คมกระบี่สีนิลกาฬหยุดชะงักห่างจากหว่างคิ้วของหลี่มู่เหวินเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ไอเย็นยะเยือกจากรัศมีกระบี่บาดลึกจนผิวหนังบริเวณนั้นปริแตก ไหลโลหิตสีแดงฉานหยดลงบนพื้นศิลาเบื้องล่างดังเปาะแปะ ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาของชายหนุ่มหาใช่คมดาบตรงหน้าไม่ หากแต่เป็นร่างโปร่งแสงของเย่ซิงหลันที่ยืนขวางกั้นอยู่ ร่างของนางกึ่งโปร่งกึ่งทึบราวกับกลุ่มหมอกยามค่ำคืน แต่สายตาที่ตวัดมองเขานั้นกลับคมกริบดุจประกายไฟจากเตาหลอมโอสถชั้นยอด
"เจ้าสติหลุดไปถึงไหนแล้ว หลี่มู่เหวิน!"
เสียงหวานกังวานที่แฝงไปด้วยกระแสลมปราณอันเย็นเยียบตวาดก้องในห้วงความคิดของเขา มันไม่ใช่เสียงที่ใช้พูดคุย หากแต่เป็นการส่งกระแสจิตกระแทกเข้าสู่จิตวิญญาณโดยตรง เพื่อดึงเขาออกจากวังวนแห่งความบ้าคลั่งที่กำลังจะกลืนกินตบะของตนเอง
หลี่มู่เหวินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้น เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ลมปราณในตันtian (จุดตันเถียน) ของเขาปั่นป่วนราวกับคลื่นใต้น้ำที่ถูกพายุโหมกระหน่ำ ความแค้นจากการสูญเสียและความอัปยศอดสูที่เพิ่งได้รับเมื่อครู่ ทำให้สติสัมปชัญญะเกือบจะถูกครอบงำด้วย "มารโลหิต"
"หากเจ้ายังปล่อยให้อารมณ์ครอบงำจิตใจเช่นนี้ ต่อให้เจ้าจะมีเคล็ดโอสถบรรพกาลอยู่ในมือ หรือครอบครองวิชาแพทย์เทวะถึงเก้าสวรรค์ เจ้าก็เป็นได้เพียงแค่ศพไร้ค่าที่นอนเน่าอยู่ใต้ฝ่าเท้าของพวกมัน!" เย่ซิงหลันกล่าวต่อ น้ำเสียงของนางอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาที่เริ่มได้สติของชายหนุ่ม แต่นัยน์ตายังคงความดุดันดั่งอาจารย์ผู้เข้มงวด
หลี่มู่เหวินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกดข่มความโกรธเกรี้ยวที่แผดเผาขั้วหัวใจลงไปในส่วนลึกที่สุดของจิตวิญญาณ เขารู้ดีว่านางพูดความจริง บนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรนี้ ความโกรธคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่เผาผลาญทั้งศัตรูและตัวผู้ใช้เอง หากปราศจากความเยือกเย็น ดั่งเช่นเตาหลอมที่ต้องทนรับเปลวเพลิงแต่ยังคงรักษาโครงสร้างไว้ได้ เขาก็คงไม่ต่างอะไรกับเศษเหล็กไร้ค่า
"ข้าเข้าใจแล้ว..." หลี่มู่เหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคู่คมค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเป็นความสงบนิ่งดุจผิวน้ำในบึงลึก "ข้าเพียงแต่... ไม่อาจทำใจให้สงบได้ยามเมื่อนึกถึงพวกมัน"
เย่ซิงหลันถอนหายใจเบาๆ ร่างโปร่งแสงของนางลอยถอยหลังกลับมาเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อชี้ไปยังลานฝึกยุทธ์เบื้องหน้า ซึ่งเศษซากหุ่นเชิดศิลาและร่องรอยกระบี่กระจัดกระจายอยู่เกลื่อนกลาด
