"คุณแน่ใจนะว่านั่นไม่ใช่เสียงลมพัดผ่านท่อแอร์"
กรณ์เอ่ยกระซิบ เสียงของเขาต่ำลึกและราบเรียบอย่างยิ่ง ทว่ากลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบกายหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะจ้องมองตรงไปยังรัญยา หญิงสาวผู้ยืนอยู่เบื้องหลังเสาหินอ่อนสีดำสนิท ภายในเงาสลัวของลานจอดรถชั้นใต้ดินที่สามของตึกระฟ้าใจกลางเมือง
รัญยาไม่ได้ตอบทันที เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมและกรอบหน้าคมคาย ปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังถือแท็บเล็ตแสดงผังระบบรักษาความปลอดภัยสั่นเทาเล็กน้อย—ความสั่นเทาที่นักข่าวสาวผู้ผ่านสมรภูมิข่าวกรองมาโชกโชนแทบไม่เคยแสดงให้ใครเห็น
"ฉันหูไม่ฝาดหรอกค่ะ... เอ่อ หมายถึง ผมไม่หูฝาดแน่" รัญยาเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชินออกมา แต่ด้วยสถานการณ์อันเป็นตายร้ายดี เธอกลับคำได้อย่างทันท่วงที พร้อมกับส่งสายตาเตือนสติให้กรณ์ก้มตัวลงต่ำเมื่อแสงไฟฉายกราดผ่านมุมเสาฝั่งตรงข้าม
"ไม่ใช่ปัญหาของเรา..." ประโยคจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่วินาทีนี้ มันกลับกลายเป็นเรื่องตลกที่น่าขันสิ้นดี ในเมื่อ "ปัญหา" ที่ว่า กำลังก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทุกที พร้อมกับเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีต *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่หนักแน่น เยือกเย็น และประกาศศักดาถึงการมาเยือนอย่างไร้ความเกรงกลัว
กรณ์ขยับตัวช้าๆ อย่างระมัดระวัง มือขวาเอื้อมไปแตะกระเป๋าเครื่องมือช่างที่เหน็บไว้ข้างเอว สัมผัสความเย็นเยียบของโลหะช่วยเรียกสติและความสุขุมกลับคืนมา เขายังมีภารกิจที่ต้องทำ—ห้องนิรภัยใต้ดินที่เก็บรักษาวัตถุโบราณชิ้นสำคัญ ซึ่งอาจกุญแจไขปริศนาการตายของพ่อแม่เขาซ่อนอยู่ จะให้ล้มเลิกตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด
"ถ้าเขาเดินมาทางนี้ เรามีเวลาอีกไม่ถึงสิบวินาทีในการข้ามผ่านประตูนิรภัยชั้นแรก" กรณ์กระซิบชิดใบหูของรัญยา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอของเธอ แต่นั่นไม่ใช่เวลาที่จะมาใส่ใจเรื่องระยะห่าง
"รหัสผ่านในแท็บเล็ตของคุณยังใช้ได้อยู่ไหม" กรณ์ถามต่อ สายตาจับจ้องไปที่เงาร่างสูงใหญ่ที่ทอดยาวมาจากทางเดินหลัก ร่างนั้นหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตูกลไกไฮิดรอลิก ห่างจากจุดที่พวกเขาทั้งสองซ่อนตัวอยู่ไม่ถึงสิบก้าว
รัญยาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เธอก้มมองหน้าจอที่ตอนนี้แสดงแถบสีแดงกระพริบเตือน *Warning: Override Detected*
"ระบบถูกล็อก... ไม่ใช่แค่เราที่พยายามเจาะเข้าไป" รัญยาเงยหน้าขึ้นสบตากรณ์ แววตาของเธอฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด "มีคนกำลังพยายามแฮกเข้ามาจากโครงสร้างเครือข่ายภายในตึกนี้... และฝีมือระดับนี้... ไม่ใช่แฮกเกอร์สมัครเล่นแน่"
กรณ์หรี่ตาลง ความสงสัยในตัวรัญยาพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เขาขยับตัวเข้ามาประชิดร่างบางโดยไม่ให้มีช่องว่าง มือหนาข้างหนึ่งยันกำแพงคอนกรีตไว้เพื่อกักเธอให้อยู่ในมุมอับ สายตาคมกวาดมองสำรวจใบหน้าของเธอราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง
"รัญยา... บอกผมมาตามตรง คุณเกี่ยวข้องอะไรกับคนที่ยืนอยู่ข้างนอกนั่น" น้ำเสียงของกรณ์ทุ้มต่ำและจริงจังจนน่ากลัว ไม่มีแววตาแห่งความลังเลหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเด็ดเดี่ยวของชายผู้ผ่านความสูญเสียมามากเกินกว่าจะถูกหลอกซ้ำสอง
รัญยาชะงัก เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อถูกสายตาสุภาพแต่เฉียบคมราคมมีดโกนคู่นั้นตรึงไว้ หัวใจของเธอดวงน้อยเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อบุคคลปริศนาภายนอก แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดและแววตาที่อ่านไม่ออกของกรณ์ต่างหาก
"ฉัน... ผมไม่ได้... โอ๊ย ให้ตายสิกรณ์!" รัญยาหลุดอุทานเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงฝีมือการหมุนรหัสผ่านดังขึ้นจากประตูนิรภัยเบื้องหน้า "ถ้าฉันอยากหักหลังคุณ ป่านนี้ฉันพาตำรวจมาล้อมคุณตั้งแต่บนห้องทำงานแล้ว ไม่มายืนเสี่ยงตายติดอยู่ในห้องใต้ดินกับคุณหรอกนะ!"
