"คุณกำลังเล่นกับไฟที่เผาผลาญแม้แต่เถ้าถ่านของตัวเองนะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยแรงอัดอั้นของคาร์ลอส วาเลนติน ดังก้องอยู่ในห้องทำงานที่มืดสลัว กลิ่นซิการ์ราคาแพงผสมกับกลิ่นกายที่ดุดันของเขาอบอวลไปทั่วอากาศ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดสีเข้มก้าวประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง แววตาของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ มีเพียงประกายไฟแห่งความคลั่งไคล้ที่พร้อมจะเผาทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า
รินรดาพยายามก้าวถอยหลัง แต่แผ่นหลังกลับปะทะเข้ากับขอบโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ มือหนาของคาร์ลอสกระแทกลงบนโต๊ะทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในวงล้อมของร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและอำนาจ
"ฉันไม่ได้เล่น... ฉันแค่กำลังทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของฉัน" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แม้ในใจจะสั่นไหว แต่เธอก็พยายามบังคับให้น้ำเสียงมั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ "คุณคาร์ลอส คุณคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างฉันจะยอมให้คุณทำลายชีวิตพ่อของฉันได้ง่ายๆ"
คาร์ลอสแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเขาแทบจะแตะกับพวงแก้มเนียนนุ่ม กลิ่นกายของเขามันช่างเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน
"ชีวิตของพ่อเธอ หรือชีวิตของเธอกันแน่ที่ฉันถือไพ่เหนือกว่า?" เขาเอ่ยพลางใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านเกลี่ยเส้นผมที่ระอยู่ข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยแรงกดดัน "ดอน โดมินิกอาจจะพยายามยัดเยียดตำแหน่ง 'ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ' ของเขาให้เธอ แต่เขาลืมไปอย่างหนึ่ง... ตุ๊กตาตัวนี้เป็นของฉันตั้งแต่วันที่ฉันทำพันธะกับเธอแล้ว"
"ฉันไม่ใช่สิ่งของ!" เธอตะคอกใส่หน้าเขา แรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานทำให้เธอขาดสติ เธอเงื้อมือขึ้นหวังจะตบหน้าเขาสักฉาด แต่คาร์ลอสกลับรวบข้อมือเธอไว้ได้ทันท่วงที แรงบีบที่ข้อมือนั้นไม่เบาเลย มันสื่อถึงความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม
เขาดึงตัวเธอเข้ามาแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน ความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าจนเธอรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัว คาร์ลอสโน้มตัวลงมา กระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำให้เลือดในกายเธอเดือดพล่าน
"งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ ว่าเธอมีความรู้สึกนึกคิดมากกว่าแค่ 'สิ่งของ' ที่รอคอยการครอบครอง"
มือหนาเลื่อนจากข้อมือลงมาโอบรัดเอวบางของเธอแน่น ก่อนจะกระชากร่างให้แนบชิดขึ้นไปอีกจนเธอกลั้นหายใจ สัมผัสของเขาราวกับจะฝังรอยตราประทับไว้บนผิวหนังของเธอ เขาไม่ได้รอคอยการอนุญาต เขากดจุมพิตหนักหน่วงลงบนลำคอระหง กลิ่นหอมจางๆ จากผิวของเธอยิ่งกระตุ้นให้สัญชาตญาณดิบของเขาทวีความรุนแรงขึ้น
รินรดารู้สึกถึงหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย มันไม่ใช่ความเสียใจ แต่มันคือความพ่ายแพ้ต่ออารมณ์ที่ตนเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เธอเกลียดเขา แต่ในขณะเดียวกัน แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอก็รุนแรงดั่งพายุที่ไม่อาจต้านทาน
"คุณทำแบบนี้เพื่ออะไร..." เธอถามเสียงสั่น "เพื่อสั่งสอนฉัน หรือเพื่อบอกตัวเองว่าคุณยังต้องการฉันอยู่"
คาร์ลอสหยุดชะงัก สายตาที่คมกริบราวกับพยัคฆ์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เขาไม่ได้ตอบทันที แต่กลับเชยคางเธอขึ้นมาให้รับสัมผัสจากจูบที่เปี่ยมไปด้วยความกระหาย เขาสั่งสอนเธอด้วยรสสัมผัสที่ทั้งอ่อนโยนและดิบเถื่อน เป็นความขัดแย้งที่ทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิงไปหมดสิ้น มือของเขาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าของเธออย่างถือสิทธิ์ ราวกับต้องการสำรวจอาณาเขตที่เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
"ทั้งสองอย่าง" เขาตอบสั้นๆ หลังจากถอนจุมพิตออกอย่างอ้อยอิ่ง "และอีกอย่าง... ฉันไม่มีทางปล่อยให้ดอน โดมินิก ได้แตะต้องสิ่งที่ฉันตีตราจองไว้แม้แต่ปลายเล็บ"
คาร์ลอสอุ้มร่างของเธอขึ้นด้วยท่าทางที่มั่นคงและดุดัน เขาเดินตรงไปยังเตียงกว้างที่ตั้งอยู่อีกฝั่งของห้อง ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้น รินรดารู้ดีว่าหากคืนนี้เธอตกลงไปในวังวนของเขา เธออาจจะไม่มีวันถอนตัวออกมาได้อีก แต่ความโหยหาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายได้รั้งเธอไว้ไม่ให้ดิ้นรนหนี
ในขณะที่คาร์ลอสกำลังจะวางเธอลบนเตียงนุ่ม ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นสองครั้งสั้นๆ ตามด้วยการเปิดเข้ามาของบอดี้การ์ดคนสนิทที่ดูแตกตื่นจนเห็นได้ชัด คาร์ลอสชะงัก ร่างกายที่แข็งเกร็งด้วยแรงปรารถนาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบในเสี้ยววินาที
"นายครับ... ดอน โดมินิก บุกเข้ามาที่คฤหาสน์เขตชายแดนแล้วครับ และที่สำคัญที่สุด... เขาไม่ได้มาคนเดียว เขาพา 'คนสำคัญ' ของคุณมาด้วย"
คาร์ลอสผละออกจากรินรดาทันที ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยไฟแห่งความพิโรธที่มากกว่าครั้งไหนๆ เขาคว้าปืนพกที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเหน็บไว้ที่เอว ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
"อยู่ตรงนี้" เขาออกคำสั่งเสียงเรียบแต่เฉียบขาด "ถ้าฉันไม่กลับมาภายในสามสิบนาที ให้หนีไปที่ห้องลับใต้ดิน... อย่าไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น"
เขาก้าวออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้รินรดานั่งนิ่งอยู่บนเตียงด้วยหัวใจที่แทบหยุดเต้น เพราะชื่อที่บอดี้การ์ดคนนั้นกล่าวถึง ไม่ใช่ศัตรูคนเดิมที่เธอรู้จัก แต่มันคือชื่อของคนในอดีตที่คาร์ลอสพยายามฝังกลบมาตลอดทั้งชีวิต... คนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความคลั่งไคล้นี้ในตอนนี้นะครับ ภูริศร์ครับ
พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 29
ความคลั่งไคล้
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!