ซองเอกสารสีน้ำตาลในมือรินรดากำลังสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะคลื่นความโกรธที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ทนายความหน้าหรี่คนนั้นเดินจากไปพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ทิ้งพิษสงไว้เบื้องหลัง คำพูดของมันยังคงก้องกังวานในโสตประสาท *“คุณรินรดาครับ ของมรดกชิ้นนี้... บางทีมันอาจไม่ได้เป็นของคุณตั้งแต่แรกหรอกนะครับ”*
ให้ตายสิ เธอเกือบจะโง่เซ็นชื่อโอนสิทธิ์แปลงที่ดินมรดกผืนสุดท้ายให้พวกเหลือบไรในตระกูลไปเสียแล้ว หากสัญชาตญาณเชฟที่ผ่านสมรภูมิห้องครัวระดับมิชลิน—ที่ต้องคอยเช็กสต็อกเนื้อเน่าและผักขึ้นราจากซัพพลายเออร์จอมตอดเล็กตอดน้อย—ไม่ร้องเตือนภัยขึ้นมาเสียก่อน เธอคงตกเป็นเหยื่อในเกมสกปรกของพวกมันอย่างง่ายดาย
รินรดากำซองเอกสารในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ที่ดินผืนนี้ตั้งอยู่ในอำเภอชนบทเงียบสงบ แต่กลับกลายเป็นเป้าหมายที่ญาติห่างๆ แห่กันมารุมทึ้งราวกับฝูงแร้งรุมทึ้งซากสัตว์ พวกมันส่งทนายปลอมๆ มาขู่กรรโชกและใช้ลูกไม้ตื้นๆ หวังฮุบฟาร์มเก่าแก่ที่พ่อของเธอทิ้งไว้ให้
“คิดจะใช้ไม้นี้กับรินรดาคนนี้เหรอครับ... ฝันไปเถอะ” เธอพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก
ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูกระจกหน้ารถกระบะคันเก่าดึงเธอกลับสู่ความเป็นจริง รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมอง ปรากฏว่าเป็นร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีเขียวเข้มและกางเกงคาร์โก้เซอร์ๆ แต่ไหล่กว้างและแผ่นหลังที่ตรงแน่วราวกับเสาเข็มนั้นบ่งบอกถึงระเบียบวินัยที่ฝังรากลึก ผู้กองศิลา... สามีหมาดๆ ที่แต่งงานกันตามพินัยกรรมของพ่อเพื่อค้ำจุนสถานะของเธอในที่ดินผืนนี้ ชายหนุ่มส่งยิ้มบางๆ มาให้ พร้อมกับยื่นแก้วกระดาษบรรจุกาแฟดำส่งกลิ่นหอมกรุ่นผ่านกระจกที่ลดลงมาครึ่งบาน
"หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียวครับ... เอกสารนั่นคงมีกลิ่นตุๆ สินะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใย แววตาคมกริบภายใต้คิ้วหนาเข้มกวาดตามองซองเอกสารในมือเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนไปมองถนนลูกรังเบื้องหน้าที่มีรถเก๋งคันหรูของทนายความคนเมื่อครู่กำลังแล่นฝุ่นตลบหายลับไป
รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมรับแก้วกาแฟอุ่นๆ มาถือไว้ ความอบอุ่นจากตัวแก้วแผ่ซ่านเข้ามาถึงฝ่ามือ ช่วยบรรเทาความตึงเครียดในสมองได้ไม่น้อย "คุณศิลาครับ... ผมเกือบพลาดท่าให้พวกมันแล้ว ทนายคนนั้นไม่ใช่คนของพินัยกรรมครับ แต่น่าจะเป็นลูกมือของอาชัชชัย... ลุงแท้ๆ ที่จ้องจะฮุบที่ดินผงาดฟ้าแปลงนี้ไปทำรีสอร์ต"
ศิลาไม่ตอบทันที เขาเปิดประตูขึ้นมานั่งฝั่งคนขับ กลิ่นอายแดดอ่อนๆ และกลิ่นอายดินปะปนกับกลิ่นบุรุษสะอาดสะอ้านทำให้พื้นที่แคบๆ ในรถดูอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ชายหนุ่มยกมือขึ้นปัดเส้นผมที่ตกลงมาปรี่หน้าผากภรรยาอย่างเบามือสัมผัสที่อ่อนโยนนี้ตัดกันสิ้นเชิงกับแววตาดุดันที่เขามักใช้ยามอยู่ในค่ายทหาร
"ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเถอะครับ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง "กฎหมายมีช่องโหว่ให้คนโลภเสมอ... แต่ความเด็ดขาดไม่มีช่องโหว่หรอกนะครับ"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เอ่ยปากถามแผนการของสามี เสียงเครื่องยนต์คำรามกระหึ่มก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน รถกระบะแต่งซิ่งสีบรอนซ์เงินหลายคันพุ่งเข้ามาจอดปิดหัวปิดท้ายรถของพวกเขาอย่างจงใจ ฝุ่นตลบอบولฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างท้วมของ 'ชัชชัย' ผู้เป็นลุง พร้อมด้วยภรรยาจอมจุ้น และลูกพี่ลูกน้องจอมกะล่อนอีกสองคนก้าวลงมาด้วยท่าทางกร่างราวกับเป็นเจ้าของแผ่นดิน
