“อย่าเพิ่งขยับ... ลมหายใจนั่นน่ะ ผ่อนให้เบาลงอีกนิด”
เสียงกระซิบแหบพร่าของไคล์ดังอยู่ข้างหู เรย์ตัดสินใจหยุดความเคลื่อนไหวทั้งหมด ทิ้งตัวลงแนบสนิทกับพื้นหินเย็นเฉียบหลังเสาหินอ่อนขนาดยักษ์ในโถงทางเดินชั้นใต้ดิน สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังปลายทางเดินที่แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ถูกหรี่จนเกือบมืดสนิท
ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับราวกับจะบีบปอด เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่หนักแน่นก็ดังก้องขึ้น มันไม่ใช่เสียงรองเท้าบูทของอัศวินฝึกหัด และไม่ใช่เสียงลากเท้าของภารโรง... มันคือเสียงของรองเท้าหนังราคาแพงที่กระทบพื้นหินด้วยจังหวะที่แม่นยำเกินปกติ
เรย์หรี่ตาลง พยายามเพ่งมองผ่านความมืด เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเทาเข้มสะท้อนเข้าสู่สายตา บุคคลปริศนากำลังยืนอยู่หน้าประตูเหล็กดัดบานยักษ์—ห้องทดลองเวทมนตร์มืดที่ถูกปิดตายมานานกว่าทศวรรษ
“นั่นมันตราประทับของภาควิชาเวทมนตร์โบราณไม่ใช่หรือไง” ไคล์กระซิบถามพลางขมวดคิ้วแน่น มือของเขาจับด้ามดาบไม้ไว้แน่นตามสัญชาตญาณ “ใครกันที่ถือสิทธิ์เปิดห้องนั้นได้ในยามวิกาลแบบนี้?”
“ไม่มีใครทั้งนั้นแหละไคล์” เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อาจารย์ลูเนียเคยบอกผมว่า ห้องนั้นถูกผนึกด้วยอาคมขั้นสูงที่แม้แต่อาจารย์ใหญ่ยังต้องใช้เวลาถอดรหัสเป็นชั่วโมง... แต่ดูนั่นสิ”
เงาร่างปริศนาไม่ได้ใช้กุญแจหรือบทสวดแต่อย่างใด มือข้างหนึ่งที่สวมถุงมือหนังสีดำสนิทแตะลงบนพื้นผิวเหล็กดัด เส้นสายของอักขระเวทมนตร์สีม่วงหม่นค่อยๆ เปล่งประกายออกมาจากปลายนิ้ว ก่อนที่ตัวล็อกจะคลายออกด้วยเสียง ‘คลิก’ ที่บาดลึกเข้าไปในความเงียบ
หัวใจของเรย์เต้นรัว ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความรู้สึกประหลาดที่คล้ายกับตอนที่เขาเผชิญหน้ากับดวงตาคู่นั้นในสนามประลอง
“เราต้องตามไป” เรย์ตัดสินใจทันที
“เฮ้ย เรย์! นายบ้าหรือเปล่า นั่นมันเวทมนตร์ต้องห้ามนะเว้ย!” ไคล์กระซิบสวนกลับอย่างหัวเสีย แต่เขาก็ยอมลุกขึ้นตามเรย์ไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง “ถ้าเกิดอะไรขึ้น ฉันไม่ช่วยแบกศพนายกลับไปหอพักนะ”
“ขอบใจที่เตือน แต่นายก็รู้ว่าเราปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปไม่ได้” เรย์ยิ้มบางๆ ให้เพื่อนสนิท ซึ่งเป็นยิ้มที่ไคล์รู้ดีว่ามันหมายถึง ‘ความเดือดร้อน’ ที่กำลังจะตามมา
ทั้งสองคนเคลื่อนที่ผ่านความมืดอย่างคล่องแคล่วเหมือนเงา พวกเขาแอบย่องตามเข้าไปในห้องทดลอง กลิ่นอายของอากาศภายในห้องนี้ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มันหนาวเหน็บและเต็มไปด้วยไอพลังงานที่หมุนวนราวกับมีชีวิต เรย์ใช้เวทมนตร์ประยุกต์ ‘ดวงตาสะท้อนแสง’ ปรับสายตาให้มองเห็นได้ชัดขึ้นในที่มืด
ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้ลมหายใจของเรย์แทบหยุดชะงัก
บุคคลปริศนาคนนั้นไม่ได้กำลังทำลายห้องทดลอง หรือขโมยสมบัติล้ำค่าอย่างที่คิด แต่เขากำลังยืนอยู่หน้า ‘กระจกแห่งความทรงจำ’—อุปกรณ์เวทมนตร์ที่ถูกสั่งห้ามใช้มานานนับร้อยปี เพราะมันสามารถดึงเอาเศษเสี้ยวความนึกคิดของเจ้าของห้องคนก่อนออกมาได้
