เสียงหัวทุ้มต่ำของธนัตถ์ที่ดังลอดมาจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงาน ยังไม่น่าหงุดหงิดเท่ากับรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่คิมหันต์ส่งให้ไอ้ทนายความตัวแสบผ่านสเปกเกอร์โฟน
"แหม... คุณคิมเขาก็แค่มนุษยสัมพันธ์ดีตามประสาคนอัธยาศัย, ดร.วิชญ์ถึงกับลงทุนขับรถมาส่งถึงใต้ตึกแถมยังถือวิสาสะยื่นหน้าเข้ามาจัดเบาะให้เนี่ย... ถ้าผมเป็นท่านประธาน ผมคงเอาแฟ้มเอกสารฟาดหน้าไอ้ดอกเตอร์หน้าหล่อรอยยิ้มการค้านั่นไปสามรอบแล้วครับ"
ธนัตถ์จงใจหยอดน้ำมันใส่กองไฟอย่างสนุกสนานจากปลายสาย และแน่นอนว่าคนฟังอย่างคณินไม่ได้แค่นั่งฟังเฉยๆ
กึก!
เสียงวางปากกาหมึกซึมราคาแพงลงบนกระจกโต๊ะทำงานดังสนั่นจนคิมหันต์สะดุ้ง เลขาหนุ่มร่างโปร่งที่เพิ่งก้าวขาพ้นธรณีประตูห้องทำงานได้ไม่ถึงสามก้าว ชะתักฝีเท้าทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิรอบตัวที่ลดฮวบลงอย่างฉับพลันราวกับช่องแช่แข็ง
"ธนัตถ์... ถ้าแกยังไม่หุบปากแล้วไสหัวไปทำงานของแก ฉันจะให้ฝ่ายบุคคลพิจารณาโบนัสปีนี้ของแกใหม่"
น้ำเสียงของคณินราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังพอกลบความเกรี้ยวกราดที่อัดแน่นอยู่ข้างในจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตา (หรือเวลาปกติที่เขาถอดมันออกเพื่อจ้องจะกินหัวใคร) ตอนนี้กำลังวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะที่ไร้ที่มาแต่รุนแรงถึงขีดสุด
"อุ๊ย แรงมากท่านประธาน... โอเคๆ ผมวางก็ได้ครับ เชิญเคลียร์กับเลขาสุดที่รักตามสบายนะคร้าบ" ทุ้มเสียงกวนประสาทตัดสายไปทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดดันเสียยิ่งกว่าพายุเข้า
คิมหันต์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เม้มริมฝีปากแน่นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะเริ่มประเมินสถานการณ์แล้วว่าวันนี้พายุลูกใหญ่คงซัดถล่มห้องทำงานนี้จนราบเป็นหน้ากลองแน่
"ยืนทำบื้ออะไรอยู่ตรงนั้น เลิกเป็นใบ้แล้วก็ไสหัวเข้ามาข้างใน ปิดประตู!"
คำสั่งห้วนจัดดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคณินที่ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประธานหนุ่มถอดสูทตัวนอกโยนลงบนพนักเก้าอี้อย่างไม่ใยดี ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นลำคอแกร่งที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ (หรือความหึงจนเลือดขึ้นหน้ากันแน่ เจ้าตัวคงไม่ยอมรับหรอก)
คิมหันต์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะผลักประตูให้ปิดลงแล้วหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า มือเรียวกระชับแฟ้มรายงานในมือแน่น "ถ้าหมายถึงเรื่องที่ ดร.วิชญ์ มาส่ง ผมเรียนชี้แจงไปแล้วนะครับว่ามันเป็นทางผ่าน และเราบังคับรถติดบนทางด่วนด้วยกัน—"
พรึบ!
ร่างทั้งร่างของคิมหันต์ถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนเซเข้าปะทะกับแผงอกกว้าง แฟ้มเอกสารในมือร่วงหล่นกระจายเกลื่อนพื้นพรมราคาแพง เสียงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดอยู่ข้างขมับบ่งบอกว่าคนตรงหน้ากำลังสติหลุดไปไกลแค่ไหนแล้ว
"ใครถามเรื่องงาน!" คณินกดเสียงต่ำลอดไรฟัน มือหนาข้างหนึ่งบีบเข้าที่เอวคอดของเขาแน่นจนเจ็บราวกับจะหักให้คามือ ส่วนอีกข้างตรึงข้อมือของเขาไว้กับบานประตูไม้เนื้อแข็ง "นายกล้ามากนะคิมหันต์... กล้าให้ไอ้หน้าอ่อนนั่นแตะเนื้อต้องตัว กล้าให้มันมาทำท่าทางสนิทสนมถึงหน้าตึกบริษัท!"
