“หมอบลง!”
เสียงตะโกนก้องของคาร์ลอสตัดผ่านความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัว ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะพุ่งเข้ามากระชากตัวรินรดาให้ทรุดลงหลังโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีตัวหนาเพียงเสี้ยววินาทีเดียวกับที่กระจกบานใหญ่ด้านหลังระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงกระสุน
กลิ่นดินปืนโชยอบอวลปะปนกับกลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงของชายหนุ่ม รินรดารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความกลัวจับขั้วหัวใจทว่าในความตระหนกนั้น เธอกลับสัมผัสได้ถึงอ้อมแขนที่แกร่งดั่งเหล็กกล้าซึ่งโอบกอดปกป้องเธอไว้ราวกับสมบัติล้ำค่า
“อย่าเงยหน้าขึ้นมา” คาร์ลอสสั่งเสียงต่ำดุดัน แววตาที่เคยนิ่งเฉยบัดนี้ฉายแววสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำศัตรูให้แหลกลาญ มือข้างหนึ่งของเขาหยิบปืนพกกระบอกเงาวับออกมาจากซองข้างเอวอย่างคล่องแคล่ว
“เกิดอะไรขึ้น... ใคร...” เสียงของรินรดาสั่นพร่า
“ดอน โดมินิก” เขาเค้นชื่อศัตรูออกมาจากไรฟัน “มันเริ่มเล่นเกมสกปรกแล้ว”
สถานการณ์รอบด้านเริ่มบีบคั้น เสียงปืนปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวอยู่ด้านนอกห้องทำงาน คาร์ลอสขยับตัวอย่างระแวดระวัง สายตาของเขามิได้ละไปจากใบหน้าที่ซีดเผือดของหญิงสาวตรงหน้า ในจังหวะที่ความตายกรายใกล้ คาร์ลอสกลับก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาลมหายใจของรินรดาสะดุด
“ถ้าฉันเป็นอะไรไป ให้หนีออกทางประตูลับหลังตู้หนังสือ... อย่าหันหลังกลับมามองเด็ดขาด เข้าใจไหมรินรดา”
รินรดาจ้องมองดวงตาคมกริบนั้น ในวินาทีนี้ไม่มีความเย็นชาของมาเฟียผู้ไร้หัวใจ มีเพียงความห่วงใยที่แฝงเร้นอยู่ในความดุดัน เธอเริ่มตระหนักว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้ต้องการเพียงแค่กักขังเธอไว้ในฐานะตัวประกัน แต่เขากำลังปกป้องเธอด้วยชีวิต
“คุณต้องรอด... คาร์ลอส” เธอพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว มือเรียวบางเอื้อมไปแตะที่ต้นแขนของเขา สัมผัสถึงมัดกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่น
คาร์ลอสชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสบตากับเธอ ลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นคือสิ่งที่เขามักจะซ่อนไว้เสมอ... แรงปรารถนาที่ไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย แต่มันคือความต้องการที่จะครอบครองทั้งชีวิตและจิตวิญญาณของผู้หญิงคนนี้ท่ามกลางสมรภูมิเลือด
“ฉันไม่ตายง่ายๆ หรอก” เขาแค่นยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะประทับจูบหนักหน่วงและรวดเร็วลงบนหน้าผากของเธอราวกับเป็นการยืนยันคำสัญญา
เปรี้ยง!
