กลิ่นอานิสงส์แห่งดินปืนและสนิมเหล็กยังคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ประโยคสุดท้ายของบิดายังคงก้องกังวานเสียดแทงโสตประสาท *“...แขกรับเชิญคนต่อไปของแก เขาไม่ได้เดินเข้ามาทางประตูนี้เหมือนพ่อนะ...”*
กรณ์ไม่ได้หันกลับไปมองซากปรักหักพังเบื้องหลัง สายตาของชายหนุ่มคมกริบดุจใบมีดจดจ้องไปยังผนังหินแกรนิตเบื้องหน้า ที่ซึ่งถูกอำพรางไว้ด้วยกลไกอัจฉริยะยุคสงครามเย็น รัญยาขยับเข้ามาใกล้โดยไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ลมหายใจของเธอผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ทว่าแววตาระยิบระยับด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่นสะท้อนผ่านแสงสลัวจากคบเพลิง
"พ่อของคุณทิ้งปริศนาชิ้นใหญ่ไว้ให้เราแก้ ก่อนที่แขกที่ว่านั่นจะมาถึงนะครับ... คุณกรณ์" รัญยาเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่แฝงความกดดันอย่างจงใจ
"เขาไม่ได้ทิ้งแค่ปริศนา เขากำลังเล่นเกมจับผิดกับความตายต่างหาก รัญยา" กรณ์ตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากแผงหน้าปัดโลหะผสมไทเทเนียมที่มีอักษรเบรลล์และร่องรอยการสลักตัวเลขโบราณ
เบื้องหน้าของพวกเขาก็คือ "ประตูห้องนิรภัย" ประตูที่ถูกขนานนามว่าเป็นอุปสรรคที่ซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ตระกูล มันไม่มีรูกุญแจ ไม่มีแป้นพิมพ์ดิจิทัล ไม่มีแม้กระทั่งร่องรอยให้งัดแงะ มีเพียงวงแหวนกลไกซ้อนกันเจ็ดชั้น สลักลวดลายดาราศาสตร์ที่กำลังหมุนวนช้าๆ ราวกับมีชีวิต เสียงเฟืองขบกันภายในผนังดัง *คลิก... คลิก...* เป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความหายนะ
กรณ์ก้าวเข้าไปใกล้ แผ่นหลังของเขาสะท้อนเงาสลัวในความมืด มือหนายื่นออกไปสัมผัสพื้นผิวโลหะเย็นเฉียบ นิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่า หากบิดพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว กลไกภายในอาจปล่อยสารพิษหรือสลักเหล็กหนาตันพุ่งออกมาเสียบทะลุกาย
"คุณจำบันทึกหน้าสุดท้ายของพ่อได้ไหม" รัญยาเอ่ยถามเบาๆ พลางกวาดสายตามองรอบห้องโถงใต้ดินที่มีรอยขีดข่วนคล้ายร่องรอยการลากสิ่งของหนักๆ
"จำได้แม่นยำ... *'เวลาที่แท้จริงไม่เคยเดินไปข้างหน้า แต่มันหมุนวนกลับมาบรรจบเสมอ'*..." กรณ์พึมพำกับตัวเอง สมองอันชาญฉลาดประมวลผลข้อมูลนับร้อยที่สะสมมาทั้งชีวิต ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ศิลปวัตถุ กลศาสตร์ และรหัสลับถูกนำมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว
เขาขยับวงแหวนชั้นนอกสุดไปยังตำแหน่งปี ค.ศ. ที่พ่อของเขาแต่งงาน เสียงเฟืองขบกันดังสะท้อนก้องในความเงียบ แต่มันกลับตามมาด้วยเสียง *ครืน* ต่ำๆ ชวนให้ขนลุกซู่ แผงไฟสีแดงกะพริบขึ้นเตือนวับแวม
"ผิดพลาด..." รัญยาอุทานเบาๆ ขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณ "ถ้าขยับผิดอีกครั้ง ระบบรักษาความปลอดภัยคงทำงานเต็มรูปแบบ เราจะถูกฝังกลบอยู่ที่นี่"
"ผมรู้..." กรณ์ตอบเสียงเรียบ เหงื่อกาฬเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามไรผม แม้ภายนอกจะดูสุขุมเยือกเย็นเพียงใด แต่ภายในอกข้างซ้ายกลับเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความตายอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ลมหายใจกั้น
สายตาของชายหนุ่มกวาดมองรอยขีดข่วนบนวงแหวนแต่ละชั้น มันไม่ใช่รหัสผ่านตัวเลขสากล แต่มันคือสัญลักษณ์ทางดาราศาสตร์ที่สอดคล้องกับตำแหน่งดวงดาวในคืนที่เขาเกิด กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ นิ้วมือมั่นคงขึ้นอีกครั้ง เขาหมุนวงแหวนชั้นที่สอง ทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ตามด้วยชั้นที่สามและสี่อย่างแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความกดดัน อุณหภูมิในห้องโถงลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก
*คลิก... คลิก... ช-ึ-บ!*
เสียงกลไกขนาดมหึมาปลดล็อกดังขึ้นสะเทือนกว้าง แผ่นโลหะหนาเตอะนับสนิ้วค่อยๆ แยกตัวออกจากกัน เผยให้เห็นความมืดมิดและกลิ่นอายของความลับโบราณที่ถูกกัก
รัญยาเผยรอยยิ้มแห่งชัยชนะบนใบหน้า "คุณทำได้... กรณ์ เราเปิดมันได้แล้ว"
ทว่า... รอยยิ้มนั้นยังไม่ทันจางหาย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเย็นชาคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดเบื้องหลัง เสียงฝีเท้าที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ และแน่นอนว่า... มันไม่ได้เดินมาจากประตูที่พ่อของเขาเพิ่งจากไป
*ตึง... ตึง... ตึง...*
แสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาในความมืด ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวออกมาจากเงาลับ พร้อมกับปลายกระบอกปืนเก็บเสียงที่ยกขึ้นเล็งตรงมายังแผ่นหลังของกรณ์อย่างเยือกเย็นและไร้ความปรานี
"น่าประทับใจจริงๆ ครับ คุณกรณ์..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก "แต่ผมเกรงว่า... ของข้างในนั้น มันเป็นสมบัติของผมตั้งแต่แรกแล้ว"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากาลเวลาไปด้วยกันเสมอนะครับ
เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 44
ประตูห้องนิรภัย
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!