กล่องลังกระดาษสีน้ำตาลห้าใบวางเกะกะเต็มทางเดินแคบๆ หน้าห้อง 408 ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่น้ำหนักจากตัวฉันขยับเข้าใกล้ มันคืองานศิลปะแห่งความเหนื่อยล้าที่ฉันบรรจงลากมาจากท้ายรถกระบะรับจ้างด้วยตัวเองล้วนๆ โดยมีความหวังอันริบหรี่ว่าชีวิตเด็กจบใหม่สายบัญชีที่ต้องย้ายมาทำงานในเมืองหลวง จะได้เริ่มต้นอย่างสงบสุขและเป็นระเบียบเรียบร้อยเสียที
แต่พระเจ้าคงเกลียดคนวางแผนชีวิตล่วงหน้าค่ะ!
"ให้ตายเถอะ... ทำไมป้ายบอกเลขห้องมันถึงได้ดูชวนสับสนแบบนี้เนี่ย" ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองขณะก้มมองคีย์การ์ดในมือสลับกับตัวเลขโลหะสีทองที่ติดอยู่บนบานประตูไม้สีเข้ม
ห้อง 409...
ตามแผนที่ในหัวที่ท่องมาตลอดทางจากลิฟต์ ฉันควรจะเลี้ยวขวาแล้วหยุดอยู่หน้าห้อง 408 ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์เช่าอยู่อาศัยของฉันในอีกหนึ่งปีข้างหน้า แต่เพราะความสะเพร่าขั้นสุดยอดจากการหอบหิ้วกระเป๋าเดินทางใบยักษ์พะรุงพะรัง ทำให้ฉันเดินผ่านห้องตัวเองมาหนึ่งสเต็ปเต็มๆ
แถมเจ้ากรรม... ประตูห้อง 409 บานนั้นไม่ได้ปิดสนิทค่ะ มันแง้มเปิดออกอยู่ราวๆ สองนิ้ว เผยให้เห็นแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากด้านในลอดออกมาทาบทับพื้นทางเดิน
ด้วยความที่เป็นคนขี้ระแวงเป็นทุนเดิม ประกอบกับจิตวิญญาณพลเมืองดีที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่า "การเห็นประตูบ้านคนอื่นเปิดอ้าซ่าไว้ อาจหมายถึงโจรขึ้นบ้านหรือแก๊สรั่ว" ฉันจึงตัดสินใจยื่นมือไปผลักบานประตูนั้นให้เปิดกว้างขึ้น พร้อมกับอ้าปากเตรียมจะตะโกนเตือนภัย
"ขอโทษนะคะ! คือว่าประตูห้องคุณ..."
เสียงของฉันขาดหายไปกลางคัน ราวกับถูกใครเอาคัตเตอร์มาตัดฉับเข้าที่ลำคอ
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่โจรผู้ร้าย ไม่ใช่แก๊สรั่ว และไม่ใช่กองเพลิง แต่เป็นผู้ชายคนหนึ่ง...
ผู้ชายตัวสูงโปร่ง ร่างกายสมส่วนแบบคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ หยดน้ำพราวระยับเกาะอยู่ตามกลุ่มผมสีดำสนิทที่ลู่ล่ำลงมาเคลีกรอบหน้าคมคาย สันจมูกโด่งเป็นสันคมรับกับริมฝีปากหยักลึกที่กำลังเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มมุมปาก... และที่สำคัญที่สุดคือ เขานุ่งผ้าขนหนูสีเทาผืนเดียว! ผืนเดียวจริงๆ ค่ะคุณผู้ชม! พันหมิ่นเหม่ไว้แค่ช่วงเอวสอบ แถมปลายผ้ายังดูเหมือนจะพร้อมหลุดมิหลุดแหล่ทุกวินาทีที่เขาขยับตัว!
สติของฉันหลุดลอยไปไกลถึงดาวอังคารในเสี้ยววินาทีนั้น สมองส่วนหน้าหยุดทำงานอย่างถาวร เลือดทุกหยดในร่างกายพุ่งขึ้นมากองรวมกันบนใบหน้าจนร้อนผ่าวราวกับโดนน้ำร้อนลวก
"กรี๊ดดดดดดด! ไอบ้าโรคจิต!"
