เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกนิรภัยดังสนั่น สะท้อนก้องห้องทำงานกว้างขวางที่บัดนี้ไร้ซึ่งระเบียบอันเคยเป็นเครื่องหมายการค้าของประธานหนุ่มผู้เนียบกริบ คณินยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบทอประกายกร้าวด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามกดทับไว้ใต้ความโกรธขึง
"หาไม่เจอ? หมายความว่ายังไงที่หาไม่เจอ!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดลั่นจนธนัตถ์ ทนายความส่วนตัวและเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับด้วยความเหนื่อยหน่าย
"ก็หมายความตามที่พูดครับคุณประธาน... เอ้ย คุณคณิน" ธนัตถ์ถอนหายใจยาวเหยียด "น้องคิมเขาไม่ได้พกมือถือกระเป๋าตังค์ติดตัวไปเลย กล้องวงจรปิดในตึกเห็นแค่เขาเดินออกจากลิฟต์พนักงานด้วยชุดไปรเวท แล้วก็หายลับไปตรงลานจอดรถ บัตรพนักงานก็วางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน... พูดง่ายๆ คือเขาตั้งใจ 'หายตัว' ไปจากชีวิตคุณแบบไร้ร่องรอย"
คำว่า 'ไร้ร่องรอย' พุ่งเข้ากระแทกใจคณินอย่างจังจนลมหายใจสะดุด ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นสู่ขั้วหัวใจ
ภาพใบหน้าหวานที่มักจะเชิดขึ้นเถียงเขาทุกคำ ภาพรอยยิ้มหยันที่ชอบกวนประสาทเขายามเช้า และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ดวงตากลมโตที่ฉายแววตัดพ้อในวินาทีสุดท้ายก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินหันหลังให้ ผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกกรอวน
ให้ตายสิ! เขาแค่พูดแรงไปหน่อยเพื่อให้เด็กดื้อนั่นรู้สำนึกว่าใครคือนายจ้าง... เขาแค่ต้องการให้อีกฝ่ายยอมจำนนแล้วซุกตัวอยู่ใต้ปีกของเขาอย่างเชื่อฟัง ทำไมเรื่องมันถึงบานปลายกลายเป็นแบบนี้ได้!
"พลิกแผ่นดินหาก็ต้องหา!" คณินคำรามในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความร้อนรนที่ปิดไม่มิด "สั่งคนของเราไปเช็คทุกที่ที่เด็กนั่นอาจจะไป เพื่อนสนิท ญาติห่างๆ หรือแม้แต่ห้องเช่าเก่า ตรวจสอบการใช้จ่ายบัตรเครดิต... อ้อ ลืมไป มันไม่ได้พกอะไรไปเลยนี่หว่า!"
"ใจเย็นก่อนเพื่อน" ธนัตถ์เดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ "คุณทำเกินไปจริงๆ นั่นแหละ ยัยรตามาอาละวาดที่ห้องทำงานแล้วคุณดันเลือกที่จะไล่น้องคิมออกกลางที่ประชุม แถมยังพูดจาร้ายกาจใส่... เป็นใครก็ต้องหนีครับ ขนาดผมเป็นผู้ชายยังอยากหยุมหัวคุณเลยคิดดู"
"ฉันไม่ได้ตั้งใจไล่!" คณินหันกลับมาตวาดใส่เพื่อนสนิท ดวงตาสดใสคู่นั้นแดงก่ำด้วยความเครียดจัด "ฉันแค่... แค่อยากดัดนิสัย! ใครจะไปรู้ว่าเด็กอวดดีคนนั้นจะใจแข็งขนาดนี้ หนีไปโดยไม่แม้แต่จะฟังคำอธิบายสักคำ!"
"คำอธิบายอะไรล่ะครับ ในเมื่อสิ่งที่คุณทำมันชัดเจนยิ่งกว่าภาพ HD" เสียงหวานใสแต่เยียบเย็นดังขึ้นที่หน้าประตู ทำให้ทั้งคณินและธนัตถ์ต้องหันไปมอง
รตาก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเชิดหยิ่ง ชุดแบรนด์เนมราคาแพงและการแต่งหน้าอย่างไร้ที่ติไม่ได้ช่วยลดความน่ารำคาญในสายตาของคณินลงเลยแม้แต่น้อย เธอกอดอกมองสภาพห้องที่ยับเยินด้วยรอยยิ้มหยัน
"คุณณินกำลังเดือดร้อนเพราะเด็กเสิร์ฟคนนั้นหนีไปเหรอคะ?" รตาเลิกคิ้วสูง "น่าขันสิ้นดี ประธานบริษัทใหญ่โตแต่กลับควบคุมเด็กฝึกงานปากเปราะคนเดียวไม่ได้ ถึงขั้นต้องระดมคนตามหาทั่วเมืองแบบเสียหน้า... ถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึงบอร์ดบริหาร ภาพลักษณ์ของคุณคงไม่เหลือแน่ค่ะ"
"ออกไป" คณินพูดลอดไรฟัน น้ำเสียงเย็นเยียบจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา
"รตาแค่จะมาเตือนด้วยความหวังดี—"
"ฉันบอกให้ออกไป!" คณินตวาดลั่นจนรตาสสะดุ้งถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ดวงตาคมกริบที่มักจะนิ่งสงบ บัดนี้ลุกโชนด้วยไฟโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างรอบตัว "อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง ออกไปจากห้องของฉัน เดี๋ยวนี้!"
