เสียงปึงของการกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกระจกใสในห้องทำงานส่วนตัว ดังสนั่นจนกลบเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอย่างเงียบเชียบ ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือของธันวาเกือบจะหักคามือหนาอยู่แล้ว หากเขาไม่ได้ออกแรงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดุจนักคำนวณกำลังจ้องเขม็งไปยังร่างของคนที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่เบื้องหน้า
"คุณคิดอะไรอยู่ ศรุต?"
น้ำเสียงของธันวาไม่ได้ดัง แต่มันเต็มไปด้วยแรงกดดันชนิดที่สามารถบดขยี้ความมั่นใจของใครก็ตามให้แหลกคาที่ได้ในพริบตา ในฐานะนักพัฒนา AI ผู้ใช้ชีวิตอยู่บนตรรกะและเส้นกราฟความน่าจะเป็น เขาเกลียดที่สุดคือตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ และตอนนี้... ตัวแปรที่ชื่อว่า ดร.ศรุต กำลังทำตัวเป็นไวรัสตัวฉกาจที่พยายามทำลายระบบทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นด้วยมือตัวเอง
ศรุตหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและเต็มไปด้วยหยาดหยัน ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปขยับตัวเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่าง เขายกมือขึ้นกอดอกแน่นขึ้นไปอีก เป็นกลไกป้องกันตัวทางจิตวิทยา (Defense Mechanism) ที่นักจิตวิทยาพฤติกรรมอย่างเขาเชี่ยวชาญเสียยิ่งกว่าใคร เพื่อปิดกั้นไม่ให้ใครล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตเปราะบางที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มเย่อหยิ่งนั้น
"ผมกำลังทำในสิ่งที่ถูกต้องต่างหาก ธันวา" ศรุตสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย ปากบางเฉียบเชิดขึ้นเล็กน้อย "หรือว่าอัลกอริทึมสมบูรณ์แบบของคุณมันประมวลผลไม่ทัน ว่าการกระทำของพริมกำลังจะขายจิตวิญญาณของเรากินทั้งเป็น?"
"อย่าเอาเรื่องศีลธรรมมาอ้างในยามที่เรากำลังเดินเกมธุรกิจ!" ธันวาก้าวเท้าเข้าประชิดอย่างรวดเร็ว ช่องว่างระหว่างคนทั้งสองหดแคบลงจนแทบไม่มีอากาศหายใจ ความสูงของชายหนุ่มทำให้ศรุตต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตา แม้ใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่ภายนอกศรุตยังคงรักษามาดนิ่งเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน "คุณก็รู้ว่าถ้าเราไม่เซ็นสัญญาโอนสิทธิ์บางส่วนให้พริม โปรเจกต์นี้จะขาดทุนย่อยยับ และงานที่คุณทุ่มเทมาตลอดสามปีก็จะกลายเป็นแค่เศษกระดาษ!"
"เศษกระดาษเหรอ?" ศรุตแค่น A voice ที่สั่นเครือเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจ "สำหรับคุณ งานวิจัยพวกนี้เป็นแค่ตัวเลข เป็นแค่ข้อมูลดิบที่จะป้อนให้ AI ของคุณฉลาดขึ้น แต่สำหรับผม... มันคือตัวตนของผม คือความพยายามที่จะพิสูจน์ว่ามนุษย์เราไม่ได้บกพร่องจนต้องให้เครื่องจักรมาแก้ไข!"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาจากปากของศรุตด้วยน้ำหนักที่หนักหน่วงเกินกว่าที่เจ้าตัวตั้งใจ บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ราวกับออกซิเจนถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ธันวาชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปอีกก้าว ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย สัญชาตญาณนักวิเคราะห์ของเขาเริ่มทำงาน ทว่าครั้งนี้... มันไม่ใช่การวิเคราะห์โค้ดคอมพิวเตอร์ แต่มันคือการอ่านรหัสผ่านที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาที่ไหวระริกของคนตรงหน้า
อาการเม้มริมฝีปากแน่น การกะพริบตาถี่เพื่อขับไล่ความร้อนผ่าว และสันจاوที่เกร็งจนเห็นเป็นเส้นนั่น... ในทางจิตวิทยาเรียกว่า "การสูญเสียการควบคุมภายใต้แรงกดดันสูงสุด"
"ศรุต..." ธันวาเอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างไม่น่าเชื่อ ความเกรี้ยวโกรธเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความสงสัยที่ถูกแทนที่ด้วยความตระหนักรู้บางอย่าง "ที่แท้คุณไม่ได้แค่กลัวโปรเจกต์พัง... แต่คุณกลัวว่าถ้ามันล้มเหลว มันจะเท่ากับการยอมรับว่า 'คุณเอง' ก็มีความบกพร่องที่แก้ไขไม่ได้ต่างหาก"
คำพูดนั้นราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดลึกลงไปตรงกลางแผลเป็นที่ศรุตพยายามปกปิดมาตลอดชีวิต ร่างกายของนักจิตวิทยาหนุ่มสะท้านเฮือก ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด ความลับที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองตำราและเกียรติยศกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางแสงสว่างต่อหน้าผู้ชายที่อันตรายที่สุดในชีวิตเขา
"คุณ... เงียบไปเลยนะ ธันวา!" ศรุตใช้มือผลักอกแกร่งของอีกฝ่ายให้ออกไป แม้แรงนั้นจะไม่สามารถทำให้ธันวาล้มลงได้เลยแม้แต่น้อย แต่คนตัวเล็กก็ยังพยายามฝืนดันไว้สุดแรง "คุณรู้อะไรเกี่ยวกับผม คุณมันก็แค่ไอ้หุ่นยนต์ที่ไม่มีหัวใจ ไม่เข้าใจหรอกว่าความรู้สึกพังทลายจากการที่ต้องเป็น 'เด็กที่สมบูรณ์แบบตลอดเวลา' มันเป็นยังไง!"
