กลิ่นหมึกจีนราคาถูกและกระดาษสาเก่าเก็บตลบอบอวลอยู่ในอากาศ คละเคล้ากับกลิ่นชื้นของฝนที่เพิ่งซาเม็ดไปไม่นาน ฟางเซียนวางพู่กันในมือลงอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวที่เคยนุ่มนิ่มจากการดูแลเรือนร่างด้วยน้ำนมบัดนี้กลับมีรอยด้านจากการกรำงานหนัก แต่สายตาของนางเด็ดเดี่ยวราวกับคมมีดที่ผ่านการเจียระไนมาอย่างดี
ตรงหน้าของนาง คือกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนด้วยตัวอักษร 'หย่า' อย่างชัดเจนและหนักแน่น
“ข้าจะไม่พูดซ้ำสอง ท่านแม่ทัพ” น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา จนจ้าวเฟยหลงที่ยืนตระหง่านอยู่กลางร้านหนังสือเล็กๆ แห่งนี้ถึงกับชะงักไป
บุรุษผู้สวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักลายมังกรเกล็ดเมฆดูขัดตาอย่างยิ่งในร้านหนังสือที่เต็มไปด้วยฝุ่นและกลิ่นอายของอดีต เขาคือแม่ทัพผู้เกรียงไกรจ้าวเฟยหลง ผู้ซึ่งเมื่อสามปีก่อนเคยประกาศต่อหน้าธารกำนัลว่าสตรีเช่นนาง ‘ไร้ค่าและน่ารำคาญใจ’ เขาจ้องมองใบหย่าบนโต๊ะด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก
“เจ้าแน่ใจแล้วหรือ ฟางเซียน?” เสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงไปด้วยความกังขา “การหย่าขาดจากข้า หมายความว่าเจ้าจะสูญเสียทุกอย่าง เจ้าจะไปเอาปัญญาที่ไหนมาเลี้ยงชีพในเมืองที่ไร้ความเมตตาแห่งนี้”
ฟางเซียนยกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “ทุกอย่างที่ท่านว่า คือสิ่งที่ข้าไม่เคยครอบครองมาตลอดสามปีมิใช่หรือเจ้าคะ? ยศถาบรรดาศักดิ์ในจวนแม่ทัพเป็นเพียงกรงขังทองคำ ส่วนความเมตตาของท่าน... ข้าก็ไม่เคยได้รับมาตั้งแต่วันแรกที่แต่งเข้าจวนแล้ว”
นางลุกขึ้นยืน ความสูงของนางไม่ต่างจากเดิม แต่ความรู้สึกที่แผ่ออกมากลับดูสง่างามและมีอำนาจเสียจนจ้าวเฟยหลงต้องขมวดคิ้ว เขาจำได้ดีว่าในอดีต ฟางเซียนผู้นี้เป็นเพียงภรรยาที่เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้และเฝ้ารอคอยความรักที่เขาไม่คิดจะมอบให้ แต่วันนี้... ผู้หญิงที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขากลับดูเหมือนดอกโบตั๋นที่ผลิบานหลังพายุใหญ่ งดงาม ทรงพลัง และไม่อาจเด็ดดมได้โดยง่ายอีกต่อไป
“ข้าเสียเวลาไปมากพอแล้วกับชีวิตที่ผ่านมา” นางเอ่ยต่อ ตัดจังหวะความคิดของเขา “ลงชื่อเถิด ท่านแม่ทัพ ท่านจะได้กลับไปหาคนที่ท่านคู่ควรเสียที ส่วนข้า ก็จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่มีชื่อของท่านเข้ามาเกลียวกล้ำ”
จ้าวเฟยหลงก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นไม้จันทน์หอมหวนที่ติดตัวเขากลายเป็นเครื่องพันธนาการที่น่าอึดอัด ฟางเซียนไม่ได้ถอยหลังหนี นางยืนเผชิญหน้า สายตาสบกันนิ่งค้าง ความอัดอั้นตันใจนับพันเรื่องในอดีตพุ่งพล่านอยู่ในอก แต่ละเรื่องถูกกลบฝังไว้ด้วยความเงียบอันหนักอึ้ง
