"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะ...ตัวฉันเอง"
เสียงกระซิบเยียบเย็นยังคงสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของธันวา ราวกับน้ำแข็งละลายหยดลงบนแผ่นหลังทีละหยด แม้ความมืดมิดของพิพิธภัณฑ์ยามวิกาลจะปกคลุมไปทั่วทุกมุมห้อง แต่สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มกลับตื่นตัวถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินสถานการณ์ ขณะที่มือซ้ายกระชับไขควงโบราณด้ามไม้พะยูงในกระเป๋าเสื้อแน่น ส่วนมือขวาเอื้อมไปแตะข้อศอกของรินรดาเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนภัยไร้เสียง
หญิงสาวข้างกายไม่จำเป็นต้องหันมามองด้วยซ้ำ ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อคลุมสีเข้มก้าวขยับเหลื่อมมาด้านหน้าเล็กน้อยอย่างไร้ร่องรอย สัญชาตญาณการต่อสู้ถูกปลุกเร้าจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา คลื่นพลังอาคมสีครามจางๆ แผ่ออกมาจากปลายนิ้วเรียวยาวของเธอ พร้อมรับมือกับสิ่งผิดปกติที่กำลังคืบคลานเข้ามาในความเงียบ
"ไม่ใช่เงาของคนเป็นค่ะ" รินรดาเอמהเสียงกระซิบแผ่วเบาจนแทบกลืนไปกับสายลม แต่ชัดเจนพอให้ธันวาได้ยิน "แรงกดดันทางวิญญาณระดับนี้... มันคือ 'ภาพสะท้อน' จากเศษเสี้ยวความทรงจำที่ถูกกัก The Residual Memory ที่เข้มข้นจนเกือบกลายร่างเป็นอาถรรพ์ชั้นต่ำ"
ธันวาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ สัมผัสอุ่นร้อนจากทักษะเฉพาะตัวของเขาเริ่มทำงาน นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายสีอำพันเรืองรองจางๆ เมื่อเพ่งสมาธิไปที่ตู้จัดแสดงโบราณวัตถุตรงหน้า ในโลกแห่งความจริงมันอาจเป็นเพียงตู้ไม้สักเก่าคร่ำครึ แต่ในสายตาของช่างซ่อมความทรงจำ พื้นที่ตรงนี้กำลังฉายภาพซ้อนของเหตุการณ์เมื่อหลายสิบปีก่อนราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกกรอถอยหลัง
"ริน... ช่วยคุ้มกันให้หน่อยนะคะ ผมจะเริ่มกระบวนการ 'บูรณะภาพจำลอง' แล้ว" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุขุมแต่เด็ดขาด
"ตามสบายค่ะ ฉันจะคุ้มกันให้เอง ใครก็เข้ามาแตะต้องคุณไม่ได้ทั้งนั้น" รินรดากล่าวสั้นๆ แต่หนักแน่น แววตาสนับสนุนและเชื่อมั่นในตัวสหายร่วมรบฉายชัดในความมืด
ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ ก่อนจะวางฝ่ามือลงบนกระจกตู้จัดแสดงที่เย็นเฉียบ ทันทีที่ผิวเนื้อสัมผัสกับพื้นผิววัตถุกรรมสิทธิ์แห่งกาลเวลา ระบบระเบียบภายในจิตสำนึกของเขาก็ส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ *ติ๊ง!* — [ตรวจพบร่องรอยความทรงจำตกค้างระดับ B: คดีฆาตกรรมอำพรางในห้องปิดตาย เริ่มกระบวนการซิงโครไนซ์ความทรงจำ...]
