"ออกไปให้พ้นหน้าฉัน รินรดา!"
เสียงคำรามแหบพร่าดังก้องในห้องนอนกว้างที่มืดสลัว กลิ่นของแอลกอฮอล์ราคาแพงปนเปไปกับกลิ่นอายความร้อนระอุจากร่างกายที่กำลังเผชิญพิษไข้ คาร์ลอส วาเลนติน ผู้ที่เป็นดั่งพยัคฆ์ร้ายในสายตาผู้คน บัดนี้กลับนอนซมอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ ใบหน้าคมเข้มที่เคยดุดันบัดนี้ซีดเซียวจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ ลมหายใจหอบถี่ของเขากระตุกเป็นจังหวะ แต่ถึงจะอยู่ในสภาพนี้ เขาก็ยังพยายามเหวี่ยงมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นผลักไสคนที่นั่งอยู่ข้างกาย
รินรดาไม่ขยับหนี เธอวางผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ ลงบนหน้าผากที่ร้อนผ่าวของเขาด้วยความใจเย็น มือเรียวบางของเธอสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายได้หลังจากได้ยินชื่อครอบครัวของเธอจากปากของศัตรูเมื่อครู่
"ถ้าฉันออกไป แล้วใครจะเช็ดตัวให้คุณคาร์ลอสครับ?" เธอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ทำให้คนป่วยชะงัก
"ฉันสั่งให้ไป!" คาร์ลอสคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นมหาศาลแม้ในยามที่เขาไร้เรี่ยวแรง ดวงตาคมกริบที่เคยเป็นดั่งมีดโกนบัดนี้พร่าเลือนด้วยพิษไข้ แต่ความดื้อรั้นยังคงฉายชัด "อย่ามาใช้ความสงสารที่ไร้ค่าของเธอมาทำตัวเป็นนางฟ้าในบ้านของปีศาจ... ออกไป!"
รินรดาสบตากับเขา นิ่ง... ลึกซึ้ง... ก่อนจะค่อยๆ แกะนิ้วมือที่บีบแน่นออกอย่างอ่อนโยน เธอโน้มตัวลงจนลมหายใจอุ่นๆ ของเธอกระทบกับผิวแก้มของเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายสาวทำให้อีกฝ่ายนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง
"ความสงสารเหรอครับ?" เธอแค่นยิ้ม "ไม่ใช่หรอกครับคาร์ลอส... ที่ฉันอยู่ตรงนี้ เพราะฉันอยากเห็นปีศาจที่เก่งกาจคนนี้ล้มลงอย่างไร้ท่าต่างหาก ผมอยากรู้ว่าเวลาที่คุณไร้ทางสู้ คุณจะยังปากดีได้นานแค่ไหน"
คำพูดของเธอเหมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง คาร์ลอสกระตุกยิ้มมุมปากอย่างขมขื่น ก่อนจะปล่อยมือเธอแล้วทิ้งตัวลงกับหมอนอย่างอ่อนแรง ร่างกายเขาสั่นสะท้านจากอาการหนาวสั่นที่จู่โจมเข้ามาเป็นระลอก ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของเขากำลังถูกทดสอบด้วยความอ่อนแอทางกายภาพที่เขาเกลียดชังที่สุด
รินรดาถอนหายใจ เธอเลิกสนใจความเกรี้ยวกราดนั้นแล้วเริ่มถอดเสื้อเชิ้ตที่ชุ่มเหงื่อของเขาออกทีละเม็ด นิ้วมือของเธอสัมผัสกับแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ผิวหนังของเขาที่เคยเย็นเฉียบจากความเยือกเย็นในนิสัย บัดนี้กลับร้อนดั่งไฟ
"คุณกำลังมีไข้สูง ถ้าไม่รีบลดไข้ คุณอาจจะช็อกได้" เธอพูดเบาๆ พร้อมกับเริ่มเช็ดตัวให้เขาอย่างเบามือ
คาร์ลอสหลับตาลงปล่อยให้เธอปรนนิบัติ ในความมืดมิดที่เข้าครอบงำสติสัมปชัญญะ เขารู้สึกถึงสัมผัสนุ่มนวลที่ค่อยๆ ลูบไล้ไปตามแผงอกและลำตัว ความโกรธเคืองที่เคยมีต่อชื่อครอบครัวของเธอกลับถูกแทนที่ด้วยแรงปรารถนาที่ฝังลึก มันเป็นสัญชาตญาณดิบที่แม้แต่ความตายก็ยังไม่อาจพรากมันไปจากเขาได้
"ทำไม..." เสียงเขาเบาจนแทบไม่ได้ยิน "ทำไมถึงยังอยู่ที่นี่... ทั้งที่ฉันกักขังเธอไว้ ทำลายชีวิตเธอ..."