เขายื่นมือมาหมายจะคว้าข้อมือนางตามนิสัยที่เคยทำ แต่ฟางเซียนกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างรวดเร็ว
“อย่าแตะต้องข้า” นางเอ่ยเสียงเบาแต่ทรงพลัง “ข้าไม่ใช่คนของท่านอีกต่อไป”
จ้าวเฟยหลงนิ่งงัน มือที่คว้าอากาศว่างเปล่าเริ่มสั่นน้อยๆ เขาไม่เข้าใจตัวเอง ความรู้สึกโหวงเหวงในอกนี้คืออะไร? ตลอดสามปีที่นางจากมา เขาคิดว่าเขาจะดีใจเสียอีกที่ได้กำจัด ‘ความรำคาญ’ ออกไปจากชีวิต แต่ทุกค่ำคืนที่เขากลับเข้าเรือนหอที่ว่างเปล่า กลับมีเพียงเงาของนางที่ตามหลอกหลอน
“เจ้าเปลี่ยนไปมาก” เขาเค้นเสียงออกมาในที่สุด
“คนเราต้องเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอดเจ้าค่ะ” นางตอบสั้นๆ ก่อนจะผายมือไปทางประตูร้าน “เชิญเถิดเจ้าค่ะ ข้ามีธุระต้องทำต่อ”
จ้าวเฟยหลงหยิบพู่กันขึ้นมาอย่างจำยอม เขาจรดลายเซ็นลงบนใบหย่าด้วยหัวใจที่หนักอึ้งอย่างประหลาด ราวกับว่าเขากำลังเซ็นยกของมีค่าที่สุดในชีวิตให้กับผู้อื่นไป ทว่าในขณะที่เขากำลังจะหมุนตัวเดินออกจากร้าน เสียงประตูไม้ด้านหลังร้านก็เปิดออกเบาๆ
“ท่านแม่! ท่านแม่ขอรับ... ข้าทำการบ้านเสร็จแล้ว!”
เด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบวิ่งเข้ามาในร้านด้วยความร่าเริง ดวงตากลมโตคู่นั้นสดใสราวกับน้ำค้างยามเช้า แต่ในวินาทีที่จ้าวเฟยหลงหันกลับไปมอง ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อราวกับถูกสาป
เด็กชายผู้นั้นหยุดชะงักลงตรงหน้าเขา คิ้วเรียวเข้ม จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น... มันช่างเหมือนกับสิ่งที่เขามองเห็นในกระจกเงาทุกเช้าไม่มีผิดเพี้ยน
ฟางเซียนหน้าซีดเผือด นางรีบก้าวเข้ามาขวางหน้าเด็กชายไว้ทันที แต่ทว่าสายตาของจ้าวเฟยหลงกลับจับจ้องไปที่เด็กน้อยไม่วางตา มือของแม่ทัพหนุ่มที่เพิ่งวางพู่กันลงสั่นระริก
“เด็กคนนี้...” จ้าวเฟยหลงกระซิบ น้ำเสียงแหบพร่าด้วยความตกตะลึง “เด็กคนนี้เป็นใคร ฟางเซียน... เจ้าบอกข้ามาเดี๋ยวนี้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของใคร!”
ฟางเซียนเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ในขณะที่เสี่ยวเป่าเอียงคอถามด้วยความสงสัย “ท่านลุงคนนี้หน้าตาเหมือนท่านแม่บอกว่าหน้าตาเหมือนข้าเลย... ท่านลุงเป็นใครหรือขอรับ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมร้านหนังสือแห่งนั้นอีกครั้ง ทว่าในครานี้ มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข แต่มันคือความเงียบก่อนที่มรสุมลูกใหญ่จะโถมเข้าใส่ชีวิตของพวกเขา... และฟางเซียนรู้ดีว่า นับจากวินาทีนี้ไป เกมที่นางพยายามหนีมาตลอดสามปี ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเริ่มต้นใหม่ของฟางเซียนในบทแรกนี้นะคะ
ม่านหมอกในหอจดหมายเหตุกับหยาดฝนที่ไร้ใจ•ตอนที่ 1
รอยหมึกบนใบหย่า
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกในหอจดหมายเหตุกับหยาดฝนที่ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
