“วางอุปกรณ์ของเธอลง แล้วหันกลับมามองหน้าฉัน... อย่างช้าๆ”
สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายจากขุมนรกดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง รินลดาชะงักกึก หัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกแทบจะหลุดออกมานอกร่าง กลิ่นอายดิบเถื่อนของน้ำมันดิบผสมกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงที่ลอยมาปะทะจมูกทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าใครคือเจ้าของถิ่นที่แท้จริง
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับมือไม่ให้สั่นขณะวางเครื่องวัดค่ารังสีในมือลงบนโขดหินชื้นแฉะภายในอุโมงค์เหมืองแร่ที่ลึกที่สุดของเขตแดนสีเลือด เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นหัวขโมย แต่เธอมาเพื่อหาหลักฐานที่จะเปิดโปงความโสมมของคาร์ลอส คนที่ฆ่าพ่อของเธอ และเป็นคนที่อคินกำลังร่วมมือด้วย... หรืออาจจะเป็นเหยื่อคนต่อไป
เมื่อหันกลับไปเผชิญหน้า ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเผยให้เห็นรอยสักรูปงูที่เลื้อยผ่านกล้ามเนื้อแขนแกร่งก็ยืนตระหง่านอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว แววตาของอคินคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกสิ่งที่ขวางหน้า มันไม่ใช่แววตาของคนทั่วไป แต่มันคือแววตาของจ้าวป่าที่กำลังมองเหยื่อที่หลงทางเข้ามาในถิ่นของมัน
“รินลดา... นักธรณีวิทยาที่ขยันเกินเหตุ หรือว่าสายลับที่โง่เง่ากันแน่?” อคินก้าวเข้ามาใกล้ ความกดดันจากร่างกายกำยำบีบคั้นอากาศรอบตัวจนหญิงสาวหายใจไม่ออก
“ฉันแค่เข้ามาเก็บตัวอย่างหินตามสิทธิของนักวิจัย ไม่ได้มาเพื่อก้าวก่ายกิจการใคร” รินลดาสวนกลับ เสียงของเธอแม้จะสั่นพร่าแต่ก็ยังคงความหนักแน่นในศักดิ์ศรี
อคินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขาขยับกายประชิดตัวรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์ มือหนาหยาบกร้านเอื้อมมาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น ผิวหนังที่ปะทะกันสร้างกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดที่ทำให้รินลดารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งสรรพางค์กาย
“สิทธิ? ที่นี่ไม่มีกฎหมายของคนนอก มีแต่กฎของฉัน” อคินกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นจัดของเขารดรินลงบนผิวแก้มจนเธอต้องหลับตาลงเพื่อข่มความรู้สึกหวามไหวที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ “เธอรู้ไหมรินลดา ว่าการรุกล้ำถิ่นของคนตาย... ต้องชดใช้อย่างไร?”