คำพูดนั้นจริงอย่างยิ่ง กรณ์รู้ดี แต่ในโลกใบนี้ ความไว้ใจคือสินค้าฟุ่มเฟือยที่ราคาแพงเกินกว่าจะจ่ายให้ใครง่ายๆ เขายอมผ่อนแรงกดดันลงเล็กน้อย พยักหน้ารับคำอธิบายนั้นด้วยความจำยอม
"ตกลง... ผมเชื่อคุณชั่วคราว" กรณ์ผละออกจากการกักตัว "เตรียมตัวให้พร้อม เราจะใช้จังหวะที่ประตูเปิดออกจากการแฮกของคนปริศนาคนนั้น แทรกตัวเข้าไปก่อนที่ระบบรักษาความปลอดภัยจะรีเซ็ตตัวเอง"
รัญยาพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ นิ้วเรียววาดผ่านหน้าจอแท็บเล็ตเพื่อเตรียมคำสั่งโค้ดคำสั่งเฉพาะกิจที่เธอแอบซ่อนไว้ในระบบมานานแรมเดือน
เบื้องหน้าของพวกเขา ประตูเหล็กกล้าหนาเตอะน้ำหนักหลายตันส่งเสียงครูดคราดดังสนั่น กลไกเฟืองเหล็กหมุนวนเข้าหากันด้วยแรงขับเคลื่อนมหาศาล กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินผสมผสานเข้ากับกลิ่นโอโซนจากแผงวงจรไฟฟ้าที่ร้อนจัด
*คลิック—!*
เสียงปลดล็อกดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟสีฟ้าครามที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต เป็นสัญญาณว่าประตูนิรภัยชั้นแรกเปิดออกแล้ว!
"ไป!" กรณ์ออกคำสั่งเฉียบขาด ร่างสูงโปร่งพุ่งตัวออกไปจากเงาสลัวอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ รัญยาตามติดไปติดๆ พวกเขาทั้งสองอาศัยความมืดและความรวดเร็วพุ่งลอดช่องว่างของประตูที่กำลังเลื่อนเปิดออกอย่างหวุดหวิด
ทว่า... ก่อนที่บานประตูกลไกจะปิดทับลงสนิท ร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่หลังประตูนั้นกลับไม่ได้พยายามขัดขวาง กลับกัน... เขากลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังรอคอยให้หนูตกลงมาติดกับดักด้วยความเต็มใจ
กรณ์ที่พึ่งก้าวเท้าเข้ามาเหยียบพื้นห้องนิรภัยชั้นใน ชะงักกึกทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสลมเย็นเฉียบที่พัดผ่านแผ่นหลัง และเมื่อเขากวาดสายตามองไปรอบห้องที่ควรจะว่างเปล่า... แสงไฟนีออนสลัวก็สว่างพรึบขึ้นทีละดวงเผยให้เห็นภาพที่ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก
กลางห้องนิรภัยขนาดใหญ่ มีโต๊ะทำงานไม้โบราณตั้งอยู่ และบนเก้าอี้หนังสีดำตัวนั้น... มีร่างของชายชราคนหนึ่งนั่งไขว่ห้างรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกคลุมด้วยความมืด แต่นาฬิกาพกโบราณในมือของเขากำลังส่งเสียงเดิน *ติ๊ก... ติ๊ก...* อย่างเป็นจังหวะ
ชายชราผู้นั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับอยู่บนมุมปาก พร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่กรณ์จำได้แม่นยำยิ่งกว่าเสียงหัวใจของตัวเอง
"ยินดีต้อนรับสู่หลุมศพของพ่อแม่แกนะ... กรณ์"
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของนาโนบอทมาสเตอร์เสมอมาครับ
เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 42
ค่ำคืนแห่งการปฏิบัติการ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!