"ถ้าพวกท่านมองว่าคราบเขม่าบนฝ่ามือของข้าคือเครื่องหมายแห่งความไร้ค่า ก็เชิญบันทึกมันลงในสมุดทะเบียนด้วยความสมเพชเวทนาของพวกท่านให้เต็มที่เถอะครับ... เพราะในอีกสามปีข้างหน้า รอยเปื้อนเหล่านี้แหละที่จะเหยียบย่ำสถาบันอัศวินเซนทราเดียแห่งนี้จนราบคาบ"
เสียงก้องกังวานของเด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำเงินเข้มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานประลองหินอ่อน เรย์สะบัดข้อมือเบาๆ ปัดเศษผงสีดำที่เกิดจากการระเบิดของวงเวทย์เมื่อครู่ลงสู่พื้น สายตาคู่คมกวาดมองคณะกรรมการคุมสอบสี่คนที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ยกระดับ พวกเขาคือนักเวทย์ระดับสูงและแม่ทัพอัศวินผู้สวมเกราะเงินวาววับ แต่ละคนกำลังแสดงสีหน้าผสมปนเปกันระหว่างความขบขันและความเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง
การสอบคัดเลือกเข้าสู่สถาบันเวทมนตร์อัศวินเซนทราเดียปีนี้ เต็มไปด้วยความเข้มข้นและกฎเกณฑ์ที่โหดหิน ผู้สมัครทุกคนต้องผ่านการ "ทดสอบการเชื่อมโยงธาตุ" (Elemental Resonance Test) เพื่อจัดสรรเข้าสู่กองร้อยฝึกหัด ซึ่งจะกำหนดชะตากรรมของพวกเขาไปตลอดชีวิตการศึกษา
สำหรับเรย์แล้ว การเดินทางมาไกลนับร้อยกิโลเมตรจากเมืองชายแดนไม่ได้ทำเพื่อมาพิสูจน์ความงดงามของตระกูลขุนนาง เขามีเป้าหมายที่เด็ดเดี่ยวและมืดมนกว่านั้น ทว่าผลลัพธ์บนแท่นศิลาเวทมนตร์กลับเล่นตลกอย่างเจ็บแสบ
"เรย์ เกรย์เวิร์ด... ผลการตรวจทานพลังเวทมนตร์ธาตุหลัก: อัตราการดูดซับมานาศูนย์เปอร์เซ็นต์ ธาตุรอง: ไม่ปรากฏ"
เสียงประกาศจากอัคคีบาเรีย (Crystal Oracle) ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์ แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของฝูงชนรอบข้าง เสียงซุบซิบค่อยๆ ดังระงมขึ้นเหมือนฝูงแมลงวันในฤดูร้อน
"เด็กบ้านนอกคนนั้นคิดอะไรอยู่ ถึงกล้ามาสมัครสอบเข้าภาควิชาอัศวินเวทมนตร์ขั้นสูง?"
"ไร้ธาตุ... แถมวงจรมานาก็ตีบตัน น่าสมเพชจริงๆ ต่อให้มีดาบวิเศษอยู่ในมือ ก็คงไม่มีปัญญาปลดปล่อยพลังอะไรออกมาได้หรอครับแบบนั้น"
เรย์ไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำดูถูกเหล่านั้น เขาเคยชินกับการถูกมองข้ามมาตั้งแต่เด็ก โลกใบนี้ไม่ได้ใจดีกับคนที่ไม่มีต้นตระกูลสนับสนุน
ในขณะที่เรย์กำลังจะก้าวเท้าลงจากแท่นพิธี เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกบรรยากาศความตึงเครียดขึ้นมา ไคล์ ทายาทสายตรงจากตระกูลดยุกแอชตัน ผู้ครองฉายา 'อัจฉริยะเพลิงกัลป์' ก้าวขึ้นมาด้วยท่าทีสง่างาม เรือนผมสีบลอนด์ทองสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามบ่าย ดวงตาสีฟ้าครามมองเพื่อนร่วมรุ่นที่ยืนอยู่เบื้องล่างด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งสมเพชและทึ่งในความด้านชาของอีกฝ่าย
"นายทำได้แค่นี้จริงๆ หรือไง เรย์?" ไคล์เอ่ยเสียงเรียบขณะเดินผ่าน "สภาพดูไม่จืดเลยนะเพื่อนยาก หรือว่าสมองของนายจะกระทบกระเทือนตอนนั่งรถม้าข้ามภูเขามากันแน่"
เรย์หันไปสบตาไคล์ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และมั่นอกมั่นใจในแบบฉบับของเขา
"ถ้าฉันใช้พลังธาตุไฟลุกโชนพรืดพราดเหมือนนาย ไคล์ ฉันก็คงเป็นแค่เด็กเส้นที่ใช้บุญเก่าจากตระกูลเหมือนคนอื่นๆ สิครับ... การไม่มีอะไรเลยนี่แหละ ที่ทำให้ฉันมีอิสระในการสร้างกฎเกณฑ์ใหม่ขึ้นมาเอง"
ไคล์แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "ปากดีให้ตลอดก็แล้วกัน เจ้าชายแห่งความว่างเปล่า"
การจัดอันดับธาตุสิ้นสุดลงตามคาด เรย์ถูกจัดให้อยู่ใน "กลุ่มที่สิบสาม" หรือที่นักเรียนในสถาบันเรียกกันลับๆ ว่า "กองร้อยเศษเหล็ก" กลุ่มของเด็กมีปัญหาและพวกไร้พรสวรรค์ที่ถูกเขี่ยมาไว้รวมกันเพื่อรอวันคัดชื่อออก แต่นั่นคือแผนการขั้นแรกที่เรย์ตระเตรียมไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว การอยู่ในแสงสว่างย่อมตกเป็นเป้าหมาย แต่การซ่อนตัวอยู่ใต้ก้นเหวจะทำให้เขาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระไร้ผู้คนจับตามอง
