กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและคราบหมึกสีดำที่ฝังรากลึกมานานหลายทศวรรษ คือสิ่งเดียวที่ยังคงซื่อสัตย์ต่อกรณ์ในยามที่โลกใบนี้เต็มไปด้วยความลวง
นิ้วเรียวยาวของกรณ์วางลงบนแฟ้มข้อมูลปกหนังสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งถูกซ่อนไว้ใต้พื้นไม้ปาร์เกต์เก่าคร่ำคร่าภายในห้องทำงานส่วนตัว แฟ้มนี้ไม่ใช่สมบัติล้ำค่าราคาแพง แต่มันคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่พ่อของเขาทิ้งไว้ก่อนจะจากไปอย่างมีเงื่อนงำ เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับแมียกย่างกรายของรัญยาที่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง ทำให้เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่ไม่ได้มาจากภายนอก หากแต่มาจากความระแวงที่ก่อตัวขึ้นในใจ
"คุณแน่ใจหรือครับ ว่าเธอคนนั้นจะไว้ใจได้" รัญยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความคมกริบ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหันกลับมามองเขาด้วยประกายความสงสัยระคนท้าทาย "ข่าวกรองที่เราได้มาเมื่อวานบอกว่า ฝ่ายตรงข้ามกำลังจับตาทุกความเคลื่อนไหวของคุณ การที่เราดึงใครสักคนเข้ามาในตอนนี้ อาจหมายถึงการเปิดประตูต้อนรับฆาตกรเข้ามาในบ้าน"
กรณ์เงยหน้าขึ้น สบตากับนักข่าวสาวนัยน์ตาคมกริบคนนั้นครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่ารัญยาไม่ได้พูดด้วยอารมณ์ แต่เธอกำลังประเมินสถานการณ์ด้วยความเยือกเย็นตามสัญชาตญาณของคนข่าว
"ถ้าเราไม่เสี่ยงเดินเกมนี้ เราก็จะไม่มีวันรู้เลยว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อ" กรณ์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมเข้มฉายแววเด็ดเดี่ยวที่ยากจะสั่นคลอน "ลุงอัคเดชไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาคุกคามได้ง่ายๆ ถ้าเขายอมติดต่อผมมา นั่นหมายความว่า... เขาเจอสิ่งที่เรากำลังตามหาแล้ว"
รัญยาถอนหายใจเบาๆ เธอยกมือขึ้นกอดอก พลางกวาดสายตามองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือเก่าครึ้ม "ฉันไม่ได้กลัวความเสี่ยงครับคุณกรณ์ แต่ฉันกลัวว่าความใจร้อนของคุณจะพาเราไปตายก่อนจะได้ความจริง"
ก่อนที่กรณ์จะได้เอ่ยคำใดโต้แย้ง เสียงเคาะประตูก็จังหวะสามครั้งดังขึ้น—*ก๊อก, ก๊อก, ก๊อก*—มันไม่ใช่เสียงเคาะแบบคนทั่วไป แต่มันเป็นรหัสลับสามจังหวะที่พ่อของเขาเคยสอนไว้เมื่อครั้งยังเด็ก รหัสที่ใช้ยืนยันตัวตนของหน่วยสืบสวนลับยุคเก่า
หัวใจของกรณ์เต้นกระหน่ำในอก ความเงียบงันภายในห้องหนาแน่นขึ้นจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ รัญยาขยับถอยหลังไปชิดมุมมืดของชั้นหนังสือ มือเรียวเอื้อมไปแตะด้ามโลหะของกรรไกรตัดกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างเงียบเชียบ เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์
กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูไม้สักหนา แล้วบิดลูกบิดเปิดออกช้าๆ
แสงไฟส mัวจากโถงทางเดินสาดส่องกระทบเข้ากับใบหน้าของชายชราคนหนึ่ง ร่างของเขาสูงโปร่งแม้จะเริ่มห่อเหี่ยวไปตามวัย เส้นผมสีดอกเลาตัดสั้นเกรียน ดวงตาคมปลาบใต้กรอบแว่นสายตาเต็มไปด้วยร่องรอยของประสบการณ์และรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปาก ชายคนนั้นคือ "อัคเดช" อดีตสายสืบมือหนึ่งผู้เคยทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับพ่อของกรณ์มานานนับทศวรรษ
"ไม่เจอราคานี้นานเลยนะ เจ้าหนู... หรือตอนนี้ควรเรียกว่า ดร.กรณ์ ดีล่ะ" อัคเดชเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง สายตาของเขาไม่ได้มองที่กรณ์เพียงคนเดียว แต่กวาดมองเลยไปสำรวจความปลอดภัยภายในห้องอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณมืออาชีพ
"เชิญข้างในก่อนครับ ลุงอัคเดช" กรณ์ผายมือต้อนรับ พร้อมกับรีบปิดประตูและลงกลอนแน่นหนา
อัคเดชก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายของความเก่าแก่และความลับระดับชาติลอยอบอวลมาพร้อมกับการปรากฏตัวของเขา ชายชราถอดหมวกปีกกว้างออก วางมันลงบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะหันมามองหน้ากรณ์อย่างพิจารณา
"พ่อของแกเคยบอกฉันไว้ว่า ถ้าวันหนึ่งเขาเป็นอะไรไป ให้จับตาดูแกไว้ให้ดี เพราะแกเป็นคนหัวดื้อที่ไม่ยอมปล่อยวางเรื่องอดีต... ดูท่าแล้ว พ่อของแกจะพูดไม่ผิดเลยสักนิด" อัคเดชกล่าวพลางยิ้มมุมปากอย่างขื่นๆ
