปที่เตาไฟพร้อมกับหยิบตะหลิวขึ้นมา ความร้อนจากเตาช่วยขับเน้นใบหน้าที่นวลเนียนของเธอให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นไปอีก “ถ้าคุณยังไม่เซ็นใบหย่า ก็กรุณาถอยไปให้พ้นทางค่ะ ฉันกำลังทำอาหารมื้อเย็น ถ้าคุณหิวก็รอทานพร้อมกัน แต่ถ้าคุณจะมาเพื่อสั่งสอนหรือดูถูกฉันล่ะก็ ประตูทางออกอยู่ตรงนั้นค่ะ”
หานหยางนิ่งงันไปครู่ใหญ่ เขาเคยเป็นคนวางมาดเย็นชาใส่เธอมาตลอด แต่ในยามนี้เขากลับรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดด้วยรัศมีบางอย่างที่เธอแผ่ออกมา ความหิวโหยจากการเดินทางยาวนานแพ้พ่ายให้กับความอยากรู้ที่พุ่งพล่านอยู่ในอก เขาเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ตัวเดิมที่เคยนั่งเมื่อปีมะโว้ แต่วันนี้มันกลับดูสะอาดตาอย่างน่าอัศจรรย์
กลิ่นหอมของเนื้อผัดพริกและเห็ดหอมจากมิติฟาร์มของลี่อินเริ่มตลบอบอวลไปทั่วบ้าน มันไม่ใช่กลิ่นอาหารพื้นๆ ทั่วไป แต่เป็นกลิ่นหอมที่ปลุกสัญชาตญาณความอยากอาหารของชายหนุ่มให้ลุกโชน หานหยางเฝ้ามองแผ่นหลังบางของภรรยาที่เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ทุกจังหวะที่เธอหยิบจับช้อนส้อม หรือแม้แต่ตอนที่เธอหยิบเครื่องปรุงจากโหลแก้วที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในหมู่บ้านแห่งนี้ มันทำให้เขาแทบลืมจุดประสงค์ที่เดินทางกลับมา
“คุณเปลี่ยนไปมาก...” เขาเปรยขึ้นมาเบาๆ ขณะที่ลี่อินยกจานอาหารมาวางลงตรงหน้าเขาพอดี
ลี่อินนั่งลงฝั่งตรงข้าม ไม่ได้เอ่ยคำหวาน ไม่ได้ปรนนิบัติพัดวีตามประสาภรรยาที่แม่สามีเคยยัดเยียดบทบาทให้ เธอเพียงแค่ตักข้าวใส่ชามของตัวเองแล้วเริ่มทานอย่างสงบ
“คนเราต้องเติบโตค่ะ คุณหานหยาง” เธอตอบโดยไม่เงยหน้า “ในขณะที่คุณยุ่งอยู่กับการปกป้องประเทศ ฉันก็ยุ่งอยู่กับการปกป้องศักดิ์ศรีและความเป็นอยู่ของตัวเองเช่นกัน”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงตะเกียบกระทบถ้วยกระเบื้อง บรรยากาศอบอุ่นที่ไร้ความกดดันเริ่มแทรกซึมเข้ามา หานหยางตักอาหารเข้าปากเพียงคำเดียว ดวงตาเขาก็เบิกกว้างขึ้น รสชาติกลมกล่อมที่ละลายในปากนั้นมันเหนือกว่าอาหารจากโรงครัวทหารที่เขาเคยทานมาทั้งชีวิตหลายเท่าตัว
ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดที่เริ่มผ่อนคลาย เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมเสียงโวยวายของหญิงสูงวัยก็ดังแว่วมาจากรั้วหน้าบ้าน
“นังตัวดี! ฉันรู้ว่าแกอยู่ข้างใน! ออกมาเดี๋ยวนี้! ฉันเห็นรถทหารมาจอดที่หน้าบ้าน แกคิดจะแอบเอาของดีไปปรนเปรอสามีตัวเองโดยไม่นึกถึงแม่สามีคนนี้งั้นหรือ!”
ใบหน้าของลี่อินเรียบเฉย เธอวางตะเกียบลงช้าๆ หานหยางขมวดคิ้วแน่น เขารู้ดีว่าแม่ของเขาเป็นคนเช่นไร และดูเหมือนว่าการพักร้อนครั้งนี้จะไม่ใช่การพักผ่อนอย่างที่เขาคาดหวังไว้เสียแล้ว
ลี่อินหันมาสบตาเขา แววตาของเธอไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย “ถ้าคุณอยากเห็นว่าภรรยาคนนี้เปลี่ยนไปแค่ไหน ก็ลองนั่งดูเฉยๆ นะคะ... เพราะบทเรียนถัดไปที่คุณจะได้รับ คือการเห็นแม่บังเกิดเกล้าของคุณร้องไห้กลับบ้านไปเอง”
เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังประตูบ้าน ทิ้งให้หานหยางนั่งนิ่งงันอยู่ในความมืดสลัว กลิ่นหอมของอาหารมื้อเย็นยังคงอบอวลอยู่รอบตัวเขา แต่สิ่งที่กระตุ้นหัวใจเขาในตอนนี้คือความกระหายที่จะได้เห็นว่า ‘ภรรยา’ ของเขาจะจัดการกับปัญหาตรงหน้าอย่างไร
มือของเขาเอื้อมไปแตะปากกาด้ามนั้นที่ยังวางอยู่บนโต๊ะ ใบหย่าแผ่นนั้นยังคงอยู่ที่เดิม แต่ในใจของชายหนุ่มที่เคยเย็นชาผู้นี้ กลับรู้สึกถึงบางอย่างที่กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ประตูบ้านถูกเปิดออกกว้าง ลี่อินเผชิญหน้ากับเหล่าญาติจอมสูบที่กำลังจะพุ่งตัวเข้ามาด้วยท่าทางคุกคาม แต่สิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงคือการปรากฏตัวของหานหยางที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอยู่เบื้องหลังภรรยา สายตาของเขามีความเย็นชาที่น่าสะพรึงกลัวจนทุกคนชะงักฝีเท้าลงทันที
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างชีวิตใหม่ไปกับลี่อินและร่วมลุ้นไปกับก้าวสำคัญของหานหยางในครั้งนี้นะคะ!
ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 26
สามีทหารกลับบ้านแล้ว!
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!