เสียงพังประตูห้องดังขึ้น พร้อมกับกลุ่มชายชุดดำที่กรูเข้ามา คาร์ลอสไม่รอช้า เขาพุ่งตัวออกไปราวกับพยัคฆ์ร้าย เสียงปืนดังระงมขึ้นอีกครั้ง รินรดาเบิกตากว้างมองภาพการต่อสู้อันดุเดือดตรงหน้า คาร์ลอสเคลื่อนไหวรวดเร็วและเด็ดขาด ทุกการตัดสินใจของเขาคือความเป็นความตาย แต่ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจัดการศัตรูคนสุดท้าย เขากลับพลาดพลั้งเมื่อกระสุนนัดหนึ่งเฉี่ยวเข้าที่หัวไหล่จนเลือดสีแดงฉานเริ่มไหลซึมออกมา
“คาร์ลอส!” รินรดาหวีดร้อง
เขาทรุดตัวลงเพียงเล็กน้อยก่อนจะกัดฟันลุกขึ้นยืนหยัด สายตาของเขาไม่ได้มองบาดแผล แต่มองมาที่เธอด้วยความโล่งใจว่าเธอปลอดภัยดี รินรดาไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำตาของเธอเริ่มไหลริน ภาพลักษณ์มาเฟียผู้โหดเหี้ยมที่เธอเคยหวาดกลัวเริ่มพังทลายลง แทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอเองก็อธิบายไม่ได้... มันคือความเห็นใจ และความหวั่นไหวที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
เมื่อเสียงปืนสงบลง ความเงียบที่น่าขนลุกกลับเข้าปกคลุมแทนที่ คาร์ลอสเดินโซซัดโซเซเข้ามาหาเธอ ก่อนจะทรุดลงนั่งพิงกำแพง แรงลมหายใจของเขาเริ่มหอบถี่ ใบหน้าคมคายซีดเผือด
“เจ็บมากไหมคะ” เธอรีบเข้าไปประคองเขา ความถือตัวหรือความเกลียดชังในตอนแรกหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกเป็นห่วงอย่างท่วมท้น
คาร์ลอสจ้องมองเธอผ่านม่านตาที่เริ่มพร่าเลือน เขายกมือขึ้นเกลี่ยแก้มของเธอแผ่วเบา “อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นรินรดา... มันทำให้ฉันอยากจะทำเรื่องที่โหดร้ายกับเธอมากกว่าเดิม”
“หยุดพูดเรื่องนั้นเถอะค่ะ” เธอประคองศีรษะเขามาซบที่ไหล่ตัวเอง “รออยู่นี่นะ ฉันจะไปหยิบกล่องพยาบาล”
ในขณะที่รินรดากำลังจะลุกขึ้น คาร์ลอสกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แววตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นความจริงจังที่คาดเดาไม่ได้ เขากระชากเธอลงมาจนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น
“เดี๋ยว...” เขาเรียกเธอเสียงแหบพร่า “รินรดา เธอคิดว่าทำไมดอนถึงบุกเข้ามาวันนี้?”
“ก็เพราะเขาต้องการจะฆ่าคุณไม่ใช่หรือคะ?”
คาร์ลอสหัวเราะหึในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องมองเข้าไปในรูม่านตาของเธออย่างค้นหา “มันไม่ได้มาเพื่อฆ่าฉัน... มันมาเพื่อจะเอาสิ่งที่สำคัญที่สุดของฉันไป”
เขายื่นมืออีกข้างที่สั่นเทาไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกเพียงเม็ดเดียว ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้รินรดาต้องหยุดหายใจ
“และดูเหมือนว่ามันจะรู้แล้ว... ว่าคนคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่นั่งอยู่ตรงหน้าฉันนี่เอง”
ประตูห้องทำงานถูกผลักออกอย่างรุนแรงอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นลูกน้องคนสนิทของคาร์ลอสที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเลือด เขาหยุดชะงักเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ก่อนจะรายงานด้วยเสียงที่สั่นเครือ
“นายครับ... ดอนมันไม่ได้มาคนเดียว มันเอา ‘คนรักเก่า’ ของคุณมาด้วย และตอนนี้... เธออยู่ข้างนอกนั่น พร้อมกับระเบิดเวลาที่ผูกติดอยู่กับตัวครับ”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเส้นทางอันมืดมิดและเร่าร้อนของภูริศร์มาจนถึงบรรทัดนี้นะครับ
พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 20
จุดเปลี่ยน
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!