"อ้าว! นังหลานอกตัญญู! หลบหน้าหลบตาฉันมานาน ที่แท้ก็มาซุกหัวอยู่กับไอ้ทหารกระจอกนี่เองเหรอ!" เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้ดังทะลุกระจกรถเข้ามา ขัดจังหวะบรรยากาศสงบๆ จนรินรดากำหมัดแน่น
รินรดากำลังจะผลักประตูลงไปฟาดฟันกับพวกมันให้รู้ดำรู้แดง แต่ศิลากลับเอื้อมมือมาแตะแขนเธอไว้เบื้องเบา แววตาของชายหนุ่มนิ่งสนิท ราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม
"นั่งรออยู่ในรถเฉยๆ ครับ... ให้หมามันเหủaไป เดี๋ยวผมลงไปจัดการเคลียร์พื้นที่ให้แปลงผักของเราสะอาดตาขึ้นสักหน่อย" ศิลาพูดด้วยรอยยิ้มสุภาพ แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้รินรคารู้สึกเสียวสันหลังวาบ—มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมต่างหาก
ชายหนุ่มก้าวลงจากรถ ปิดประตูเสียงดังปัง! ร่างสูงใหญ่ในชุดเรียบง่ายยืนตระหง่านขวางหน้ากลุ่มญาติจอมโลภราวกับกำแพงเหล็ก ชัชชัยที่เดินนำหน้ามาทำท่าจะชี้หน้าด่าทอ แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบราวกับใบมีดโกนของศิลาเข้า ชายวัยกลางคนถึงกับชะงักกкаก กลืนน้ำลายลงคออืกอัดโดยไม่รู้ตัว
"พวกคุณมารบกวนเวลาส่วนตัวของภรรยาผม... มีธุระอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน หรือแค่อยากมาโชว์ความไร้การศึกษาให้ชาวบ้านเขาดูเล่นครับ?" ศิลาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกถ้อยคำกลับคมกริบ บาดลึกจนหน้าชา
"ไอ้... ไอ้ทหารปากดี! แกเป็นแค่คนนอก แกไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องมรดกของตระกูลเรา!" ลูกพี่ลูกน้องคนรองตะโกนลั่น พยายามจะเดินเข้าประชิดตัวศิลาเพื่อข่มขวัญ
รินรดาที่นั่งมองจากในรถ ลุ้นจนตัวโก่ง หัวใจเต้นระรัวด้วยความกังวล แม้เธอจะรู้ว่าสามีคนนี้เก่งกาจเรื่องการต่อสู้ แต่พวกมันมากันหลายคนแถมยังมีท่าทางเหมือนคนพกอาวุธ เธอกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่น เตรียมกดโทรแจ้งตำรวจทันทีหากสถานการณ์เริ่มบานปลาย
ทว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมากลับรวดเร็วและเหนือความคาดหมายเสียยิ่งกว่าละครบู๊!
ศิลายืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน เมื่อไอ้ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบพุ่งหมัดเข้ามาหมายจะชกหน้าเขา ชายหนุ่มเพียงแค่เอี้ยวตัวหลบอย่างนิ่มนวลราวกับสายลมพัดผ่าน ก่อนจะคว้าข้อมือของอีกฝ่ายบิดไปด้านหลังด้วยความเร็วสูง เสียงกระดูกลั่นเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
*กรี๊ดดด! ลูกฉัน! แกทำร้ายลูกฉันไอ้ทหารชั่ว!* ป้าสะใภ้แผדเสียงกรีดร้องลั่นทุ่ง วิ่งเข้ามาหมายจะทุบตีศิลา แต่ทหารหนุ่มเพียงแค่ปรายตามองด้วยแววตาเยือกเย็นจนเธอต้องเบรกตัวโก่ง ขาแข็งค้างไปต่อไม่เป็น
"ผมเตือนด้วยความหวังดีนะครับ..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน แต่กดดันเสียจนชัชชัยและพวกต้องถอยหลังกรูด "ที่ดินแปลงนี้เป็นชื่อของภรรยาผมตามกฎหมาย และเอกสารฉบับล่าสุดที่พวกคุณให้ทนายปลอมเอามาให้เธอน่ะ... ตอนนี้มันอยู่ในมือของผมเรียบร้อยแล้ว"
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นศิลาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อกั๊ก ชูให้พวกมันดูต่อหน้าต่อตา ซองเอกสารที่หน้าปกประทับตราประทับสีแดงฉานของ 'กองบังคับการปราบปรามการทุจริต' และลายเซ็นของอัยการสูงสุด!
