"ผมไม่ได้ถามว่าคุณอยากได้ไหม ผมแค่บอกว่ามันเหลือ ก็เลยเอามาแจก"
ซองกระดาษสีน้ำเงินเข้มผูกริบบิ้นสีเงินเรียบหรู ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานของผมด้วยแรงกระแทกเบาๆ พอดิบพอดี เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดนิดๆ ของท่านประธานหนุ่มยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ ทั้งที่เจ้าตัวทำท่าเหมือนอยากจะเดินหนีออกไปจากห้องนี้ให้พ้นๆ เสียเต็มประดา แต่ขายาวก้าวออกไปได้ไม่ทันถึงสองก้าวก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงใสๆ ของผมดังขึ้นสวนทางกับท่าทีฟอร์มจัดนั้น
"เหลือเหรอครับเฮีย..." ผมลากเสียงยาวอย่างรู้ทัน ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังเกร็งค้างอยู่ในชุดสูทสีเทาดาร์กชาร์โคลเข้ารูป "เหลือเป็นร้อยกล่อง หรือว่าบังเอิญแวะไปต่อคิวหน้าร้านขนมชื่อดังย่านสยามช่วงเที่ยงพอดี ถึงได้มีติดมือมาแจกพนักงานทั้งแผนก ฝ่ายละกล่องสองกล่อง แถมกล่องของผมยังเป็นรสชาติพิเศษที่ต้องจองล่วงหน้าสามเดือนอีกต่างหาก"
คณินชะงักฝีเท้า ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงราวกับหุ่นยนต์ปั้น หันขวับกลับมามองผมด้วยสายตาคาดโทษที่พยายามซ่อนความพิรุธเอาไว้อย่างเต็มที่
"อย่ามาทำเป็นอวดดี คิมหันต์" น้ำเสียงทุ้มดุเข้มขึ้นมาทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่เจ้าตัวไม่มีวันยอมรับ "ถ้าไม่อยากกินก็โยนทิ้งถังขยะไปซะ ผมแค่ไม่อยากให้ของมันเสียของ เงินบริษัทไม่ได้มีไว้ซื้อของไร้สาระพวกนี้เล่น แต่เพราะแผนกเราทำยอดได้ดีในไตรมาสนี้ ผมก็แค่... แจกเป็นโบนัสเล็กๆ น้อยๆ ตามนโยบายสวัสดิการพนักงาน"
"สวัสดิการพนักงาน... หึ" ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางหยิบซองกระดาษขึ้นมาพิจารณา ภายในบรรจุกล่องขนมปังฝรั่งเศสสอดไส้ครีมสดรสวานิลลามาดากัสการ์ ซึ่งเป็นร้านโปรดที่ผมเคยบ่นให้ธนัตถ์ฟังผ่านๆ ตอนนั่งเคลียร์เอกสารด้วยกันเมื่อสัปดาห์ก่อน และแน่นอนว่าคนปากแข็งแถวนี้ต้องยืนอยู่แถวนั้นแล้วแอบจำได้แน่นอน
"มองหน้าผมแบบนี้หมายความว่ายังไง" คณินก้าวฉับๆ กลับมาหยุดยืนค้ำหัวโต๊ะทำงานของผม ดวงตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความขัดเคืองใจที่ถูกจับไต๋ได้ "ถ้าว่างมากนัก เอาเวลาไปเช็คสต็อกเอกสารบัญชีงบดุลของเดือนหน้าดีกว่ามานั่งวิเคราะห์รสนิยมการซื้อของขอกรรมการบริหาร!"