ฉันแหกปากลั่นตึก เสียงกรี๊ดระดับแปดริกเตอร์สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงแคบๆ สองมือยกขึ้นปิดตาอัตโนมัติด้วยความตกใจสุดขีด แต่ด้วยความที่เป็นคนซุ่มซ่ามเป็นเลิศ ขาเจ้ากรรมดันไปสะดุดเข้ากับขอบพรมเช็ดเท้าหน้าประตูเข้าอย่างจัง
ร่างของฉันเซถลาถอยหลังหวังจะตั้งหลัก แต่กลายเป็นว่ากลไกธรรมชาติทำงานผิดพลาด ทรงตัวไม่อยู่ และกำลังจะล้มพับลงไปกองกับพื้นทางเดิน
หมับ!
มือหนาคู่หนึ่งพุ่งเข้ามาคว้าข้อแขนของฉันไว้ได้ทันท่วงีก่อนที่ก้นจ้ำเบ้าจะกระแทกพื้น ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาที่แนบลงบนผิวเนื้อทำให้ฉันสะดุ้งเฮือก แต่ยังไม่ทันจะได้ดึงมือกลับ แรงดึงมหาศาลนั้นก็กระชากฉันให้พุ่งเซถลาเข้าไปด้านในห้องของเขาแทน!
โครม!
ประตูห้องปิดสนิทลงด้วยฝ่าเท้าของใครบางคน พร้อมกับร่างของฉันที่ชนเข้ากับแผงอกกว้างเปลือยเปล่าเต็มแรง กลิ่นหอมสะอาดสดชื่นของครีมอาบน้ำผู้ชายปะทะเข้ากับปลายจมูกทันที ท่ามกลางความมึนงงและหัวใจที่เต้นรัวระส่ำไม่เป็นจังหวะเหมือนกลองเพลแตก
"ใจเย็นก่อนคุณ..." เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยดังอยู่เหนือศีรษะ พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอที่ฟังดูรื่นรมย์เสียเหลือเกิน "ยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย จะรีบถวายตัวเข้ามาซุกอกขนาดนี้เลยเหรอครับ?"
ไอ้... ไอ้คนหน้าไมอาย!
ฉันเบิกตากว้างขึ้น พยายามดันแผงอกแข็งโป๊กนั้นออกสุดแรงเกิด ใบหน้าร้อนผ่าวลามเลียไปถึงใบหูและต้นคอด้วยความโกรธปนความอายที่ตีรัน
"ปล่อยนะ! ใครจะไปอยากซุกอกนาย! นายต่างหากที่ยืนแก้ผ้าล่อนจ้อนเปิดประตูต้อนรับแขกโรคจิตอะไรฟะ!" ฉันโวยวายเสียงดังลั่น พยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม แต่ไอ้บ้านี่มือเหนียวเป็นตังเม ยิ่งดึงก็ยิ่งแน่น
ทิวายกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความขบขัน เขาก้มหน้าลงมามองฉันใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงพวงแก้ม จนฉันต้องหดคอหนีด้วยความเกร็ง
"หนึ่ง... นี่ห้องผมครับ ไม่ใช่ห้องโถงสาธารณะที่คุณจะเดินดุ่มๆ เข้ามาแล้วถือวิสาสะผลักประตู" ทิวาลากเสียงพูดทีเล่นทีจริง สายตาเจ้าเล่ห์ไล่กวาดมองตั้งแต่เส้นผมยุ่งเหยิง ใบหน้าที่แดงก่ำ ไปจนถึงชุดเสื้อยืดกางเกงวอร์มย้วยๆ ของฉัน "สอง... ผมเพิ่งอาบน้ำเสร็จ จะให้ใส่สูทผูกไทด์ยืนเช็ดผมในห้องตัวเองหรือไงครับ?"
"ก็... ก็..." ฉันอ้าปากพะงาบๆ เถียงไม่ออก เพราะมันก็จริงอย่างที่เขาพูด... ห้องเขา ประตูเขา แล้วฉันมาก้าวก่ายอะไรก่อนเล่า! "ก็ระเบียงบ้านนายมันดันเปิดอ้าซ่าไว้ ฉันนึกว่าไฟไหม้หรือโจรขึ้นต่างหากเล่า! ในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี ฉันก็แค่หวังดีจะมาเตือน!"
"หวังดี?" ทททวนคำด้วยน้ำเสียงกวนประสาทสุดขีด ก่อนที่เขาจะแกล้งโน้มตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนฉันต้องเอนหลังหนีจนแทบจะหงายหลัง "หวังดีถึงขั้นถือวิสาสะบุกเข้ามาถึงเตียงนอน... เอ้ย เข้ามาถึงห้องแต่งตัวผมเลยเนี่ยนะ?"