"ความแค้นไม่ใช่สิ่งผิด ในโลกของผู้ฝึกตน ผู้ใดไร้ความแค้นผู้นั้นคือคนไร้หัวใจ แต่ความแค้นที่ปราศจากปัญญาและพลัง ก็เป็นได้เพียงเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนเท่านั้น" เย่ซิงหลันย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้สายตาคมปลาบมองท่าทีของเขา "ตั้งใจฟังให้ดี ข้าจะชี้แนะวิถีกระบี่ที่แท้จริงให้แก่เจ้า... วิถีกระบี่ที่ไม่ได้ใช้แค่พลังปราณ แต่ใช้ 'จิต' เป็นผู้ชี้นำ"
หลี่มู่เหวินขยับตัวยืนขึ้นอย่างมั่นคง กระชับกระบี่ในมือซ้ายแน่น สติสัมปชัญญะกลับคืนมาเต็มร้อยส่วน เขารู้ซึ้งดีว่าคำชี้แนะจากวิญญาณเซียนผู้ผ่านโลกมานับพันปีผู้นี้ มีค่ามากกว่าเม็ดโอสถระดับนภานับร้อยเม็ด
"โปรดชี้แนะด้วย" หลี่มู่เหวินประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม
"จงลืมกระบวนท่าทั้งหมดที่เจ้าเคยร่ำเรียนมา" เย่ซิงหลันกล่าวเสียงเรียบ ย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนแทบจะประชิดตัว แม้นางจะเป็นเพียงวิญญาณ แต่กลิ่นอายความเย็นยะเยือกและหอมจางๆ คล้ายดอกเหมยพันปีก็ยังคงลอยวนอยู่รอบตัวเขา "วิชาของสำนักที่เจ้าเคยฝึกฝน เป็นเพียงกรอบจำกัดสายตาของกบในกะลา วิถีกระบี่ที่แท้จริงหาได้มีรูปแบบตายตัว"
นางเอื้อมมือเรียอบางดุจหยกขาวขึ้นแตะที่ปลายกระบี่ของเขาเบาๆ ทันใดนั้น กระแสพลังปราณสีครามอันบริสุทธิ์ก็ไหลทะลักผ่านปลายนิ้วของนางเข้าสู่ตัวกระบี่ ทำให้โลหะนิลกาฬสั่นระริกส่งเสียง "วิ้ง" กังวานราายกับมีชีวิต
"มองไปที่เป้าหมายเบื้องหน้า... เจ้าเห็นสิ่งใด?" เย่ซิงหลันเอמהกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงของนางใกล้เสียจนหลี่มู่เหวินได้กลิ่นอายจางๆ ที่ชวนให้หัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาด
"ข้าเห็นหุ่นเชิดศิลา... และร่องรอยพลังปราณที่หลงเหลือ" หลี่มู่เหวินตอบตามความเป็นจริง
"ผิดแล้ว!" เย่ซิงหลันสวนกลับทันควัน "สิ่งที่เจ้าต้องมองเห็น หาใช่รูปกายภายนอกไม่ แต่คือ 'จุดตาย' และ 'กระแสลม' ที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวมัน ทุกสิ่งในใต้หล้าล้วนมีจุดอ่อน แม้แต่หินผายังมีแนวรอยแตก แม้แต่ปราณสวรรค์ยังทีช่องว่าง เจ้าต้องใช้ 'ใจ' สัมผัส ไม่ใช่ใช้ 'ตา' มอง"
นางผละตัวออกไปยืนห่างราวสองก้าว ดวงตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองเขาด้วยความคาดหวัง "ลองดูอีกครั้ง... ใช้กระบี่ในมือของเจ้า แทงออกไปโดยปราศจากความคิด ปราศจากความลังเล และปราศจากความโกรธ ให้กระบี่และร่างหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสายลม"
หลี่มู่เหวินหลับตาลงช้าๆ ภาพเหตุการณ์อันเจ็บปวด คมดาบของศัตรู และเสียงหัวเราะเยาะเย้ย ค่อยๆ เลือนหายไปจากห้วงคำนึง สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงความเงียบงันอันเวิ้งว้าง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ปล่อยให้กระแสลมปราณบริสุทธิ์ในตันเถียนไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรอย่างไร้แรงต้าน