รินรดาหยุดมือชั่วขณะ เธอจ้องมองใบหน้าที่อ่อนแอลงของชายที่เคยเป็นเจ้าชีวิตเธอ "ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่เพราะรักคุณ คาร์ลอส แต่อยู่เพื่อรอวันที่ความลับที่คุณปิดบังไว้ถูกเปิดเผย... และฉันต้องการให้คุณมีชีวิตอยู่ เพื่อชดใช้ในสิ่งที่ครอบครัวคุณทำกับฉันด้วยตัวเอง"
ประโยคนั้นทำให้คาร์ลอสลืมตาขึ้นมาทันที ประกายตาคมปลาบจับจ้องที่ดวงตาของเธอ มันไม่มีความกลัว มีเพียงความแค้นที่เยือกเย็นพอกัน
"เธอฉลาดเกินไป รินรดา" เขาพึมพำ ก่อนจะคว้าท้ายทอยเธอลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชิดกัน "ความฉลาดนี่แหละที่จะเป็นหายนะของเธอเอง... เพราะฉันไม่มีวันปล่อยให้เธอมีชีวิตอยู่ไปจนถึงวันที่ความจริงเปิดเผยโดยไม่ให้เธอกลายเป็นของฉันอย่างสมบูรณ์แบบ"
เขาบดจูบลงมาอย่างรุนแรงและเร่าร้อน เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยความหวงแหนและการแสดงความเป็นเจ้าของ แม้ร่างกายจะอ่อนล้าเพียงใด แต่แรงขับทางอารมณ์ของเขายังคงดุดัน รินรดาไม่ได้ขัดขืน เธอปล่อยให้เขาตักตวงความหวานนั้นราวกับว่ามันเป็นยาถอนพิษเพียงอย่างเดียวที่มี
ท่ามกลางความเงียบงันของคฤหาสน์ที่ดูเหมือนจะไร้ผู้คน ในยามที่พยัคฆ์ร้ายกำลังอ่อนกำลังและนางพญาผู้ถูกกักขังกำลังเยียวยาด้วยความแค้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง
ปัง!
ประตูถูกผลักออกโดยไม่มีการเคาะ ทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทของดอน โดมินิก ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู ใบหน้าของศัตรูตัวฉกาจนั้นปรากฏรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัว ในมือเขามีซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตา
"ขอโทษที่ขัดจังหวะเวลาส่วนตัวนะครับ" โดมินิกเอ่ยพลางก้าวเข้ามาในห้อง "ดูเหมือน 'ความอ่อนแอ' ของนายจะทำให้ความลับที่นายพยายามฝังดินไว้... กำลังจะขุดตัวเองขึ้นมาหายใจอีกครั้งนะ คาร์ลอส"
เขาวางเอกสารลงบนเตียง รินรดาหันไปมองมันด้วยใจที่เต้นรัว คาร์ลอสพยายามพยุงตัวขึ้น ความโกรธแค้นในดวงตาปะทุขึ้นอีกครั้ง แต่ความเจ็บปวดจากพิษไข้กลับทำให้เขาเซถลา
"เอกสารนี่... เกี่ยวกับคืนที่ครอบครัวเธอตาย ไม่ใช่เหรอ?" โดมินิกทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้รินรดาจ้องมองซองเอกสารนั้นด้วยความสั่นสะท้าน เธอหันกลับไปหาคาร์ลอสที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดผิดปกติทันทีที่เห็นตราประทับบนซองนั้น
ภูริศร์หวังว่าเนื้อหาในตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นไปกับความลับที่กำลังจะเปิดเผยนะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ
พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 31
ความอ่อนแอของปีศาจ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!