เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยอินทีเรียร์ตัวแสบ•ตอนที่ 2

กฎสามข้อของสถาปนิกเนี้ยบ

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดระดับจุดเดือด ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมกระจกใสบนชั้นสี่สิบสองดูแคบลงไปถนัดตา ปลายนิ้วเรียวของพิมพ์พิศาเคาะลงบนแฟ้มผลงานสีดำสนิท เป็นจังหวะจะโคนราวกับกำลังนับถอยหลังระเบิดเวลา ขณะที่อาคเนย์ยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองใบหน้าของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจคาดเดา—มันคือความหงุดหงิดผสมกับความทึ่งที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชา "ถ้าคุณยอมลดอีโก้แล้วฟังฉันอธิบายแต่แรก..." เธอกระซิบเสียงเบา ชิดริมฝีปากจนผมได้ยินชัดเจน "คุณก็จะเห็นทางออกที่ฉันร่างไว้เผื่อความฉิบหายแบบนี้แล้วล่ะ... นายสถาปนิกหน้าตาย" ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอเป่ารดต้นคอผมในระยะประชิด กลิ่นวานิลลาจางๆ เจือกับความดื้อรั้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้สถาปนิกหนุ่มผู้ยึดมั่นในระเบียบแบบแผนอย่างอาคเนย์ถึงกับชะงักไปสามวินาทีเต็ม สมองที่เคยประมวลผลแปลนอาคารและโครงสร้างคอนกรีตอย่างแม่นยำกลับสะดุดกึกอย่างไร้สาเหตุ อาคเนย์ถอยหลัง1ก้าวเพื่อสร้างระยะห่างที่ปลอดภัย ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนแปลกประหลาดในอก เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ "ความฉิบหายที่คุณว่า มันเกิดขึ้นเพราะความอินจนเกินขอบเขตของคุณต่างหาก ยัยอินทีเรียร์ตัวแสบ" อาคเนย์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาสสีนิลจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตที่ไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวเขาเลยสักนิด "งานออกแบบไม่ได้ใช้แค่ความรู้สึกพรั่งพรูตามอารมณ์ศิลปิน แต่มันต้องอาศัยตรรกะ โครงสร้าง และความเป็นจริง โครงร่างที่คุณแก้พร่ำเพรื่อ มันทำลายฮวงจุ้ยและเซนส์ทางสถาปัตยกรรมที่ผมใช้เวลาสามเดือนเต็มในการคำนวณ" พิมพ์พิศายิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งยั่วเย้าและท้าทายในเวลาเดียวกัน เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาปัดหน้าจอสองสามครั้งก่อนจะยื่นมันแทบจะประชิดจมูกเขา หน้าจอแสดงภาพจำลองสามมิติของมุมห้องนั่งเล่นที่ถูกปรับแต่งใหม่ โดยผสานโครงเสาเหล็กเปลือยของอาคเนย์เข้ากับผนังระแนงไม้โค้งมนและโทนสีอบอุ่นอย่างลงตัวอย่างไร้ที่ติ "ตรรกะของคุณแข็งกระด้างเกินไป อาคเนย์... บ้านหลังนี้ไม่ใช่คุกหรือสำนักงานใหญ่ มันคือ 'บ้าน' ที่คนต้องหายใจเข้าไปแล้วรู้สึกมีชีวิตชีวา ไม่ใช่เดินเข้าไปแล้วเจอแต่แท่งปูนเย็นชาที่ฟ้องว่าคุณเก่งแค่ไหน" พิมพ์พิศาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสุกใสเปล่งประกายความมั่นใจ "และเพื่อไม่ให้เราต้องมานั่งเถียงกันจนหูดับตับไหม้เหมือนเด็กอนุบาล ฉันมีข้อเสนอ... อยากฟังไหมล่ะคะ—เอ๊ย อยากฟังไหมล่ะครับ?" เธอยักคิ้วกวนๆ เมื่อเผลอเกือบหลุดสำนวนติดปาก แต่อาคเนย์กลับหรี่ตาลง เขารู้ทันทีว่ายายตัวแสบคนนี้กำลังจะเล่นตลกอะไรบางอย่างที่ชวนให้ปวดหัว "ผมไม่สนใจข้อเสนอเด็กเล่นของคุณหรอกนะ พิมพ์พิศา" อาคเนย์ปฏิเสธเสียงแข็ง มือหนายกขึ้นกอดอกอีกครั้งราวกับสร้างกำแพงเหล็กกล้า "ถ้าคุณไม่อยู่ภายใต้กฎของผม เชิญไปเซ็นยกเลิกสัญญาที่แผนกบุคคลได้เลย ผมไม่อนุญาตให้ใครมาทำลายงานของผมทั้งนั้น" "งั้นก็ฟัง 'กฎสามข้อของสถาปนิกเนี้ยบ' ที่คุณเพิ่งละเมิดไปเองก่อนดีกว่าไหมล่ะคะ... เอ๊ย ครับ!" พิมพ์พิศาจงใจล้อเลียนน้ำเสียงขรึมๆ ของเขา ทำให้คิ้วเข้มของชายหนุ่มกระตุกอย่างห้ามไม่อยู่ เธอก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอีกครั้งด้วยความเร็วที่อาคเนย์ไม่ทันตั้งตัว กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยเข้ามารบกวนสมาธิอีกระลอก พิมพ์พิศายกนิ้วเรียวขึ้นมานับทีละข้อต่อหน้าเขาโดยไม่เกรงกลัวรัศมีอันเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มเลยแม้แต่น้อย "ข้อแรก... สถาปนิกห้ามทำหน้าบึ้งเกินวันละสามครั้งเพราะมันทำให้ตึกทรุด (อันนี้ฉันแต่งเอง)" เธอหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มขมวดคิ้วมุ่น "ข้อสอง... ห้ามปฏิเสธไอเดียอินทีเรียร์ก่อนที่จะได้ฟังเหตุผลจนจบ และข้อสาม... ห้ามคิดว่าตัวเองฉลาดอยู่คนเดียวในโลกใบนี้" อาคเนย์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะเนื้อหาไร้สาระพวกนั้น แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอมันใกล้กันเกินไป ใกล้จนเขาสามารถนับเส้นขนตางอนงามของเธอได้ ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่สม่ำเสมอ "คุณนี่มัน..." อาคเนย์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสติที่กระเจิงไปให้กลับคืนมา "ไร้สาระสิ้นดี ออกไปห่างๆ ผมเดี๋ยวนี้เลยนะ พิมพ์พิศา" "ไม่ค่ะ—เอ้ย ไม่ครับ จนกว่าคุณจะยอมรับว่าแบบร่างของฉันมันเวิร์กกว่าเสาปูนแท่งทึบพวกนั้น" เธอไม่ถอยแถมยังโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด "เลือกเอา ระหว่างยอมรับข้อเสนอของฉัน หรือจะให้ฉันฟ้องคุณกับท่านประธานว่าคุณกลั่นแกล้งอินทีเรียร์สาวสวยผู้ตาดำๆ" "คุณไม่มีทางเลือกอื่นแล้วใช่ไหม ถึงต้องใช้ไม้นี้" อาคเนย์ก้มมองเธอด้วยสายตาคาดโทษ แต่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกว่าหัวใจเจ้ากรรมกำลังเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง เขาเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้แบบนี้ที่สุด ยิ่งเป็นความพ่ายแพ้ให้กับผู้หญิงปากเก่งคนนี้ด้วยแล้ว มันยิ่งน่าหงุดหงิดคูณสอง "เรียกว่า 'ยุทธวิธีเอาตัวรอดในโปรเจกต์นรก' จะดีกว่าค่ะ... ครับ!" พิมพ์พิศายิ้มหวานหยดจนน่าหมั่นไส้ เธอยื่นแฟ้มเอกสารชนอกเขาเบาๆ "ตกลงตามนี้นะคะ นายสถาปนิก... เอ๊ย นายอาคเนย์สุดหล่อ" อาคเนย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังตีรวน เขาเอื้อมมือไปคว้าแฟ้มเอกสารนั้นมาจากมือเธอด้วยความเร็ว นิ้วมือของเขาสัมผัสกับปลายนิ้วอุ่นของเธอโดยบังเอิญ กระแสไฟประหลาดแล่นแปล๊บไปตามปลายประสาทจนเขาต้องรีบชักมือกลับราวกับถูกน้ำร้อนลวก "ก็ได้..." เขาพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างจำยอม "ผมให้เวลาคุณพิสูจน์ตัวเองแค่สามวัน ถ้าผลงานมันออกมาเละไม่เป็นท่าอย่างที่ผมคิด เตรียมเก็บกระเป๋าออกจากโปรเจกต์นี้ได้เลย" "รับรองว่าคุณจะเปลี่ยนใจมาหลงรักงานของฉันแทนเสาปูนแน่ๆ ค่ะ—เอ้ย ครับ!" พิมพ์พิศายิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ เธอกลับหลังหันเตรียมจะเดินออกจากห้องประชุมด้วยความภาคภูมิใจ แต่ทว่า... ในจังหวะที่เธอก้าวเท้าไปได้เพียงสองก้าว เสียงก๊อกแก๊กที่ลูกบิดประตูกระจกบานใหญ่ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ประตูห้องประชุมค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของบุคคลที่ไม่คาดฝัน—ชายหนุ่มในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ รอยยิ้มพราวเสน่ห์ปรากฏบนใบหน้าคมคาย พร้อมกับช่อดอกไม้สีขาวสะอาดตาในมือ "สวัสดีครับทุกคน... ผมไม่ได้มาขัดจังหวะอะไรสำคัญใช่ไหมครับ พอดีผมแวะเอาเอกสารสำคัญมาให้คุณอาคเนย์... แล้วก็ตั้งใจมาเซอร์ไพรส์ 'คนคุ้นเคย' แถวนี้ด้วยพอดีเลย" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับสายตาคมกริบที่กวาดมองมายังพิมพ์พิศาและอาคเนย์สลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มมีความหมาย ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครทุกตัวนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยอินทีเรียร์ตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%