“ถ้าคุณจะเอาแต่นั่งกางพิมพ์เขียวในโลกอุดมคติแบบนี้ ก็เชิญกอดมันไว้ให้แน่นๆ เลยนะคะ เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า สิ่งที่คุณวาดไว้ในกระดาษ มันจะกลายเป็นแค่เศษขยะที่ถูกดินถล่มกลบมิด”
มินตราไม่ได้เพียงแค่พูด เธอกำลังก้มลงใช้จอบเล็กในมือขุดดินบริเวณโคนต้นไทรยักษ์กลางไซต์งาน ดวงตาของเธอไม่ได้มองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนหน้าเครียดอยู่ข้างๆ แต่จับจ้องไปยัง ‘เส้นชีพจร’ ของรากไม้ที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ กรณ์ขยับแว่นสายตาด้วยความหงุดหงิด เขาก้มมองหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงแบบจำลอง 3 มิติของรีสอร์ตที่เขาภูมิใจนักหนา
“คุณมินตรา การคำนวณของผมแม่นยำตามหลักวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่ตรงนี้คือจุดยุทธศาสตร์ของล็อบบี้ ไม่มีเหตุผลที่โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กของเราจะรับน้ำหนักไม่ได้” กรณ์ตอบเสียงเรียบ แต่กระแสเสียงนั้นบ่งบอกถึงความไม่พอใจที่ถูกท้าทาย
มินตราเงยหน้าขึ้น แววตาของเธอวูบไหวด้วยประกายสีทองจางๆ ราวกับเศษเสี้ยวของแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านร่มไม้ลงมาตกกระทบดวงตาคู่นั้น “วิศวกรรมของคุณมองเห็นแค่แรงอัดและแรงดึง แต่คุณลืมมองสิ่งที่อยู่ใต้ดิน... กระแสน้ำบาดาลที่นี่มันไม่ได้นิ่งอย่างที่รายงานประเมินไว้ แต่มันกำลัง ‘หายใจ’ ค่ะ”
ราวกับจะยืนยันคำพูดของเธอ แผ่นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนเบาๆ เสียงลั่นของรากไม้ที่พยายามขยับขยายตัวดังครืดคราดจนกรณ์ต้องรีบประคองหลักเขตที่ปักไว้ให้มั่น
“นั่นมันอะไรกัน...” กรณ์พึมพำ ความเป็นเหตุเป็นผลในหัวเริ่มสั่นคลอนเมื่อเขาเห็นรากไทรขยับราวกับมีชีวิต
มินตราโยนจอบทิ้ง แล้วคว้าข้อมือเขาไว้แน่น พลังงานบางอย่างจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านความเย็นวาบเข้าสู่กระแสเลือดของเขา “อย่าพยายามฝืนธรรมชาติด้วยเหล็กกล้าค่ะกรณ์ เราต้องเปลี่ยนผังโครงการเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่แค่เพราะฉันเตือน แต่เพราะ ‘ระบบ’ กำลังฟ้องว่าจุดเชื่อมต่อที่คุณเลือก... คือทางผ่านของพลังงานที่หนาแน่นที่สุด”
กรณ์มองเห็นหน้าต่างโปร่งใสปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา—ไม่ใช่สิ่งที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่มันคืออินเตอร์เฟซของระบบที่เขาเพิ่งทำความคุ้นเคยได้เพียงไม่กี่วัน:
[แจ้งเตือนระบบ: สภาพแวดล้อมมีความผันผวนสูง (Critical Instability)]
[ระดับอันตราย: B+]
[คำแนะนำ: ปรับเปลี่ยนตำแหน่งฐานรากภายใน 180 วินาที เพื่อป้องกันความเสียหายของโครงสร้างหลัก]
หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความตื่นตะลึงในความจริงที่มินตราพูด เขาคว้าแท็บเล็ตขึ้นมา นิ้วเรียวยาวรัวบนหน้าจออย่างรวดเร็ว ปรับแก้พิกัดการก่อสร้างตามสัญชาตญาณที่ถูกกระตุ้นด้วยคำแนะนำของหญิงสาวข้างกาย
“ถ้าผมขยับฐานรากไปทางทิศตะวันตกสามเมตร โครงสร้างทั้งหมดจะเสียสมดุลด้านน้ำหนักทันที คุณมีวิธีแก้ไหม!” กรณ์ตะโกนแข่งกับเสียงลมที่เริ่มพัดแรงขึ้นผิดปกติ
มินตราไม่ได้ตอบด้วยคำพูด เธอคว้ากิ่งไม้สดที่หล่นอยู่บนพื้น จรดปลายกิ่งลงบนดินเปียกชื้นราวกับกำลังวาดอักขระโบราณ “ถ้าคุณขยับฐานราก... ฉันจะใช้ ‘การจัดวางสวนลอยฟ้าแบบกักเก็บพลังงาน’ เป็นตัวถ่ายเทน้ำหนักและรักษาความสมดุลของชั้นดินแทนคานคอนกรีต คุณกล้าเสี่ยงทิ้งกฎของวิศวกรรมเดิมๆ แล้วเชื่อในนิเวศวิทยาสัมพัทธ์ของฉันไหมคะ?”