*ฟึ่บ!*
มู่เหวินก้าวเท้าออกไปข้างหนึ่งอย่างแผ่วเบา ทว่ามั่นคง ราวกับภูผาที่เคลื่อนไหว ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปดั่งสายฟ้าแลบ ปราศจากเสียงแหวกอากาศ ปราศจากแรงกดดันอันรุนแรง ทว่ากลับเต็มไปด้วย "ความตาย" ที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน
คมกระบี่สีนิลพาดผ่านอากาศอย่างไร้ร่องรอย มันมิได้พุ่งเข้าใส่กลางอกของหุ่นเชิดศิลาตามสัญชาตญาณเดิม หากแต่เบี่ยงเบนองศาไปเพียงสามส่วน ปลายกระบี่สะกิดเข้าที่จุดรวมพลังปราณใต้ฐานคอของหุ่นเชิดอย่างแม่นยำราوกับจับวาง
*เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นจากภายในหุ่นเชิดศิลาหนาเตอะ ก่อนที่ร่างของมันจะแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ และสลายกลายเป็นผุยผงโดยที่แรงกระแทกแทบจะไม่สะเทือนถึงพื้นดินรอบข้างเลยแม้แต่น้อย!
หลี่มู่เหวินยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าแทงกระบี่ ลมหายใจของเขาผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตะลึงระคนทึ่ง วิชาที่เขาเพิ่งแสดงออกไปเมื่อครู่ มันเหนือล้ำกว่ากระบวนท่าใดๆ ที่เขาเคยฝึกมาตลอดชีวิต นี่คือพลังแห่งการควบคุมที่แท้จริง... พลังที่ใช้แรงน้อยที่สุดเพื่อสร้างความเสียหายสูงสุด
"ใช้ได้..." เสียงหวานเอ่ยชมแวบหนึ่ง พร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเย่ซิงหลัน เป็นรอยยิ้มที่งดงามราวกับภาพวาดเซียน ซึ่งนานครั้งนักนางจึงจะแสดงออกมาให้เห็น
ทว่า... รอยยิ้มนั้นยังไม่ทันจางหาย แววตาของเย่ซิงหลันก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ร่างโปร่งแสงของนางหันขวับไปมองยังทิศทางเบื้องบนของกำแพงสำนัก ซึ่งถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดยามราตรี
"ระวัง!" นางอุทานเสียงหลง
*ฉับพลัน!*
ประกายแสงสีทองอร่ามพุ่งแหวกอากาศลงมาจากฟากฟ้าด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียงนับสิบเท่า แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ซ่านกดทับลงมาจนพื้นศิลาใต้เท้าของหลี่มู่เหวินปริแตกเป็นใยแมงมุม ร่างเงาดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วทั้งหุบเขา
"ฮ่าๆๆ... ฝึกวิชาได้ไม่เลวเลยนี่ เจ้าหนูตระกูลหลี่ แต่น่าเสียดายที่วันนี้... จะเป็นวันตายของเจ้า!"
หลี่มู่เหวินแหงนมองเงาร่างนั้น หัวใจกระตุกวาบเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น ซึ่งต่อให้ตายเขากไม่มีวันลืม!
ขอขอบพระคุณรี้ดдерทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้มหากาพย์บทนี้อย่างไม่เสื่อมคลายนะครับ
เซียนโอสถไร้ใจ กับ วิญญาณดาบในอาภรณ์ขาด•ตอนที่ 6
ไอสังหารที่ไม่อาจปิดบัง
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจ กับ วิญญาณดาบในอาภรณ์ขาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!