“ในโลกของฉัน ไม่มีที่ว่างสำหรับความบังเอิญ รินลดา... โดยเฉพาะเมื่อมันเกิดขึ้นในคืนที่คาร์ลอสเข้ามาเหยียบเขตเหมืองของฉัน”
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในเงามืดดังขึ้นเบื้องหลัง น้ำเสียงนั้นเยือกเย็นจนคนฟังรู้สึกได้ถึงกระดูกสันหลังที่สั่นสะท้าน รินลดาชะงักฝีเท้าขณะที่ความมืดมิดในโถงคฤหาสน์หินแกรนิตโอบรัดเธอไว้ กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นดินฝนของอคินตลบอบอวลอยู่ในอากาศจนแทบหายใจไม่ออก
เขาไม่ได้รอคำตอบ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนื้อหยาบก้าวเข้ามาประชิดหลังเธอ กลิ่นอายคุกคามของเขามันรุนแรงเสียจนเธอต้องกำหมัดแน่นเพื่อข่มความสั่นไหวในใจ
“ฉันเป็นแค่นักธรณีวิทยาที่มาตามหาแหล่งแร่ ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเกมอำนาจของพวกคุณ” เธอเอ่ยเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นรัวราวกับกลองรบ
“โกหก” อคินแค่นหัวเราะในลำคอ มือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธและคุมเหมืองเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงถึงขั้นกระดูกแตก แต่ก็หนักหน่วงพอที่จะย้ำเตือนให้เธอรู้ว่าที่นี่คืออาณาจักรของใคร “ไม่มีใครเดินทางฝ่าดงดิบเข้ามาเพื่อขุดหาแค่หินหรอกนะ ถ้าไม่ใช่เพราะมี ‘แผนที่’ ที่มีค่ามากกว่าก้อนแร่ในมือ”
เขากระชากเธอให้หันกลับมาเผชิญหน้า แสงไฟจากโคมระย้าสลัวๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาสีเข้มที่จ้องมองทะลุถึงจิตวิญญาณ ความปรารถนาบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกลียดชังทำให้รินลดารู้สึกหนาวเยือก เธอพยายามสะบัดข้อมือออก แต่เขากลับรวบตัวเธอเข้าหาแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งดั่งหินผา
“คุณจะทำอะไร” รินลดาถามพลางเงยหน้าสบตาเขา แววตาของเธอมีความเด็ดเดี่ยวซ่อนอยู่ แม้ร่างกายจะอ่อนไหวกับสัมผัสที่ร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเขาที่เริ่มไล้ลงมาตามต้นแขน
“กฎข้อที่หนึ่งของเจ้าของเหมือง…” เขากระซิบชิดใบหู เสียงของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความพร่าสั่นที่ชวนให้วาบหวามจนเธอแทบยืนไม่อยู่ “สิ่งที่ก้าวเข้ามาในอาณาเขตของฉันโดยมิได้รับอนุญาต จะต้องถูกกักขังจนกว่าฉันจะพอใจว่าเธอไม่มีพิษสง... และจะไม่มีวันได้กลับออกไปจนกว่าฉันจะได้สิ่งที่ต้องการจากเธอ”
เขาต้อนเธอจนถอยไปชนกับผนังหินเย็นเฉียบ ก่อนที่ร่างสูงจะกักเธอไว้ด้วยวงแขนที่แข็งแกร่งราวกับกรงขัง อคินจ้องมองริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความดุดันเป็นความหลงใหลที่แผดเผา
“สิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่แค่หินแร่หรอกนะ รินลดา”
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดใจ อคินกลับชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของลูกน้องคนสนิทดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตูคฤหาสน์ เขาผละออกจากตัวเธออย่างไม่สบอารมณ์ ดวงตาคู่คมตวัดมองไปที่ประตูด้วยความฉุนเฉียว
“มีเรื่องด่วนครับนาย คาร์ลอส… มันส่งสาส์นมาที่หน้าเหมือง!”
อคินขบกรามแน่น ความโกรธแค้นในอดีตที่คาร์ลอสเคยพรากทุกอย่างไปจากชีวิตเขาประทุขึ้นมาอีกครั้ง เขาหันกลับมามองหญิงสาวที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยแววตาที่ซับซ้อน ก่อนจะหันไปสั่งการด้วยเสียงเฉียบขาด
“ขังเธอไว้ในห้องใต้ดินฝั่งตะวันตก อย่าให้คลาดสายตา”
“คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้!” รินลดาตะโกนไล่หลัง แต่มือหนาของลูกน้องก็แตะเข้าที่ต้นแขนของเธออย่างถือวิสาสะ
ขณะที่รินลดาถูกพาตัวออกไป หางตาของเธอก็เหลือบไปเห็นจดหมายฉบับหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของอคิน มันมีตราประทับสีแดงสดที่เป็นสัญลักษณ์เฉพาะของตระกูลที่เคยอุปการะเธอมาตั้งแต่เด็ก ทว่าที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น คือภาพถ่ายที่เสียบอยู่ที่มุมซอง—มันเป็นภาพของเธอในวัยเยาว์ ที่ยืนเคียงข้างกับคนคนหนึ่งที่เธอไม่เคยนึกฝันว่าจะได้เห็นในที่แห่งนี้
ภาพของมารดาผู้ล่วงลับของเธอ… ที่กำลังยืนยิ้มกุมมืออยู่กับชายที่ชื่อคาร์ลอส
หัวใจของรินลดาร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันใดนั้นประตูไม้บานใหญ่ก็ปิดลง ขังเธอไว้ในความมืดมิดพร้อมกับความจริงที่อาจเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล หรืออคินเอง... ก็อาจจะเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมที่ใหญ่กว่านี้ ที่เธอยังไม่ได้รับอนุญาตให้ล่วงรู้
ขอบคุณที่ติดตามร่วมเดินทางไปในดินแดนแห่งแรงปรารถนาและความแค้นกับมิคายามวิกาลนะคะ
พยศรักในอาณาจักรคนเถื่อน•ตอนที่ 2
กฎข้อที่หนึ่งของเจ้าของเหมือง
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักในอาณาจักรคนเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