ชัชชัยหน้าถอดสีทันที สีหน้าเขียวคล้ำราวกับคนกินยาพิษ มือสั่นเทาชี้หน้าศิลา "แก... แกมัน... แกเอาเอกสารนั่นมาจากไหน!"
"ผมไม่ได้เอามา... แต่พวกคุณต่างหากที่เป็นคน 'ส่งมอบ' หลักฐานมัดตัวมาให้ผมถึงที่" ศิลาแย้มยิ้มสุภาพ ก่อนจะโยนซองเอกสารลงแทบเท้าของชัชชัย "หลักฐานการปลอมลายเซ็นพินัยกรรม การติดสินบนเจ้าพนักงาน และการพยายามกรรโชกทรัพย์... ทั้งหมดนี้เพียงพอที่จะทำให้คนตระกูลพวกคุณไปนอนกรงขังยาวๆ สักสิบปีได้เลยนะครับ"
ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดหญ้าและเสียงหอบหายใจด้วยความตื่นตระหนกของพวกญาติจอมโลภ ชัชชัยหน้าซีดเผือด ขาอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น พวกลูกสมุนต่างพากันถอยกรูดขึ้นรถกระบะแล้วเหยียบคันเร่งหนีหายไปอย่างไร้ศักดิ์ศรี ทิ้งให้ครอบครัวตัวแสบยืนเคว้งคว้างกลางฝุ่นตลบ
รินรดาเปิดประตูรถก้าวลงมา ยืนมองแผ่นหลังกว้างของสามีด้วยความรู้สึกที่หลากลาย ทั้งทึ่ง ทั้งอุ่นใจ และหัวใจเต้นแรงระรัวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ศิลาหันกลับมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอ เดินเข้ามาใกล้แล้วถือวิสาสะโอบไหล่บางเอาไว้
"เรียบร้อยครับ ที่ดินผืนนี้สะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีแมลงวันน่ารำคาญมากวนใจเราอีกแล้ว..." ศิลาเอ่ยกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
รินรดายิ้มรับ คลายความตึงเครียดทั้งหมดลง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรับกลิ่นหอมของดินและแปลงผักที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น แต่วินาทีนั้นเอง... สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นสุดท้ายที่ร่วงหล่นออกมาจากซองเอกสารของทนายความคนแรกที่ปลิวมาติดอยู่ที่รองเท้าบูทของเธอ
ทว่า มันไม่ใช่เอกสารโอนที่ดิน... แต่มันคือ *แผนที่ผังขุดเจาะใต้ดิน* ของฟาร์มผักแห่งนี้ พร้อมกับข้อความด้วยลายมือหวัดๆ ที่เขียนไว้ว่า... *“ระวังตัวไว้ ของใต้ดินที่พ่อยัยรินซ่อนไว้... กำลังจะถูกขุดคุ้ยโดย ‘คนใกล้ตัว’ ที่คุณไว้วางใจที่สุด”*
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งในความหนาเหน็บ เธอกลืนน้ำลายฝืดคอ ช้าๆ... ช้าๆ หันกลับไปมองใบหน้าคมคายของสามีที่กำลังส่งยิ้มอ่อนโยนและอบอุ่นมาให้เธอเหมือนเช่นเคย... แต่รอยยิ้มนั้น ในวินาทีนี้ กลับซ่อนเงาบางอย่างที่น่ากลัวเกินกว่าจะคาดเดา!
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันความอยุติธรรมไปพร้อมกับรินรดาและผู้กองศิลานะครับ*
เกษตรกรมาดนิ่งกับกลยุทธ์ฟาดฟันญาติจอมหิวเงิน•ตอนที่ 2
ฟาร์มผักกับกับดักของคนโลภ
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรมาดนิ่งกับกลยุทธ์ฟาดฟันญาติจอมหิวเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
