จักรพรรดินีผู้หวนคืน: สังเวยบัลลังก์เลือดแด่คนทรยศ•ตอนที่ 2

รอยยิ้มอาบยาพิษ

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายจางๆ ของกำยานบุษบกที่ลอยวนอยู่เบื้องพระพักตร์ ช่างละม้ายคล้ายกับกลิ่นอายแห่งความตายในคืนที่นางถูกบังคับให้ดื่มสุราพิษไร้สีไร้กลิ่นเมื่อชาติภพก่อน หยาดโลหิตที่เคยสำรอกออกมาเปรอะเปื้อนอาภรณ์ไหมปักลายหงส์ทอง ยังคงฝังแน่นอยู่ในห้วงสำนึก ทว่ายามนี้... ปลายนิ้วเรียวที่กำลังบรรจงจัดแต่งสาบเสื้อคลุมผ้าต่วนสีแดงเพลิงกลับมั่นคงและเยือกเย็นยิ่งกว่าแผ่นน้ำในเหมันตฤดู "ขันทีเสี่ยวอัน... เจ้าจำผิดหรือว่าจงใจจำสลับกันแน่?" น้ำเสียงหวานใสดุจไข่มุกกระทบถาดหยกเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้ร่างของขันทีหนุ่มที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างสะั่นสะท้านไปถึงกระดูกดำ หยาดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มดองพักตร์ซีดเซียว หลี่มู่เหยากวาดสายตาคมกริบราวกับใบมีดซ่อนในแพขนตา มองสำรวจถาดกระเบื้องเคลือบสีครามในมือของอีกฝ่าย บนนั้นมิได้มีเพียงแค่จอกสุรามงคล หากแต่มีพระราชสาส์นประทับตราหยกมังกรที่ขอบกระดาษถูกแต้มด้วยชาดสีแดงสด—สัญลักษณ์แห่งการประทานอาญาสิทธิ์ขั้นเด็ดขาด ในวังหลังแห่งนี้ ความเมตตาคือยาพิษ และความอ่อนแอคือหลุมศพ หลี่มู่เหยาแย้มสรسulanบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานบุปผาแรกแย้ม ทว่ากลับอาบไว้ด้วยพิษร้ายกาจที่พร้อมจะคร่าลมหายใจผู้คนได้ในคราเดียว นางก้าวเท้าช้าๆ อาภรณ์เนื้อดีทิ้งตัวลากพื้นส่งเสียงเสียดสีกับแผ่นหินอ่อนอุ่นราวน้ำผึ้ง สะท้อนความเงียบงันยามวิกาลที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก "พระสนม... พระสาส์นฉบับนี้ ฝ่าบาท... ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้..." เสี่ยวอันละล่ำละลัก เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ฝ่าบาททรงระลึกถึงเรา หรือเกรงว่าเราจะยังมีชีวิตอยู่จนสร้างความรำคาญพระเนตรพระกรรณกันแน่?" นางตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจคมดาบที่พึ่งชักออกจากฝัก หลี่มู่เหยาโน้มกายลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งลำหงส์เอื้อมไปแตะขอบจอกสุราที่ส่งกลิ่นหอมหวานยั่วยวนใจ "สุราจอกนี้ หม่อมฉันในอดีตคงดื่มลงไปอย่างซื่อบื้อด้วยความรักความภักดี... แต่น่าเสียดาย ที่ความโง่เขลาเหล่านั้น ได้ถูกฝังกลบไว้ในกองเพลิงแห่งความอัปยศเมื่อชาติภพก่อนเสียแล้วค่ะ" เสี่ยวอันเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เขามองสตรีเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจจำแลงกาย หลี่มู่เหยาในยามนี้มิใช่สนมสาวผู้ไร้เดียงสาและเปี่ยมด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ อีกต่อไป ดวงตาคู่คู่นั้นลึกล้ำราวกับหุบเหวไร้ก้นบึ้ง ทอดมองผู้คนดั่งมดปลวกบนผืนแผ่นดิน "กลับไปทูลเสด็จพี่เถิด... ว่าหม่อมฉัน 'ซาบซึ้ง' ในพระมหากรุณาธิคุณยิ่งนัก" นางกล่าวทีละคำอย่างชัดเจน รอยยิ้มอาบยาพิษแย้มกว้างขึ้นอีกนิด "แต่ทว่า ค่ำคืนนี้ราตรีสวัสดิ์ยิ่งนัก สุรามงคลจอกนี้ เก็บไว้ให้ผู้ที่สมควรจะตายเถอะค่ะ... ส่วนหม่อมฉัน ยังมีหนี้แค้นที่ต้องสะสางอีกยาวนานนัก เกรงว่าคงยังไม่อาจไปปรโลกตามคำเชิญได้ในเร็ววันนี้" สิ้นคำพูดอันเยียบเย็น นางก็สะบัดแขนเสื้อหันหลังกลับอย่างไม่ไยดี