เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 45

เสียงสัญญาณเตือน

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"ปลายนิ้วของคุณสั่นเกินไปนะ... รัญยา" เสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งเสียงถอนหายใจในความมืด ดังขึ้นท่ามกลางเงาสลัวของห้องจัดแสดงนิทรรศการชั้นในสุด กรณ์ยืนนิ่งสนิท ร่างกายแนบชิดกับเสาหินอ่อนโบราณ ดวงตาคมกริบจ้องมองร่างเพรียวบางของหญิงสาวที่สะท้อนผ่านกระจกตู้จัดแสดงโบราณวัตถุ รัญยาชะงักมือที่กำลังถืออุปกรณ์สลักขนาดเล็ก เธอไม่ได้หันกลับมาทันที แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นบ่งบอกถึงความตึงเครียดที่กำลังแผ่ซ่านในบรรยากาศ "ถ้าฉันสั่น คุณควรจะกลัวมากกว่าที่จะมายืนใจเย็นอยู่ตรงนี้นะครับ... กรณ์" รัญยาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงกระแสประชดประชันบางเบา เธอค่อยๆ ลดมือลงจากรอยต่อของตู้กระจกนิรภัย แววตาของนักข่าวสาวฉายความลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่ "เวลาของเราเหลือน้อยเต็มทีแล้ว ข้อมูลในแฟลชไดรฟ์นี้คือเบาะแสเดียวที่จะเชื่อมโยงคดีของพ่อแม่คุณ กับการหายตัวไปของเอกสารชิ้นนั้น... หรือคุณเปลี่ยนใจ ไม่อยากรู้ความจริงแล้วล่ะ?" กรณ์หรี่ตาลงเล็กน้อย ความเงียบงันเข้าปกคลุมระหว่างคนทั้งสองชั่วอึดใจ กลิ่นอายของความลับและฝุ่นผงโบราณคละคลุ้งอยู่ในห้องที่ไร้ซึ่งหน้าต่าง มีเพียงแสงไฟสีนวลจากหลอดแอลอีดีขนาดเล็กภายในตู้จัดแสดงที่สาดส่องใบหน้าของทั้งคู่ให้ดูมีมิติราวกับภาพวาดสีน้ำมันยุคเรเนซองส์ "ผมอยากรู้..." กรณ์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้องอย่างน่าประหลาด "แต่ผมไม่ชอบวิธีเดิมพันที่เสี่ยงโดยไม่จำเป็น... โดยเฉพาะเมื่อความเสี่ยงนั้นมาจากคนที่ไม่เคยเปิดไพ่ใบสุดท้ายให้ผมเห็นเลย" รัญยาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "ความไว้วางใจเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยเกินไปสำหรับคนในวงการเรานะครับ กรณ์ คุณก็รู้ดี" เธอยกอุปกรณ์ขึ้นมาเตรียมจะลงมืออีกครั้ง ปลายเหล็กแหลมจดจ่อลงบนร่องล็อกอิเล็กทรอนิกส์ของตู้กระจกยุคศตวรรษที่สิบเก้า ซึ่งระบบรักษาความปลอดภัยถูกปิดตายด้วยรหัสผ่านซับซ้อน กรณ์ขยับเข้าไปใกล้เพื่อใช้ร่างกายของเขาช่วยบังมุมจากกล้องวงจรปิดมุมอับสายตา แม้ทั้งคู่จะเป็นคู่แข่งกันโดยเนื้อแท้ แต่สถานการณ์บังคับให้พวกเขาต้องกลายเป็นพันธมิตรชั่วคราวในยามวิกาลเช่นนี้ "ระวังมุมขวา..." กรณ์เตือนเสียงกระซิบ มือหนาวางทับลงบนหลังมือของเธอเพื่อปรับองศาให้ถูกต้อง ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่แนบชิดทำให้รัญยาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนตกใจ ก่อนที่เธอจะรีบดึงสติกลับมาแล้วพยักหน้ารับเงียบๆ *คลิก...* เสียงกลไกภายในตู้กระจกดีดตัวเบาๆ เป็นสัญญาณว่ารหัสผ่านถูกถอดถอนสำเร็จ รัญยาผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาอย่างโล่งอก เธอยื่นมือเข้าไปหยิบสมุดบันทึกหนังสีดำเก่าคร่ำคร่าที่ซ่อนอยู่ภายในออกมาอย่างทะนุถนอม ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่แผ่นหนังหลุดพ้นจากฐานรองรับ น้ำหนักที่เปลี่ยนไปกะทันหันกลับส่งผลต่อระบบเซ็นเซอร์รับน้ำหนักใต้ฐานตู้ ซึ่งถูกออกแบบมาให้ป้องกันการสับเปลี่ยนโบราณวัตถุโดยเฉพาะ! *ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...* เสียงสัญญาณเตือนภัยขนาดเล็กดังขึ้นจากแผงควบคุมภายใน ความถี่ของเสียงที่กระชั้นชิดขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สีหน้าของทั้งคู่เปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที "เวรเอ๊ย!" รัญยาอุทานออกมาอย่างลืมตัว สมุดบันทึกในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น "ถอย!" กรณ์ตะโกนลั่น คว้าข้อมือของเธอแล้วออกแรงกระชากให้หลบหลังเสาหินอ่อนทันที ก่อนที่แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานจะสว่างวาบขึ้นทั่วห้องโถง พร้อมกับเสียงไซренаแหลมสูงที่แผดเสียงก้องกังวานไปทั่วทั้งตึกพิพิธภัณฑ์ บรรยากาศที่เคยสงบเงียบแปรเปลี่ยนเป็นความโกลาหลในชั่วพริบตา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายนายกำลังวิ่งกรูขึ้นมาจากบันไดโถงกลาง พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการที่ดังแว่วมาไกลๆ รัญยาหายใจหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เธอเงยหน้าขึ้นมองกรณ์ที่ยังคงมีสีหน้าสุขุมเยือกเย็น แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะบีบคั้นถึงขีดสุดก็ตาม "เรา... เราต้องหนีออกทางหน้าต่างระเบียง!" รัญยาเอ่ยเสียงสั่น พยายามตั้งสติ "ไม่ทันแล้ว..." กรณ์กล่าวเสียงเรียบ ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านช่องว่างของเสาหินออกไปที่ประตูทางเข้าห้องโถง "พวกมันปิดตายทุกเส้นทางแล้ว... และคนที่เดินนำหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขึ้นมาตอนนี้..." กรณ์ชะงักไปชั่วครู่ ราวกับไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เห็นผ่านเงาสะท้อนของกระจก รัญยาขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัย ก่อนที่เธอจะชะโงกหน้าตามมองออกไป และต้องพบกับความจริงที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มของชายวัยกลางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องโถงที่แสงไฟสีแดงกะพริบไหว รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา ดวงตาคมปลาบกวาดมองตรงมายังเสาหินที่ทั้งคู่หลบซ่อนอยู่ ราวกับรู้ดีว่าพวกเขายืนอยู่ตรงจุดไหนตั้งแต่แรกแล้ว "พ่อ..." กรณ์พึมพำออกมาเบาหวิว ราวกับเสียงนั้นถูกกลืนหายไปในเสียงไซเรนที่แผดร้อง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากาลเวลาไปด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%