รตาเม้มปากแน่นด้วยความโกรธและเสียหน้า เธอกระแทកส้นสูงเดินออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตูเสียงดังสนั่น
ธนัตถ์มองตามร่างบางที่ลับตาไป ก่อนจะหันมาถอนหายใจกับเพื่อนรัก "เอาล่ะทีนี้ เหลือแค่เราสองคน... นายจะเอายังไงต่อ? เมืองนี้กว้างจะตาย ถ้าเด็กนั่นไม่อยากให้หา ต่อให้ใช้อำนาจทั้งบริษัทก็พลิกแผ่นดินหาก็ไม่ง่ายหรอกนะ"
คณินไม่ตอบ ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างคนหมดแรง มือหนายกขึ้นกุมขมับ ความรู้สึกหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต 28 ปีของเขา เขาไม่เคยกลัวการสูญเสียสิ่งใด เพราะทุกอย่างบนโลกใบนี้เขาสามารถซื้อหาหรือควบคุมมันได้ด้วยอำนาจและเงินตรา... ยกเว้น 'คิมหันต์'
เด็กหนุ่มคนนั้นเข้ามาในชีวิตเขาพร้อมกับความกวนประสาทและความท้าทาย แต่สิ่งที่ทิ้งไว้เบื้องหลังตอนนี้ มีเพียงความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจจนเจ็บแปลบ
*นายอยู่ไหนคิม...*
คณินพึมพำกับตัวเองในใจ ดวงตาคมหลับลงช้าๆ ภาพรอยยิ้มเยาะยามที่คิมหันต์เถียงเขากลับด้วยความไม่ยอมแพ้ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ชายหนุ่มลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายตาคู่นั้นไม่ได้มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและคลั่งรักที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจนถึงขีดสุด
"ธนัตถ์"
"ว่า?"
"สั่งการลงไปทุกสาขา ทุกบริษัทในเครือ และแจ้งความคนหายทันที... ไม่สิ ไม่ต้องรอตำรวจ ฉันจะออกไปตามหาด้วยตัวเอง" คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าสูทราคาแพงมาพาดบ่าด้วยท่าทีดุดันและเด็ดขาด "ไม่ว่าจะพลิกแผ่นดินหรือขุดรากถอนโคนทั้งประเทศ ฉันจะต้องลากตัวเด็กดื้อนั่นกลับมาขอโทษให้ได้!"
ธนัตถ์มองเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มมุมปาก รู้ทันทีว่าต่อให้ปากจะบอกว่าจะลากกลับมาลงโทษ แต่แววตาแบบนั้นมันคืออาการของคนคลั่งรักที่กำลังสติหลุดชัดๆ
"ตามใจ... หวังว่าจะทันก่อนที่น้องเขาจะหนีไปไกลถึงต่างจังหวัดนะ"
คณินไม่รอฟังคำพูดต่อรองใดๆ เขาสาวเท้ายาวๆ ออกจากห้องทำงานด้วยหัวใจที่ร้อนรนดั่งไฟเผา เป้าหมายเดียวในหัวตอนนี้คือการตามหาก้อนความอบอุ่นที่เขาเพิ่งรู้ตัวว่าขาดมันไม่ได้
รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานออกจากลานจอดรถบริษัทด้วยความเร็วสูง ฝ่าการจราจรที่ติดขัดของเมืองหลวงโดยไม่สนใจกฎระเบียบใดๆ ทั้งสิ้น คณินเหยียบคันเร่งมิด สายตากวาดมองไปรอบข้างอย่างกระสับกระส่าย ท่ามกลางผู้คนนับล้านที่เดินขวักไขว่บนท้องถนน เขากลับรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบช่างอ้างว้างและไร้ความหมายเมื่อไม่มีเงาร่างกวนๆ ของใครบางคน
โทรศัพท์มือถือบนคอนโซลรถสั่นรัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่คณินไม่มีแก่ใจจะสนใจ จนกระทั่งหน้าจอสว่างวาบพร้อมกับข้อความจากเบอร์แปลกปลอมที่ส่งตรงเข้ามา
ชายหนุ่มเหลือบมองเพียงเสี้ยววินาที แต่พอดอ่านข้อความบรรทัดแรก หัวใจที่กำลังเต้นระส่ำก็แทบจะหยุดนิ่งลงทันที
*ถ้าคุณยังอยากเจอเด็กของคุณ... มาที่นี่ซะ*
พร้อมกับพิกัด GPS ของโกดังร้างริมแม่น้ำเก่าแก่ปลายเมือง ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเปลี่ยวและอันตราย
คณินหักพวงมาลัยเลี้ยวรถกะทันหันจนยางส่งเสียงร้องกรีดลั่นถนน ดวงตาคมกริบลุกโชนด้วยเพลิงโทสะและสังหาร
*กล้าดียังไง...*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะครับ ราชันย์หอกทมิฬจะรออ่านทุกคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจในตอนถัดไปครับ
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 33
ตามหาหัวใจให้คุดคู้
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!