น้ำเสียงที่หลุดออกมาในประโยคหลังไม่ได้เกรี้ยวกราดอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยรอยร้าวที่บาดลึก ศรุตหอบหายใจถี่ น้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาที่หน่วยตาอย่างน่าสงสาร แต่ความทิฐิทำให้เขาต้องแหงนหน้าขึ้นมองเพดานเพื่อไม่ให้หยดน้ำตานั้นร่วงหล่นลงมาต่อหน้าศัตรูหัวใจคนนี้
ธันวานิ่งค้างไป เขาไม่เคยเห็นศรุตในมุมนี้มาก่อน มุมที่เต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะ มุมที่ถอดเกราะป้องกันออกจนหมดเปลือก ความรู้สึกบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอกของนักตรรกะผู้ไม่เคยหวั่นไหวกับอะไร มันไม่ใช่ความสะใจ แต่มันคือความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วไปทั่วกระดูกดำ เมื่อเขาตระหนักได้ว่า... กำแพงที่ศรุตสร้างขึ้นไม่ได้มีไว้เพื่อทำร้ายคนอื่น แต่มันมีไว้เพื่อปกป้องเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่หวาดกลัวการถูกทอดทิ้งต่างหาก
มือหนายื่นออกไปอย่างลืมตัว นิ้วเรียวแตะลงบนข้อมือที่กำลังสั่นเทาของศรุต ความอุ่นจากปลายนิ้วส่งผ่านความรู้สึกบางอย่างที่เกินกว่าคำพูดใดๆ จะอธิบาย
"ศรุต... ผมขอโทษ" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาที่ทอดมองมาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าที่อัลกอริทึมใดจะคำนวณได้ "ผมไม่ได้ตั้งใจจะ..."
"อย่ามาแตะต้องตัวผม!" ศรุตสะบัดมือออกอย่างแรงราวกับโดนของร้อน ใบหน้าหวานเห่อร้อนด้วยความอับอายที่เผลอแสดงด้านอ่อนแอออกมาให้คนที่เกลียดที่สุดเห็น เขาหันหลังให้ทันทีเพื่อซ่อนหยดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้ม "ออกไปจากห้องของผมซะ ธันวา... ออกไป!"
ธันวายืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขามองแผ่นหลังบางที่กำลังสะท้านไหวจากการสะอื้นเบาๆ ความตั้งใจที่จะมาเคลียร์เรื่องธุรกิจเมื่อครู่หายวับไปกับตา หัวใจของนักตรรกะหัวรั้นกำลังพังทลายลงทีละน้อยเมื่อตระหนักว่า เขานั่นแหละคือคนที่ลงมือทำร้ายคนในอ้อมแขนทางใจคนนี้ด้วยมือของตัวเอง
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบกำลังทำหน้าที่กัดกินความรู้สึกของคนทั้งคู่จนแทบแหลกสลาย เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นทางการ ก่อนที่กลอนประตูล็อกอัตโนมัติจะส่งเสียงคลิ, และบานประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
ร่างชดช้อยของพริมก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว ในมือของเธอถือเอกสารฉบับหนึ่งที่ปั๊มตราประทับสีแดงฉาน ดวงตาสีเข้มกวาดมองคนทั้งสองสลับกันไปมาด้วยแววตาของผู้กุมชัยชนะ
"อุ๊ย... ดิฉันขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่หรือเปล่าคะ ดร.ศรุต, คุณธันวา?" พริมส่งเสียงกลั้วหัวเราะอย่างเยาะเย้ย "พอดีดิฉันเอา 'สัญญาฉบับใหม่' ที่พวกคุณปฏิเสธไม่ได้มาให้เซ็นค่ะ..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตรรกะและหัวใจมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ
อัลกอริทึมรักไม่เป็นใจกับนายนักตรรกะหัวรั้น•ตอนที่ 11
รอยร้าวในความสมบูรณ์แบบ
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักไม่เป็นใจกับนายนักตรรกะหัวรั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!