โลกทั้งใบพลันหมุนเคว้ง ความมืดมิดรอบกายถูกแทนที่ด้วยแสงสลัวของตะเกียงโบราณ กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงถูกแทนที่ด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นหอมหวานฉุนของยาพิษตระกูลโบราณ ธันวารู้สึกเหมือนวิญญาณของตนเองถูกดึงดูดให้หลุดเข้าไปในมิติเวลาคู่ขนาน ภาพเหตุการณ์ในอดีตเริ่มปรากฏขึ้นทีละฉากอย่างเป็นระบบ มีเหตุและผลรองรับการกระทำทุกย่างก้าวของเหยื่อและผู้ลงมือ
ในภาพจำลองนั้น ปรากฏร่างของชายวัยกลางคนสวมชุดสูทนักโบราณคดีกำลังยืนง่วนอยู่กับการตรวจสอบสมบัติโบราณชิ้นสำคัญ เขาคือเจ้าของพิพิธภัณฑ์คนก่อน ผู้ล่วงลับไปอย่างไร้สาเหตุเมื่อสิบปีก่อน ทว่า สีหน้าของชายคนนั้นในห้วงเวลานั้นไม่ได้มีความตื่นเต้นระทึกขวัญแต่อย่างใด หากแต่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง ดวงตาเบิกกว้างมองไปที่เงาสะท้อนในกระจก
"แก... ตามฉันมาจนได้สินะ" เสียงแหบพร่าของเหยื่อเอ่ยขึ้นอย่างสิ้นหวัง
ธันวาในฐานะผู้สังเกตการณ์ไร้ตัวตนยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เขารักษาความนิ่งสงบ วิเคราะห์ทิศทาง ลมหายใจ และมุมองุ่นของวัตถุรอบตัวอย่างละเอียดลออตามหลักการของช่างซ่อมความทรงจำ ทักษะการบูรณะไม่ได้มีไว้แค่ซ่อมแซมสิ่งของ แต่มันคือการปะติดปะต่อ 'ความจริง' ที่แตกสลายให้กลับมาร้อยเรียงกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทันใดนั้น เงาร่างที่สองก็ก้าวออกมาจากมุมมืดของห้อง—เงาร่างที่สวมฮู้ดคลุมศีรษะมิดชิด รูปร่างสูงโปร่ง และที่สำคัญที่สุดคือ... ในมือข้างขวาถือเครื่องมือช่างโบราณชนิดเดียวกันกับที่ธันวากำลังพกติดตัวอยู่!
หัวใจของธันวากระตุกวูบ ภาพจำลองสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับสัญญาณโทรทัศน์ถูกรบกวน ผู้ลงมือฆาตกรรมไม่ได้ใช้มีดหรืออาวุธปืน แต่ใช้ 'ภูมิปัญญาช่าง' ในการถอดประกอบกลไกของกับดักโบราณให้กลายเป็นฆาตกรรมอำพราง!
"ระวังค่ะธันวา! มีบางอย่างกำลังแทรกแซงเขตอาคม!" เสียงตะโกนเตือนอย่างร้อนรนของรินรสดาดังแว่วเข้ามาจากโลกภายนอก ฉุดกระชากสติของธันวาให้เกือบหลุดออกจากภวังค์
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ภาพจำลองกำลังจะเลือนหายเพราะแรงต้านทานลึกลับ ธันวาใช้ไหวพริบครั้งสุดท้าย เร่งพลังสมาธิเฮือกใหญ่เพื่อคว้าจับ 'หลักฐานชิ้นสำคัญ' ที่สุดจากมือของฆาตกรในอดีต นัยน์ตาสีอำพันสะท้อนภาพใบหน้าใต้ฮู้ดที่ค่อยๆ เงยขึ้นสบตาเขาตรงๆ ท่ามกลางความมืด
ใบหน้านั้น... ไม่มีดวงตา มีเพียงความว่างเปล่าสีดำสนิท และรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
*ติ๊ง!* — [แจ้งเตือนระบบ: เสร็จสิ้นการบูรณะความทรงจำระดับ B คุณได้รับไอเท็มพิเศษ: "เศษเสี้ยวบันทึกคดีลับ (หน้า 5)" และ... ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมระดับ SSS กำลังเชื่อมต่อเข้าระบบ!]
ร่างของธันวากระเด็นถอยหลังออกมาจากตู้จัดแสดงตามแรงกระแทกทางจิตวิญญาณ รินรดาพุ่งเข้าไปรับร่างของเขาไว้ได้ทันอย่างเฉียดฉิว ลมหายใจของชายหนุ่มหอบถี่ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า แต่แววตากลับเปล่งประกายความตื่นตะลึงระคนฉุนเฉียว
"เราโดนตลบหลังแล้วค่ะริน" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบ ลมหายใจยังไม่เป็นจังหวะ ขณะยื่นมือที่สั่นเทาเล็กน้อยให้หญิงสาวดู ในกำมือของเขาไม่ได้มีแค่ความจริงเรื่องฆาตกรรม แต่มีบางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นร่วงหล่นลงมาบนพื้น
เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งดังขึ้นอย่างเชื่องช้าจากเบื้องหลังความมืดของโถงทางเดินยาว กลิ่นอายกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวหนาทึบราวกับตะกั่ว เงาร่างของใครบางคนก้าวพ้นมุมมืดออกมาหยุดยืนอยู่ใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาจากหน้าต่างโดมกระจก
บุคคลปริศนาแย้มยิ้มบางเบา พร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายของทั้งสองคนเย็นเฉียบ
"เก่งมากค่ะคุณช่างซ่อม... แต่ดูเหมือนว่า คุณเพิ่งเปิดประตูให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญเข้าบ้านเสียแล้วนะคะ"
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันนะคะ
บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายช่างซ่อมความทรงจำ•ตอนที่ 5
ถอดรหัสความตาย
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายช่างซ่อมความทรงจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