"เฮีย... ปล่อยผมนะ เจ็บ!" คิมหันต์นิหน้าด้วยความเจ็บ แต่ดวงตากลมโตกลับจ้องตอบอย่างไม่ยอมแพ้ "ผมจะให้ใครแตะหรือสนิทสนมมันก็เรื่องส่วนตัวของผม เราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง—"
"แค่เจ้านายกับลูกน้องงั้นเหรอ!" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมดุแดงก่ำจนน่ากลัว ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ไอความร้อนจากตัวของประธานหนุ่มแผดเผาจนผิวแก้มของคิมหันต์ร้อนผ่าว "คนที่จูบกันจนแทบขาดใจในห้องนี้เมื่อวาน... เป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องรึไง!"
คำพูดนั้นทำเอาคิมหันต์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความร้อนแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู แต่ริมฝีปากยังคงดื้อรั้น
"ก็เฮียปากร้ายใส่ผมก่อน! แล้วอีกอย่าง รตา... คู่หมั้นของเฮียก็ยืนอยู่ฟากโน้นไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ไปเคลียร์กับทางนู้น มาลงที่ผมทำไมเล่า!"
คำว่า 'คู่หมั้น' หลุดจากปากคิมหันต์ด้วยน้ำเสียงที่เจือความน้อยใจโดยไม่รู้ตัว แต่สำหรับคณินแล้ว มันคือระเบิดเวลาที่จุดชนวนความหึงหวงจนพังทลายทุกความอดทนที่เขาสสะสมมาตลอดสัปดาห์
"หึงรึไง?" คณินกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและอันตรายยิ่งกว่าเดิม นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตา "พูดออกมาสิว่านายหึงฉันกับรตา ถึงได้ทำตัวประชดด้วยการไปอ่อยไอ้ดอกเตอร์นั่น!"
"ใครอ่อย! ผมไม่ได้อ่อย!" คิมหันต์หน้าแดงแจ๋ เถียงเสียงแข็งกลบเกลื่อนความจริงที่ถูกอีกฝ่ายอ่านทะลุปรุโปร่ง "ปล่อยผมนะเฮีย! คนบ้าอะไรไม่มีเหตุผลเอาซะเลย—"
"ใช่! ฉันมันไม่มีเหตุผล ตั้งแต่วันที่นายก้าวเข้ามาในชีวิตฉัน ฉันก็ไม่เคยมีเหตุผลอะไรอีกเลย!" คณินตะคอกใส่ด้วยความอัดอั้นตันใจ ก่อนจะรวบตัวคนตัวเล็กเข้ามาแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่าง แววตาที่เคยมั่นคงและหยิ่งผยองตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวงแหนอย่างที่สุด "นายรู้ไหมว่าฉันแทบคลั่งตอนเห็นมันมองนาย? นายรู้ไหมว่าฉันอยากจะซัดหน้ามันแค่ไหนที่บังเอิญแตะต้องตัวนาย!"
หัวใจของคิมหันต์กระตุกวูบ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความสั่นไหวและเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกับจังหวะลมหายใจของคนตรงหน้า
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างใหญ่เงียบสงบลงทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกัน คณินก้มมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างชั่งใจ ก่อนที่มือหนาจะเปลี่ยนจากการตรึงข้อมือ เป็นการประคองข้างแก้มเนียนไว้อย่างทะนุถนอม—สวนทางกับคำพูดปากร้ายเมื่อครู่ลิบลับ
ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ความดื้อรั้นในแววตาของคิมหันต์ค่อยๆ อ่อนแสงลง เหลือเพียงความหวั่นไหวที่ยอมจำนนต่อแววตาคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุร้ายของประธานหนุ่ม
คณินขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อน คิมหันต์หลับตาลงช้าๆ หัวใจเต้นระทึกรอคอยสัมผัสที่กำลังจะมาถึง...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวอย่างไม่รู้เวลากล่าว ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
"คณินคะ รตาเอาเอกสาร—"
รตาหยุดชะงักกึกทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา กำลังยืนโอบกอดเลขานุการหนุ่มคนสนิทแนบชิดติดประตูห้องทำงานในระยะประชิดชนิดที่ลมหายใจรดกัน!
— ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมใจฟลุบพับคาอกท่านประธานไปด้วยกันนะครับ! — "ราชันย์หอกทมิฬ"
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 19
ระเบิดเวลาความหึงหวง
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!