"เปล่าสักหน่อยครับ ผมแค่ซาบซึ้งในความกรุณาของท่านประธานต่างหาก" ผมยิ้มหวานหยาดเยิ้มจนแทบจะหยดเป็นน้ำเชื่อม แกล้งทำเป็นดมกลิ่นหอมกรุ่นที่เล็ดลอดออกมาจากกล่อง "ไม่คิดเลยว่าคนใจร้าย ปากค้าระดับพริกขี้หนูสวนอย่างเฮีย จะมีมุมอ่อนโยนใส่ใจสวัสดิการลูกน้องเบอร์นี้... ว่าแต่ ขนมกล่องนี้พิเศษกว่าคนอื่นตรงที่ มีการ์ดเขียนด้วยลายมือแนบมาด้วยหรือเปล่าครับ"
พับผ่าสิ... ทันทีที่ผมพูดประโยคนี้จบ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยกลับขึ้นสีแดงระเรื่อตรงสันจมูกและใบหูอย่างรวดเร็ว แม้เขาจะพยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติได้ภายในเสี้ยววินาที แต่สายตาที่หลบวูบไปทางอื่นกับริมฝีปากหยักที่เม้มเข้าหากันแน่นนั้น มันฟ้องชัดเจนเสียยิ่งกว่าภาพถ่ายความละเอียดสูง
"เพ้อเจ้อ" คณินเค้นเสียงลอดไรฟัน "ทำงานไปซะ อย่าให้ผมต้องหักเงินเดือนข้อหาพูดมาก"
พูดจบ เจ้าตัวก็สะบัดหน้าหนีแล้วเดินจ้ำออจากห้องทำงานส่วนตัวของผมไปทันที ทิ้งให้ผม นั่งอมยิ้มอยู่หน้ากองเอกสารด้วยความรู้สึกพองฟูในอกอย่างประหลาด
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายอะไร ปากแข็งเป็นหินแกรนิต แต่ใจอ่อนปวกเปียกยิ่งกว่าขนมครกในมือลิงเสียอีก
ผมส่ายหัวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ก่อนจะแกะริบบิ้นสีเงินออกอย่างทะนุถนอม ทว่า ในวินาทีที่เปิดฝากล่องกระดาษออกเพื่อจะชิมรสชาติความคลั่งรักแบบซึนๆ ของท่านประธาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
"ขออนุญาตค่ะ... คุณคิมหันต์คะ พอดีท่านประธานฝากให้ฉันเอาเอกสารชุดนี้มาให้... อุ๊ย!"
เสียงหวานใสที่มาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมอง รตา ในชุดเดรสแบรนด์เนมสีขาวสะอาดตากำลังยืนอยู่ตรงกรอบประตู ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองซองกระดาษและกล่องขนมบนโต๊ะของผมแวบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากอิ่มจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ดูอย่างไรก็มีความหมายซ่อนเร้นบางอย่างที่ชวนให้รู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย
"ขนมร้านนี้... ดูน่ากินจังเลยนะคะ" รตาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของผมโดยไม่ได้รับเชิญ ดวงตาคู่คมจ้องมองกล่องขนมในมือผมสลับกับใบหน้าของผมด้วยแววตาพิจารณา "แปลกจังเลยค่ะ นึกไม่ถึงว่าคนอย่างคุณคณิน จะจำรสนิยมความชอบของเลขาฯ หน้าใหม่เก่งขนาดนี้ ทั้งที่ตอนที่เรตาคบหากับเขามาตั้งนาน เขายังไม่เคยจำได้เลยด้วยซ้ำว่าเรตาชอบกินอะไร"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที คำพูดเรียบๆ แต่แฝงด้วยความหมายเชือดเฉือนนั้นทำให้ผมต้องวางกล่องขนมลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตานิ่งสงบที่พร้อมจะปะทะทุกเมื่อ
ผมเงยหน้าขึ้นสบตาไฮโซสาวตระกูลดังตรงๆ โดยไม่มีทีท่าหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
"บางที... มันอาจจะไม่ใช่เรื่องของความจำหรอกครับคุณรตา" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนคมกริบ "แต่มันเป็นเรื่องของ... ใครมีความสำคัญมากพอที่จะทำให้คนปากแข็งยอมจำนนต่างหากล่ะครับ"
รตาชะงักไปนิด รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างขึ้นมาทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจที่เด็กหนุ่มโนเนมอย่างผมกล้าต่อปากต่อคำด้วยท่าทีเย่อหยิ่งไม่แพ้กัน
และในจังหวะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นจนแทบจะมีประกายไฟแลบแปล๊บอยู่นั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเคาะ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคณินที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาคมกริบกวาดมองผมและรตาด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
"พวกคุณ... กำลังทำอะไรกันอยู่"
— ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่เตรียมตัวเข้ามาขัดจังหวะท่านประธานไปพร้อมกับรตานะครับ! —
ราชันย์หอกทมิฬ
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 21
ของขวัญชิ้นแรกจากเจ้านายใจร้าย
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!