วินาทีที่กรณ์สบตากับเธอ เขาเห็นความมุ่งมั่นที่ท้าทายทุกตรรกะที่เขาเคยร่ำเรียนมา เขาตัดสินใจกดปุ่ม ‘ยอมรับการเปลี่ยนแปลง’ ในระบบทันที
เสียงคำรามของพื้นดินเงียบหายไปในพริบตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและกลุ่มละอองแสงสีจางๆ ที่ลอยวนรอบฐานรากที่พวกเขาเพิ่งตกลงกันใหม่
“เสร็จแล้ว...” มินตราถอนหายใจยาว แผ่นหลังของเธอเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการเค้นพลังงาน
กรณ์มองผลงานบนหน้าจอที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผังโครงการที่เขาเคยหวงแหนกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่กลมกลืนกับธรรมชาติอย่างน่าอัศจรรย์ พลังงานที่เคยเป็นอุปสรรคกลับกลายเป็นตัวจ่ายไฟสำรองให้กับระบบภายในรีสอร์ตผ่านทางรากไม้ เขาหันไปมองมินตราด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่สายตาของสถาปนิกที่มองคู่แข่ง แต่เป็นสายตาของคนที่เพิ่งพบ ‘จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ’ ของชีวิต
ทว่า ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากขอบคุณ เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปกลับดังขึ้นอีกครั้ง... ครั้งนี้มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนภารกิจทั่วไป แต่มันเป็นเสียงเตือนสีแดงฉานที่สั่นสะเทือนไปถึงโสตประสาท
[ประกาศจากระบบ: ผู้บุกรุกเข้าสู่เขตหวงห้าม 0.01 กิโลเมตร]
[รหัสลับใต้ร่มไม้ใหญ่ถูกเปิดเผย... ตรวจพบสัญญาณจาก พิมพ์ชนก]
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนหลายสิบชีวิตดังขึ้นจากแนวป่าด้านหลัง มินตราเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของหญิงสาวในชุดสูทสีขาวสะอาดตากำลังก้าวเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ เธอกางแผนที่ที่ควรจะอยู่ในเซฟของบริษัทออกมาต่อหน้าทั้งคู่
“ยินดีด้วยนะคะที่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ฉลาดนัก แต่ดูเหมือนว่า... สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ จะไม่ใช่แค่การสร้างรีสอร์ตเสียแล้วสิคะ” พิมพ์ชนกกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความร้ายกาจ ก่อนจะโยนวัตถุชิ้นหนึ่งลงที่เท้าของมินตรา—มันคือเครื่องตรวจวัดพลังงานที่กำลังสั่นระริกบ่งบอกถึงความลับที่พวกเขาพยายามปกปิด
มินตราก้มลงมองวัตถุนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับกรณ์ที่ตัวแข็งทื่อ... พิมพ์ชนกไม่ได้มาเพื่อหยุดการก่อสร้าง แต่เธอมาเพื่อ ‘ล่า’ ความลับที่ซ่อนอยู่ในแสงอาทิตย์ของมินตรา
ดาริกาส่องแสง หวังว่าคุณจะดื่มด่ำไปกับปมปริศนาที่เพิ่งเริ่มต้นในบทนี้นะคะ ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ค่ะ!
สถาปนิกหนุ่มกับนักจัดสวนผู้กุมความลับของแสงอาทิตย์•ตอนที่ 2
รหัสลับใต้ร่มไม้ใหญ่
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับนักจัดสวนผู้กุมความลับของแสงอาทิตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
