เกษตรกรมาดนิ่งกับกลยุทธ์ฟาดฟันญาติจอมหิวเงิน•ตอนที่ 1

มรดกที่ไม่ได้มีไว้ให้ฉกฉวย

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
เสียงประกาศิตจากปากกาเคมีสีดำราคาถูกที่กรีดลงบนกระดาษโฉนดที่ดินขนาดครึ่งเอเคอร์ใบนั้น ดังบาดแก้วหูเสียยิ่งกว่าเสียงเหล็กขูดกับกระจก “ถ้าเธอจะไถนาใช้หนี้แทนป้า ยอมเซ็นชื่อสละสิทธิ์ตรงนี้เสียดีๆ เรื่องฟ้องล้มละลายของพ่อเธอ... ฉันกับลุงจะช่วยเคลียร์ให้หมดเกลี้ยง ไม่ให้เสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเราแม้แต่นิดเดียว” รินรดาไม่แม้แต่จะชายตามองกระดาษแผ่นนั้น ใบหน้าเรียบเนียนของอดีตเชฟใหญ่แห่งภัตตาคารหรูระดับมิชลินสตาร์ยังคงสงบนิ่ง ราวกับกำลังพิจารณาส่วนผสมของน้ำซุปสต็อกที่เคี่ยวมานานข้ามคืน ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองร่างท้วมของ ‘ป้าวิไล’ ผู้มีศักดิ์เป็นป้าแท้ๆ และลุงอเนกที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูไม้สักเก่าคร่ำครึของเรือนไร่ปลายนาด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ไร่ชาและสวนผลไม้ผสมผสานผืนนี้ คือมรดกชิ้นสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้ก่อนจะตรอมใจตายจากคดีความที่ถูกคนใกล้ตัวยักยอกเงินทุนไปจนหมดตัว “หนี้ของพ่อฉัน เกิดจากใครเสวยสุขเอาชื่อไปค้ำประกันเงินกู้นอกระบบจนล้นพ้นตัวกันแน่ครับ... อ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง คุณป้าวิไลกับคุณลุงอเนกจำไม่ได้แล้วหรือครับว่า สมุดบัญชีเล่มนั้นเก็บไว้ที่ไหน” รินรดาเอ่ยทวนคำ เสียงนุ่มนวลทว่าเย็นเยียบจนอีกฝ่ายชะงัก ป้าวิไลหน้าเจื่อนลงชั่วขณะ ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาแข็งกร้าวตามนิสัยคนชอบเอาเปรียบ “นี่นังเด็กนี่! ปากคอเราะร้ายขึ้นนะ ตั้งแต่ไปทำงานในเมืองกรุงจนได้ดิบได้ดี ลืมแม้กระทั่งบุญคุณคนเลี้ยงดูข้าวแดงแกงร้อนมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยเชียวรึ บ้านหลังนี้ ที่ดินแปลงนี้ ถ้าไม่ได้พวกฉันคอยแวะเวียนมาดูแลหญ้าคาให้ ป่านนี้คงกลายเป็นป่าช้าผีดิบไปนานแล้ว สมควรยกให้ลูกชายฉันเอาไปต่อยอดทำรีสอร์ตโฮมสเตย์เสียยังดีกว่าปล่อยให้คนมือไม่พายเอาเท้าราน้ำอย่างเธอมาผลาญเล่น!” รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย มือเรียวบางบรรจงวางแก้วน้ำชาเซรามิกสีขาวลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงกระทบกันเบาๆ แต่กลับสร้างแรงกดดันให้คนฟังต้องกลืนน้ำลายลงคอ “ดูแลหรือครับ... ดูแลจนโฉนดเกือบจะหลุดจำนองไปอยู่กับเสี่ยผัดบ่อน้ำพุร้อนเมื่อปีที่แล้ว หรือว่าดูแลจนไม้สักทองแปรรูปในโรงเก็บของหายไปทีละท่อนสองท่อนกันแน่ครับ คุณป้า” รินรดาก้าวเท้าเข้าหาทีละก้าว ท่วงท่าสง่างามเด็ดขาดราวกับเชฟผู้กำลังเดินตรวจความเรียบร้อยของห้องครัวก่อนมื้ออาหารสำคัญ “ถ้าจำไม่ผิด ฉันยังเก็บสำเนาใบแจ้งความและภาพถ่ายกล้องวงจรปิดตอนที่รถบรรทุกหกล้อของลุงอเนกเข้ามา ขนไม้พะยูงออกไปตอนตีสองเมื่อสามเดือนก่อนไว้ครบถ้วนนะครับ” ลุงอเนกที่ยืนเงียบมานาน หน้าถอดสีผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ดวงตาตื่นตระหนกหลบวูบ “เอ็ง... นังเด็กนี่ พูดจาเหลวไหลอะไร! หลักฐานบ้าบออะไรกัน ไม่มีทาง!” “อยากลองให้ฉันส่งหลักฐานชุดนี้ไปให้พนักงานสอบสวน สภ.