“เจ้าไม่ควรอยู่ที่นี่... เรย์”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากปากของบุคคลปริศนา ร่างนั้นค่อยๆ หมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ฮู้ด แต่ก่อนที่เรย์จะได้เห็นหน้าตาที่ชัดเจน แสงสว่างวาบจากอักขระที่คนผู้นั้นเหยียบอยู่ก็ระเบิดขึ้น
“ระวัง!” เรย์พุ่งตัวคว้าคอเสื้อไคล์แล้วกระโจนหลบไปด้านข้าง เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา แรงอัดมหาศาลก็ฟาดผ่านจุดที่พวกเขาเคยยืนอยู่จนพื้นหินแตกละเอียด
เมื่อฝุ่นควันจางลง บุคคลปริศนาก็หายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำยานจางๆ และเศษกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทดลอง
เรย์หยิบเศษกระดาษนั้นขึ้นมา มันไม่ใช่เอกสารวิชาการ แต่มันเป็นแผนที่ของโรงเรียนที่ถูกวงกลมสีแดงไว้หลายจุด และจุดหนึ่งในนั้น... คือ ‘ห้องนอนของเขา’
ไคล์เดินเข้ามาสมทบ หน้าซีดเผือด “นั่นมันอะไร?”
เรย์ไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่จ้องมองที่นิ้วมือของตัวเอง ซึ่งตอนนี้มีรอยไหม้เป็นรูปสัญลักษณ์ที่คุ้นตา... มันเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเหนือสนามประลองเมื่อตอนกลางวัน
ทันใดนั้น หน้าต่างระบบโปร่งแสงสีฟ้าก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเรย์อย่างกะทันหัน พร้อมเสียงแจ้งเตือนที่เย็นเยียบ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจาก ‘ผู้เฝ้ามองอดีต’]
[ภารกิจระดับ SSS: ตามหาความจริงที่ถูกลบเลือนก่อนรุ่งสาง]
[เงื่อนไข: หากท่านเปิดเผยความจริงนี้ต่อศาสตราจารย์ลูเนีย ท่านจะสูญเสียความเชื่อใจของเธอตลอดกาล]
เรย์มองหน้าต่างระบบแล้วกำหมัดแน่น ท่ามกลางความสับสน เขากลับได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามาในห้องทดลองอย่างใจเย็น คนคนนั้นสวมรองเท้าส้นสูงและมีกลิ่นหอมของดอกไม้สีขาวที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“ศาสตราจารย์ลูเนีย...” เรย์พึมพำเมื่อเห็นร่างระหงในชุดคลุมสีดำสนิทเดินออกมาจากความมืด สายตาของเธอในยามนี้ไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกที แต่มันเต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่น่าสะพรึงกลัว
“พวกเธอไม่ควรเข้ามาที่นี่จริงๆ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เพราะสิ่งที่พวกเธอเห็น... มันไม่ใช่แค่เงา แต่มันคือจุดจบของโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้”
เธอขยับตัวเข้ามาใกล้เรย์ จนปลายไม้กายสิทธิ์ของเธอจ่อที่หน้าอกของเขา “ถ้าอยากมีชีวิตรอดล่ะก็... จงส่งแผนที่นั่นให้ฉัน เดี๋ยวนี้”
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของอัศวินฝึกหัดคนนี้กันมานะครับ ผมจะตั้งใจรังสรรค์ตอนต่อไปให้สนุกยิ่งขึ้นครับ!
วาเลนเทียอัศวินมืด
อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทต้องห้าม•ตอนที่ 9
เงาปริศนาในยามวิกาล
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!