ปล่อยให้ขันทีหนุ่มทรุดฮวบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ ท่ามกลางความเงียบสงัดของตำหนักเย็นที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสนามรบแห่งอำนาจที่นางเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ ทว่า ในขณะที่หลี่มู่เหยากำลังก้าวเข้าสู่ห้องบรรทมเพื่อทบทวนหมากทุกตัวบนกระดานอำนาจ เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงราวกับก้าวเดินอยู่บนความตายก็ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดินด้านนอก... เป็นฝีเท้าที่นางคุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าเสียงหัวใจของตนเอง เงาร่างสูงโปรดปรานในชุดเกราะสีดำสนิททับด้วยผ้าคลุมขนจิ้งจอกขาวปลอดปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงจันทร์สลัว อ๋องเฉินเฟย... บุรุษผู้ที่ทั่วทั้งแผ่นดินต่างร่ำลือว่าโหดเหี้ยมอำมหิตไร้หัวใจ ผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬเจ็ดส่วน และเป็นเพียงคนเดียวที่ยืนหยัดเคียงข้างนางจนลมหายใจสุดท้ายในอดีตชาติ เขาก้าวเข้ามาในตำหนักอย่างถือวิสาสะ โดยไม่มีขันทีหรือนางกำนัลคนใดกล้าขัดขวาง ดวงเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีของท่านอ๋องกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างระหงของหลี่มู่เหยา แววตาที่มักจะเยชาชาและไร้ความรู้สึกมาตลอด กลับไหววูบด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง "เจ้ากล้าดียังไง ถึงได้ปฏิเสธสุราประทานจากจักรพรรดิ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันลง พร้อมกับที่ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวนางในระยะประชิด จนหลี่มู่เหยาต้องเงยหน้าขึ้นสบตา นางไม่ถอยหนีแม้แต่น้อย รอยยิ้มเย้ายวนแต่ทว่าดื้อรั้นปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม "แล้วท่านอ๋องเล่าคะ... ดึกดื่นตื่นค่อนคืนเช่นนี้ ลอบเข้ามาในตำหนักสนมเอกอย่างอุกอาจ คิดจะมาช่วยหม่อมฉันดื่มสุราส่งวิญญาณ หรือว่า... มาเพื่อทวงถามสัญญาที่เราเคยให้ไว้ต่อกันเมื่อชาติก่อนกันแน่?" คำพูดที่พาดพิงถึงความลับอันดำมืดและข้ามผ่านกาลเวลา ทำให้ดวงตาของเฉินเฟยหรี่แคบลงทันที บรรยากาศรอบตัวพลันกดดันจนแทบหยุดหายใจ นิ้วแกร่งเอื้อมไปยึดคางสตรีตรงหน้าไว้แผ่วเบา ทว่ามั่นคง ราวกับต้องการค้นหาความจริงบางอย่างจากแววตาคู่นั้น ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมาอีก เสียงเคาะประตูตำหนักสามครั้งตามด้วยเสียงประกาศก้องจากขันทีหลวงก็ดังทะลุความเงียบยามวิกาลเข้ามาเสียก่อน "ราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... พระราชทานสมรสพระราชชายาหลี่มู่เหยา ให้ไปอภิเษกกับ... ท่านอ๋องเฉินเฟย ณ ค่ายทหารบูรพาในยามรุ่งสาง!" หลี่มู่เหยาชะงักค้าง ดวงตาสีรัตติกาลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางหันกลับไปสบตากับบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า ที่บัดนี้มุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความหมายล้ำลึก... หมากตานี้ มิได้เริ่มต้นจากฝั่งฮ่องเต้ หากแต่เป็นฝีมือของพยัคฆ์ร้ายที่ซ่อนเล็บผู้นี้ต่างหาก! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและล้างแค้นไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้หวนคืน: สังเวยบัลลังก์เลือดแด่คนทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%