อำเภอเมือง หรือจะให้ส่งตรงไปที่โต๊ะทำงานของสารวัตรใหญ่ที่เพิ่งย้ายมาใหม่ดีล่ะครับ? เห็นว่าท่านเกลียดพวกนักฮุบที่ดินประเภทนี้เข้ากระดูกดำเสียด้วยสิ” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนป้าวิไลต้องรีบคว้าแขนสามีไว้แน่นด้วยความกลัว บรรยากาศในห้องรับแขกของเรือนไม้เก่าเงียบกริบลงทันตาเห็น มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดใบชาด้านนอกที่ส่งเสียงหวีดหวิว รินรดายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ประกายตาฉายแววเด็ดเดี่ยว ไม่มีทางที่เธอจะยอมให้หยาดเหงื่อแรงกายของพ่อต้องตกไปอยู่ในมือของปลิงดูดเลือดพวกนี้เด็ดขาด การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อยอมจำนน แต่เธอกลับมาเพื่อทวงคืนทุกอย่างที่ควรจะเป็น และเริ่มต้นชีวิตใหม่บนผืนแผ่นดินนี้ด้วยสองมือของตนเอง ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงเครื่องยนต์กระบะขับเคลื่อนสี่ล้อคันใหญ่ก็แล่นเข้ามาจอดสนิทที่ลานหน้าบ้าน ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ป้าวิไลหันไปมองนอกหน้าต่าง สีหน้าที่เคยซีดเซียวพลันเปลี่ยนเป็นแววตาสมเพชเวทนาทันที “ฮึ! ผัวทหารเกณฑ์ตกอับของเธอตามมาสมน้ำหน้าถึงนี่แล้วสินะ แต่งงานกันไปได้ยังไง ทหารยศน้อยๆ เงินเดือนไม่พอกิน พามาลำบากด้วยกันแท้ๆ” รินรดาไม่ได้โต้ตอบ เธอนิ่งฟังเสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงที่ก้าวขึ้นมาบนระเบียบบ้าน เสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นไม้ดังขึ้นเป็นจังหวะ และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ประตูไม้ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยมือหนาของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสนามพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี ผู้กองศิลา กวาดสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวมองคนแปลกหน้าทั้งสองคนในบ้าน ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะอ่อนแสงลงเมื่อหยุดอยู่ที่ภรรยาตัวน้อย เขาก้าวเข้ามาโอบเอวบางไว้ด้วยความคุ้นชิน แล้วเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ทำเอาลุงกับป้าถึงกับตัวสั่นเทา “มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับที่รัก... ใครมันบังجาญมาทำลายบรรยากาศวันแรกที่เราจะเริ่มปลูกผักทำไร่กัน บอกผมมาได้เลย เดี๋ยวผมจัดการให้เอง” รินรดาเงยหน้าสบตากับสามีผู้เป็นที่พึ่งทางใจ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่เธอจะหันกลับไปมองหน้าญาติจอมละโมบทั้งสองคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย “ไม่มีอะไรมากหรอครับคุณพี่... แค่แขกไม่ได้รับเชิญกำลังจะช่วยเราเก็บกระเป๋าออกจากบ้าน... แต่บังเอิญว่า ผมเปลี่ยนใจไม่ให้พวกเขาออกมือช่วยแล้วล่ะครับ” บทสนทนาหยุดชะงักลงทันทีเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นทางการจากทางด้านหลังของศิลา พร้อมกับร่างของชายชราในชุดสูทภูมิฐานคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารสีน้ำตาลในมือ “สวัสดีครับคุณรินรดา และผู้กองศิลา... ผมทนายความประจำตระกูลที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่จากพินัยกรรมฉบับแท้จริงของท่านคุณพ่อครับ พอดีผมมีเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการเพิกถอนอำนาจดูแลทรัพย์สินทั้งหมดของจำเลย... เอ่อ ขออภัยครับ ของผู้ที่แอบอ้างสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้มาแจ้งให้ทราบพอดี” ทนายความวัยกลางคนคลี่ยิ้มกว้าง พร้อมกับยื่นซองเอกสารให้รินรดา ทว่าในวินาทีที่รินรดากำลังจะเอื้อมมือไปรับเอกสารพลิกเกมแผ่นนั้น สายตากลับเหลือบไปเห็นชื่อที่จ่าหน้าอยู่บนซองเอกสารอีกฉบับที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อของทนายความ... มันคือชื่อของบริษัทอสังหาริมทรัพย์คู่ปรับที่กำลังพยายามซื้อที่ดินแถบนี้ในราคาถูกเพื่อสร้างโรงงานเคมี! รินรดาชะงักมือทันที หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ว่า ทนายความคนนี้อาจไม่ใช่คนที่พ่อส่งมา... แต่เป็นคนของฝั่งตรงข้ามที่เข้ามาแทรกแซงเกมนี้ตั้งแต่แรก! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรมาดนิ่งกับกลยุทธ์ฟาดฟันญาติจอมหิวเงิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%