"ใครบุกเข้ามาไม่ทราบ! นายต่างหากที่ดึงฉันเข้ามา!"
"อ้าว ก็เห็นคุณทำท่าจะหงายหลังหัวฟาดพื้น ผมกลัวว่าห้องใหม่ผมจะมีคดีฆาตกรรมตั้งแต่วันแรก ก็เลยต้องช่วยชีวิตไว้... สรุปคือนี่คือคำขอบคุณจากเพื่อนบ้านคนใหม่สินะครับ ที่ยืนด่าผมปานจะกินเลือดกินเนื้อแถมยังจ้องแผงอกผมตาไม่กระพริบเนี่ย"
สายตาเจ้าเล่ห์ของเขาเลื่อนลงมองต่ำไปยังระดับหน้าอกของฉันที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ ฉันรีบยกมือขึ้นกอดอกตัวเองทันที ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์
"ไอ้... ไอ้คนฉวยโอกาส! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! ไม่งั้นฉันจะร้องให้คนช่วยจริงๆ ด้วย!"
"ร้องเลยครับ เชิญตามสบาย..." ทิวายิ้มกริ่มอย่างผู้เหนือกว่า น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหูจนขนลุกซู่ "ห้องข้างๆ ที่คุณกำลังจะไปอยู่เนี่ย... มันคือห้องของผมเองครับสาวน้อย และตอนนี้ คุณกำลังยืนกอดผมแน่นยิ่งกว่าแฟนเก่าผมเสียอีกนะ"
กึก!
สมองของฉันเหมือนโดนสับสวิตช์ไฟดับพรึบลงทันที
ห้องข้างๆ... คือห้องของเขา?
แล้วไอ้คนที่ฉันต้องทนร่วมชายคา (แม้จะคนละห้อง) ไปตลอดปีนี้... ก็คือไอ้ตาบ้านี่เนี่ยนะ?!
ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ประมวลผลความซวยระดับชาติที่ถาโถมเข้ามา เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นขัดจังหวะพอดี
*Rrrr*
ฉันเหลือบตาลงมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาด้วยความงุนงง เป็นข้อความจากกิ๊ฟ เพื่อนสนิทตัวดีที่ส่งพิกัดและข้อความเยาะเย้ยมาว่า—
*[กิ๊ฟ]: แก ถึงห้องยังวะ? ชั้นเห็นส่องกระจกอยู่นานสองนาน... อ้อ เตือนไว้นิดนะเว้ย พี่ชายห้อง 409 ฝั่งตรงข้ามหล่อล่ำโคตรอันตราย ระวังตัวไว้ด้วยล่ะแกรรร!*
อ่านจบปุ๊บ มือไวกว่าความคิด ฉันรีบพิมพ์ตอบกลับไปหาเพื่อนรักทันทีด้วยความฉุนเฉียวปนตื่นตระหนก
*[เอย]: แกช่วยมาลากฉันกลับห้องที! ไอ้นรกห้อง 409 ที่แกพูดถึงเนี่ย... มันกำลังยืนแก้ผ้ากอดฉันอยู่เนี่ยยย!*
ตายห่า... ฉันกดส่งข้อความไปแล้ว!
และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น... นิ้วเจ้ากรรมดันกดส่งเข้าห้องแชตกลุ่มรวมที่มีสมาชิกสิบกว่าคน แทนที่จะเป็นแชตส่วนตัวของยัยกิ๊ฟคนเดียว!
ทิวาที่ยืนก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ของฉันอยู่เงียบๆ (เพราะส่วนสูงที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว) ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตาฉัน ดวงตาคู่นคมกริบนั้นฉายแววเจ้าเล่ห์แพรวพราวระยับยิ่งกว่าเดิม รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน
"อ๋อ... ยืนแก้ผ้ากอดกันสินะครับ..." ทิวาทวนคำในแชตด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนขนลุก "งั้นแปลว่า... เรามีสถานะเป็น 'เรา' กันแล้วใช่ไหมครับคุณเพื่อนบ้าน?"
ขอร้องเถอะ... เอาไม้มาตีหัวฉันให้สลบไปตอนนี้เลยเถอะนะ!
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาทักทายกันในตอนแรกนะคะ ฝากเอ็นดูยัยน้องเอยกับอีตาพี่ทิวากันด้วยน้าา*
พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม•ตอนที่ 1
ย้ายเข้าวันแรกก็เจอดีเลย
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!