หลังจากการปฐมนิเทศสิ้นสุดลง เรย์แบกสัมภาระเก่าๆ เดินลัดเลาะมาตามระเบียงหินปูนโบราณของหอพักตึกเก่า อาคารฝั่งนี้ถูกทิ้งร้างและเต็มไปด้วยกลิ่นอัปชื้นของกาลเวลา แตกต่างจากหอพักหลวงที่หรูหราฝั่งตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง แต่สำหรับเรย์แล้ว ที่นี่คือจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบ
ในขณะที่เขากำลังไขกุญแจห้องพักหมายเลข 103 บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน อุณหภูมิในอากาศลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอายของมานาโบราณอันทรงพลังกดทับลงมาจนหัวไหล่แทบทรุด
"คิดว่าจะแอบเข้ามาซุกหัวนอนในมุมมืดของสถาบันได้เงียบๆ โดยไม่มีใครสังเกตเห็นอย่างนั้นหรือครับ คุณอัศวินฝึกหัดไร้ธาตุ"
เสียงหวานแต่เย็นชาไร้ความรู้สึกดังขึ้นจากความมืดที่ปลายทางเดิน เรย์ชะงักมือที่กำลังไขกุญแจ เขาค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ พลางหรี่ตามองเงาร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากเสาหินอัคนี
แสงไฟจากคบเพลิงส่องกระทบเข้ากับเรือนผมสีเงินยาวสลวยและดวงตาสีม่วงเข้มราวกับอัญมณีต้องสาป ศาสตราจารย์ลูเนีย อาจารย์ประจำภาควิชาเวทมนตร์โบราณ ผู้มีชื่อเสียงในความเข้มงวดและเด็ดขาดจนนักเรียนปีสูงยังต้องหวาดกลัว นางกำลังยืนกอดอก มองตรงมาที่เรย์ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
เรย์ไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายืดตัวตรง ส่งยิ้มสุภาพตามมารยาทให้ผู้มีอำนาจสูงสุดในยามวิกาลนี้
"ถ้าเป็นการรบกวนเวลาพักผ่อนของท่านอาจารย์ ผมต้องขออภัยด้วยนะครับ แต่ผมคิดว่าห้องพักเก่าๆ นี้คงไม่ได้อยู่ในความสนใจของใคร..."
ลูเนียสาวเท้าเข้ามาใกล้เรย์ทีละน้อย กลิ่นหอมจางๆ ของดอกจันทร์ดับความมืดลอยแตะจมูก นางหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือ ดวงตาสีม่วงคู่นั้นจ้องลึกลงไปในดวงตาของเรย์ ราวกับต้องการค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มนั้น
"เจ้ามีความลับบางอย่าง... เรย์ เกรย์เวิร์ด" ลูเนียกระซิบเสียงแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับสายลม "พลังที่เจ้าใช้ทำลายวงเวทย์ทดสอบเมื่อช่วงบ่าย ไม่ใช่เวทมนตร์ธาตุ และไม่ใช่มานาทั่วไปที่มนุษย์ใช้กัน... มันคืออะไรกันแน่?"
หัวใจของเรย์กระตุกวูบไปชั่วขณะ ไหวพริบและความระแวดระวังพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เขาไม่คิดว่าอาจารย์สาวผู้นี้จะมีความสามารถในการมองทะลุกลลุกเวทขั้นพื้นฐานที่เขาใช้ อำพรางแก่นแท้ของพลังได้รวดเร็วขนาดนี้
ก่อนที่เรย์จะได้ทันเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เสียงเตือนลึกลับที่ไม่มีใครได้ยินนอกจากตัวเขาเองก็ดังขึ้นในโสตประสาทอย่างกะทันหัน
*[ระบบเชื่อมโยงทฤษฎีเวทต้องห้าม ทำงานเสร็จสิ้น]*
*[ตรวจพบเป้าหมายระดับคุกคามสูงสุด: ศาสตราจารย์ลูเนีย]*
*[คำเตือน: หากท่านเปิดเผยแก่นแท้ของเวทมนตร์ในเวลานี้ โอกาสรอดชีวิตคือ 0.00%]*
*[ภารกิจฉุกเฉินระดับ SSS: จงโน้มน้าวใจอาจารย์สาวด้วย "ทฤษฎีบทที่ 4" ภายใน 60 วินาที มิฉะนั้นจะถูกเนรเทศออกจากสถาบันทันที]*
หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าเข้มปรากฏขึ้นตรงหน้าเรย์ พร้อมกับตัวเลขถอยหลังที่กำลังวิ่งลดลงอย่างรวดเร็ว: **[00:59] ... [00:58]**
---
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางก้าวแรกไปกับเรย์ในวันนี้นะครับ และเตรียมพบกับความเดือดระอุในบทต่อไปได้เลยครับ! — วาเลนเทียอัศวินมืด
อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทต้องห้าม•ตอนที่ 1
ก้าวแรกสู่อัคนีแห่งสถาบัน
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!