เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี•ตอนที่ 33

วันเวลาที่สงบสุข?

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
"ข้าจำไม่ได้ว่าสั่งให้เจ้าเอาไวน์ดอกท้อมาไว้ที่ห้องหนังสือตั้งแต่วันไหน" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยกระแสขุ่นมัวของมู่หรงจวิ้นดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เต็มไปด้วยม้วนตำราและเอกสารราชการ เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากตารางบัญชีภาษีที่กำลังตรวจทาน แต่ปลายนิ้วที่เคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบนั้น บ่งบอกถึงสภาวะจิตใจที่กำลังหยั่งเชิง หลี่จิงถิงวางถาดไม้ลงบนโต๊ะด้วยท่วงท่าแช่มช้อย เธอไม่ได้รีบร้อนจะถอยห่าง แต่นั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกท้อที่ลอยขึ้นมาตัดกับกลิ่นหมึกจีนเข้มข้นในห้อง ช่วยลดทอนความตึงเครียดของสถานการณ์หลังมรสุมคดีคอรัปชันที่เพิ่งพัดผ่านไปได้เพียงสองวัน "ใต้เท้าอัครเสนาบดีมัวแต่กังวลเรื่องภาษีหัวเมืองจนลืมไปแล้วกระมังว่า... วันนี้คือวันครบรอบที่ท่านแต่งตั้งข้าเป็นภรรยาครบหนึ่งปี" เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องใบหน้าเคร่งขรึมของชายตรงหน้า "อีกอย่าง การที่ท่านพยายามหลบเลี่ยงการเผชิญหน้ากับความจริงเรื่องบัญชีลับของกรมโยธาที่คลี่คลายลงแล้วด้วยการหมกตัวอยู่กับงาน... ข้าคิดว่าไวน์ขวดนี้จำเป็นต่อท่านมากกว่ารายงานพวกนั้นนะคะ" มู่หรงจวิ้นหยุดมือที่ถือพู่กัน เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ดวงตาเรียวคมของเขาสะท้อนภาพสตรีที่เขาทั้งเกรงขามและปรารถนาในเวลาเดียวกัน ความเฉลียวฉลาดที่เธอใช้คลี่คลายคดีที่แม้แต่เขายังต้องใช้เวลาถึงสามเดือน ทำให้ความรู้สึกที่มีต่อเธอมันไม่ได้เป็นเพียงแค่ความต้องการในทางกายภาพ แต่มันคือการยอมรับใน ‘จิตวิญญาณ’ ที่เท่าเทียม "เจ้าอ่านใจข้าเก่งขึ้นทุกวันนะ จิงถิง" เขาเลื่อนเอกสารออกไปด้านข้าง ก่อนจะรินไวน์ลงในจอกสองใบ "เจ้าทำให้ข้าเสียหลัก... ทั้งในฐานะขุนนาง และในฐานะสามี" "ใต้เท้าอย่าได้กล่าวเกินไป ท่านไม่ได้เสียหลัก แต่ท่านเพียงแค่กำลังเรียนรู้ที่จะแบ่งพื้นที่ในหัวใจให้กับคนที่ไม่ใช่ ‘ศัตรูทางการเมือง’ ของท่านเท่านั้น" บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ความเงียบงันที่เคยตึงเครียดด้วยเรื่องราชการ กลับถูกแทนที่ด้วยกระแสความร้อนแรงที่แฝงอยู่ใต้การสนทนา มู่หรงจวิ้นเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเธอ แผ่วเบาแต่หนักแน่น สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความลุ่มลึกที่ยากจะคาดเดา "หากความสงบสุขที่เจ้าพยายามมอบให้ข้า เป็นเพียงกับดักล่ะ?" เขาถามเสียงพร่า "เจ้าต้องการอะไรกันแน่จากการที่ทำให้ข้าเสพติดความใกล้ชิดนี้? อำนาจ? หรือการแก้แค้นให้ตระกูลหลี่ที่ล่มสลาย?" คำถามนั้นเปรียบเสมือนมีดคมที่กรีดผ่านความหวานชื่น หลี่จิงถิงไม่ได้ชักมือกลับ เธอโน้มตัวเข้าหาเขาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ความใกล้ชิดที่สร้างขึ้นอย่างตั้งใจทำให้มู่หรงจวิ้นต้องกลั้นหายใจ "ท่านอัครเสนาบดี... คนที่ชิงไหวชิงพริบกับคนทั้งแผ่นดินอย่างท่าน ยังต้องการคำตอบที่ชัดเจนอีกหรือคะ?" เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะกระซิบข้างหูเขา "บางครั้ง สิ่งที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่ความลับที่ซ่อนไว้ในบัญชี แต่เป็นความจริงที่ว่า... ท่านไม่สามารถหานักบัญชีคนไหนในใต้หล้านี้ที่จัดระเบียบหัวใจของท่านได้เก่งเท่าข้าอีกแล้ว" เขากระตุกยิ้ม ก่อนจะดึงร่างบางให้เข้ามาใกล้จนแทบไร้ช่องว่าง นิ้วหัวแม่มือไล้ไปตามริมฝีปากของเธออย่างหยอกเย้า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปรียบเสมือนหมากรุกที่ไม่มีใครยอมแพ้ ใครที่ก้าวถอยหลังก่อนถือเป็นผู้พ่ายแพ้ แต่ในวินาทีนี้ ทั้งสองกลับยอมละทิ้งกระดานหมากเพื่อดื่มด่ำกับความพ่ายแพ้ของกันและกัน ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของพ่อบ้านใหญ่ก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องทำงาน จังหวะการก้าวเดินที่เร่งรีบจนผิดปกติทำให้มู่หรงจวิ้นต้องปล่อยมือจากภรรยาด้วยความเสียดาย "ใต้เท้าขอรับ! มีจดหมายด่วนจากหน่วยลับที่ท่านสั่งให้ไปเฝ้าที่ชายแดน... มันเพิ่งถูกส่งมาถึงเมื่อครู่นี้ และดูเหมือนว่า... สิ่งที่มันระบุอยู่ภายใน จะขัดแย้งกับรายงานเรื่องคนบงการคดีคอรัปชันที่เราเพิ่งปิดไปอย่างสิ้นเชิง" มู่หรงจวิ้นลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจมืดหวนกลับมาประทับบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง เขาหันมามองจิงถิงที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ แววตาของเธอเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดั่งผิวน้ำ เขารับม้วนกระดาษจากพ่อบ้าน เปิดอ่านด้วยสายตาที่เฉียบคมขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดชะงักที่ชื่อหนึ่งในจดหมาย มือของเขาที่กำกระดาษเริ่มสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตกใจที่ไม่อาจเก็บงำได้ "เป็นไปไม่ได้..." เขาพึมพำ ก่อนจะโยนจดหมายลงบนโต๊ะตรงหน้าหลี่จิงถิง "ลายมือนี้... ข้าจำได้ดี" จิงถิงเอ่ยขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นตราประทับสีแดงฉานบนจดหมายนั้น หัวใจของเธอกระตุกวูบเมื่อพบว่าชื่อที่ลงท้ายในจดหมาย คือชื่อของบุคคลที่ควรจะตายไปตั้งแต่ห้าปีก่อน "ใต้เท้า... หากคนผู้นี้ยังมีชีวิตอยู่ สิ่งที่ท่านและข้าสร้างมาตลอดหนึ่งปีนี้ ทั้งหมดคือ ‘เรื่องโกหก’ เพื่อล่อให้เราออกมาจากที่ซ่อน" "ไม่ใช่แค่เรื่องโกหกหรอก จิงถิง" มู่หรงจวิ้นคว้าดาบที่แขวนไว้ข้างผนัง ดวงตาฉายแววอาฆาตอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "แต่มันคือกับดักที่คนผู้นี้เตรียมไว้เพื่อ ‘ฆ่า’ เราทั้งคู่ในคืนนี้" สิ้นเสียงของเขา ประตูห้องหนังสือก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนหลายสิบคนที่พุ่งตรงมายังห้องทำงาน... โดยไม่มีเสียงฝีเท้าขององครักษ์ประจำจวนที่ควรจะเข้าสกัดกั้นแม้แต่นิดเดียว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนสับสนนี้ไปกับหมอกเหมยปลายฤดูนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%