รินลดาพยายามดึงข้อมือออก แต่แรงบีบที่มั่นคงนั้นทำให้เธอรู้ว่ามันไร้ผล เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดื้อรั้นของเธอไม่ยอมจำนน แม้ในใจจะหวาดหวั่นต่อแรงปรารถนาแฝงเร้นที่สะท้อนออกมาจากดวงตาคู่นั้นของเขา
“ฉันไม่กลัวคุณ... อคิน”
“ดี” เขาเหยียดยิ้มร้ายกาจ มือที่บีบข้อมือเลื่อนขึ้นมาเชยคางเธอให้เงยขึ้น “เพราะถ้าเธอไม่กลัว ความสนุกหลังจากนี้มันจะยิ่งคุ้มค่ากว่าที่ฉันคาดไว้”
เขากระชากเธอเข้าหาตัวจนร่างกายของทั้งคู่แนบชิดแทบไม่เหลือช่องว่าง อกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามปะทะเข้ากับทรวงอกอวบอิ่มอย่างจัง รินลดาจุกจนพูดไม่ออก สัมผัสถึงความดิบเถื่อนและอำนาจที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้ชายคนนี้ มันเป็นความรู้สึกที่น่าอันตรายแต่กลับเร้าอารมณ์จนยากจะปฏิเสธ
ทันใดนั้น แสงไฟจากรถโฟร์วีลที่แล่นเข้ามาจอดด้านหน้าอุโมงค์ก็สาดส่องเข้ามาเป็นทางยาว เสียงฝีเท้าของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งดังสะท้อนก้อง อคินชะงักและผละออกห่างเพียงเล็กน้อย แต่สายตายังคงจ้องมองเธอไม่วางตา มือที่ยังคงกุมข้อมือเธอไว้เปลี่ยนมาบีบแน่นจนเหมือนจะย้ำเตือนบางอย่าง
“คาร์ลอสกำลังมา” อคินกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่ซ่อนความนัยบางอย่างไว้ “ถ้าเขาเห็นเธอที่นี่... ต่อให้ฉันอยากช่วยแค่ไหน ก็คงรักษาชีวิตผู้หญิงปากดีอย่างเธอไว้ไม่ได้”
รินลดาสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นเงาร่างของคาร์ลอสเดินลงมาจากรถ แสงไฟวูบวาบในเหมืองดูราวกับจะเต้นระบำไปตามความตึงเครียดของสถานการณ์ อคินไม่ได้ปล่อยเธอไป แต่กลับดึงตัวเธอหลบเข้าสู่มุมมืดหลังเสาหินขนาดใหญ่ มือหนาปิดปากเธอไว้แน่นขณะที่สายตาของเขามองไปที่ทางเข้าอย่างระแวดระวัง
“ห้ามส่งเสียง... ถ้าเธอไม่อยากตายที่นี่ตั้งแต่วันนี้”
คำสั่งนั้นไม่ได้เป็นเพียงคำขู่ แต่มันคือคำขาดที่แขวนชีวิตของเธอไว้บนเส้นด้าย ท่ามกลางเสียงย่างกรายของศัตรูที่กำลังเข้าใกล้ รินลดาซุกหน้าอยู่กับอกกว้างของอคิน ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นของเขา มันเป็นจังหวะที่ขัดแย้งกับสถานการณ์เบื้องหน้าอย่างสิ้นเชิง
ในจังหวะที่คาร์ลอสเดินผ่านเสาหินที่พวกเขาหลบอยู่ไปเพียงไม่กี่นิ้ว อคินก็โน้มใบหน้าลงมาแนบชิดใบหูของเธออีกครั้ง กลิ่นกายของเขาอบอวลไปทั่วประสาทสัมผัส จนเธอแทบไม่รับรู้ถึงภัยอันตรายภายนอกอีกต่อไป
“ค่ำคืนนี้ยาวนานนัก... รินลดา” อคินกระซิบพลางใช้นิ้วโป้งไล้ริมฝีปากเธอย่างแผ่วเบาจนใจสั่น “เพราะฉันยังไม่ได้บอกเธอเลยว่า... คนที่ฆ่าพ่อเธอจริงๆ แล้วน่ะ คือใคร”
คำพูดนั้นหยุดทุกความคิดของรินลดาลงทันที เธอเบิกตากว้างมองเขาด้วยความสับสนและตื่นตระหนก ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เค้นถามอะไรออกไป อคินก็ขยับตัวก้าวออกไปเผชิญหน้ากับคาร์ลอสในความมืด พร้อมกับทิ้งให้เธอยืนเคว้งอยู่หลังเสาหินด้วยความรู้สึกที่แตกสลายและเต็มไปด้วยคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ
มิคายามวิกาลหวังว่าทุกท่านจะหลงใหลในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยหนามพิษนี้ และโปรดติดตามตอนต่อไปนะคะว่าความลับที่เขาซ่อนไว้จะทำลายหัวใจของเธอให้ย่อยยับหรือรักษามันไว้ในกองเพลิงแห่งนี้ค่ะ
พยศรักในอาณาจักรคนเถื่อน•ตอนที่ 1
ผู้บุกรุกในดินแดนสีเลือด
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักในอาณาจักรคนเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