"ถ้าลุงอัคเดชรู้ว่าพ่อผมถูกฆ่าทำไม และรู้ว่าใครเป็นคนทำ ทำไมถึงเพิ่งมาตอนนี้ล่ะครับ?" กรณ์ยิงคำถามตรงไปที่ประเด็นด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้อยู่ในความสงบ แต่มือทั้งสองข้างที่กำเข้าหากันแน่นกลับฟ้องถึงความอัดอั้นตันใจ
อัคเดชหันไปมองรัญยาที่ยืนนิ่งอยู่ในมุมมืด ก่อนจะหันกลับมามองกรณ์ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น "แกคิดว่าคนระดับพ่อของแก ที่ตายไปพร้อมกับสมุดบันทึกการบูรณะโบราณวัตถุชิ้นนั้น จะเป็นแค่เรื่องอุบัติเหตุทางรถยนต์ธรรมดาอย่างที่ตำรวจสรุปคดีไปอย่างนั้นหรือ? แกคิดตื้นเกินไปแล้ว กรณ์"
รัญยาเดินก้าวออกมาจากมุมมืด น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทแต่เฉียบคม "ถ้าไม่ใช่ อุบัติเหตุ แล้วมันคืออะไรคะ... อ๋อ ขออภัยครับ... คืออะไรครับ ลุงอัคเดช?" เธอเปลี่ยนคำสรรพนามกะทันหันเมื่อเห็นสายตาตำหนิเล็กๆ จากอัคเดช
ชายชราหัวเราะในลำคอเบาๆ "เด็กสมัยนี้นี่ไวพริบดีเสียจริง... ใช่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ พ่อของแกไปล่วงรู้ความลับเข้า ชิ้นส่วนของนาฬิกากลไกโบราณที่พวกมันกำลังตามหา ไม่ได้มีไว้เพื่อบอกเวลา แต่มันคือ กุญแจ ที่สามารถเปิดห้องนิรภัยใต้ดินของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ซึ่งซ่อนเอกสารการครอบครองสมบัติโบราณมูลค่าประเมินค่าไม่ได้ และที่สำคัญที่สุด... มันมีรายชื่อของกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังการฟอกเงินระดับประเทศพ่วงอยู่ด้วย"
คำพูดของอัคเดชทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที กรณ์รู้สึกราวกับมีหินก้อนใหญ่หล่นทับกลางหน้าอก ภาพความทรงจำในวันที่พ่อจากไปผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ
"แล้วลุงมีหลักฐานอะไร?" กรณ์ถามเสียงเครือ
อัคเดชไม่ตอบคำถามในทันที เขายื่นมือเหี่ยวย่นล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวหนา หยิบแฟ้มเอกสารเก่าๆ อีกแฟ้มหนึ่งที่ปิดผนึกด้วยครั่งสีแดงสด วางลงตรงหน้ากรณ์ "นี่คือบันทึกการส่งมอบชิ้นส่วนชิ้นสุดท้ายที่พ่อแกซ่อนไว้ก่อนตาย และคนสุดท้ายที่ติดต่อกับพ่อแกก่อนเกิดเรื่อง ก็คือคนที่นั่งเก้าอี้บริหารสูงสุดในกระทรวงวัฒนธรรมตอนนี้"
กรณ์ก้มลงมองแฟ้มเอกสารนั้น มือของเขาสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอื้อมไปสัมผัส นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพลิกเกมทั้งหมด แต่มันก็หมายถึงการประกาศสงครามกับผู้มีอิทธิพลระดับประเทศเช่นกัน
ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้ทันพูดอะไรต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณทางเดินด้านนอก หน้าต่างกระจกบานเกล็ดเริ่มสั่นสะเทือนจากแรงกระแทกบางอย่าง
อัคเดชหน้าถอดสีในเสี้ยววินาที ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "เป็นไปไม่ได้... พวกมันสะกดรอยตามฉันมาได้ยังไง!"
รัญยาพุ่งตัวไปปิดสวิตช์ไฟในห้องทันที ความมืดเข้าปกคลุมพื้นที่ ทว่าแสงไฟฉายจากภายนอกส่องกราดผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว
"เปิดประตู! เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพิเศษ! หากไม่เปิด เราจะใช้กำลังพังเข้ามา!" เสียงตะโกนก้าวร้าวจากด้านนอกดังขึ้นทำลายความเงียบ
กรณ์หันไปสบตากับอัคเดชในความมืด อะดรีนาลีนในตัวพุ่งพล่านถึงขีดสุด ทางหนีทีไล่ถูกปิดตาย ความลับที่เพิ่งค้นพบกำลังจะถูกกระชากออกไปต่อหน้าต่อตาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
ด้วยความเด็ดเดี่ยว กรณ์คว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะยัดใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเอง ก่อนจะหันไปคว้าแขนรัญยาและส่งสัญญาณให้อัคเดชหลบไปทางประตูหนีไฟด้านหลังห้อง แต่มือกําลังจะเอื้อมถึงกลอนประตู เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังสนั่นทะลุกรอบไม้เข้ามาเฉียดหัวไหล่ของเขาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร!
ด้วยความเคารพรักจากใจจริง
- นาโนบอทมาสเตอร์ -
เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 19
พันธมิตรลับ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!