“ถ้าคุณก้าวเข้ามาในอาณาเขตของฉันอีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณบุกุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลนะคะ คุณธันวา!”
น้ำเสียงของพายไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย แม้ว่าเจ้าตัวจะยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของเรือนกระจกโบราณ ที่ตอนนี้เหลือเพียงโครงเหล็กขึ้นสนิมกับเศษกระจกแตกละเอียดเกลื่อนพื้น ท่ามกลางแมกไม้รกครึ้มของสวนส่วนตัวที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมานานแรมปี
ธันวาหยุดฝีเท้าลงทันทีตามคำประกาศิต เขายืนหายใจหอบเล็กน้อย เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เคยรีดเรียบกริบตอนนี้กลับยับยู่ยี่และมีคราบเขม่าดินจากการลุยป่ารกเข้ามาในเขตบ้านพักเก่าของพาย สถาปนิกหนุ่มจอมเนี้ยบผู้ไม่เคยยอมให้ชีวิตมีรอยด่างพร้อย กำลังยืนอยู่ตรงข้ามกับเจ้าของสวนอิสระฝีปากกล้า ดวงตาคมกริบมองสำรวจคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งเหยิง ทั้งโกรธ โล่งใจ และ... ห่วงจนแทบคลั่ง
“คุณบ้าไปแล้วหรือไงพาย?” ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน เดินดุ่มๆ เข้ามาอีกสองก้าวโดยไม่สนใจคำขู่ “รู้ไหมว่าโทรศัพท์คุณติดต่อไม่ได้ รินโทรหาผมจนสายแทบไหม้ บอกว่าคุณหายเข้ามาในเขตพื้นที่อันตรายนี้ตั้งแต่เช้า ถ้าโครงสร้างเหล็กพวกนี้ถล่มลงมาทับคุณขึ้นมาจริงๆ คุณคิดว่าสมองอันปราดเปรื่องของคุณจะช่วยให้รอดได้หรือไง!”
“แล้วมันเรื่องอะไรของคุณล่ะคะ?” พายสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความพอยท์ที่ไม่ยอมแพ้ “นี่มันบ้านฉัน สวนของฉัน ปัญหาของฉัน คุณเป็นแค่สถาปนิกบ้างานที่จ้างฉันมาจัดสวน ไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่ผู้ปกครอง และที่สำคัญ... ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น!”
คำพูดนั้นทำเอาธันวาชะงัก ร่างสูงใหญ่ในชุดทำงานร่นแขนเสื้อขึ้นยืนนิ่งสนิท บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่น่าอึดอัด มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้และเสียงเศษกิ่งไม้ลั่นเบาๆ ใต้ฝ่าเท้า
ธันวาไม่ตอบโต้ด้วยการตะคอกกลับอย่างเคย เขากลับค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาพายทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความลุ่มลึกและซับซ้อน จนพายต้องเป็นฝ่ายถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติ กระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับเสาเหล็กเก่าของเรือนกระจกที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางสวน
“ใช่... ผมไม่ใช่พ่อ” ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนเกือบชิด ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มของคนตัวเล็กกว่า “แต่ถ้าผมไม่ได้เป็นอะไรกับคุณเลยจริงๆ ทำไมหัวใจบ้าๆ ดวงนี้ถึงต้องวิ่งตามคุณมาถึงที่นี่ด้วยล่ะพาย”
พายถึงกับพูดไม่ออก หัวใจกระหน่ำเต้นรัวรากับกลองเพล ปากที่เคยเก่งกาจและต่อฝีปากได้อย่างคล่องแคล่วกลับหนักอึ้งขึ้นมาทันที กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นฝนจางๆ จากตัวธันวาทำให้สติที่มีอยู่กระเจิดกระเจิงไปหมด ดวงตาคมคายคู่นั้นไม่มีความเย่อหยิ่งจองหองอย่างที่เคยเห็น มีเพียงความหวั่นไหวและร่องรอยของความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีเยเย็นชามานาน
“คุณ... พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย ถอยไปนะ” พายพยายามยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ธันวากลับคว้าข้อมือนั้นไว้เบาๆ แล้วรวบไปแนบไว้ที่อกด้านซ้ายของเขาเอง
สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วและหนักหน่วงไม่แพ้กัน
“ผมไม่ได้บ้า และผมก็ไม่ได้พูดเล่น” ธันวากดเสียงต่ำลงอีกนิด ดวงตาจดจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของพายราวกับต้องการค้นหาคำตอบ “คุณกำลังซ่อนอะไรบางอย่างไว้ในซากปรักหักพังนี่ใช่ไหมพาย? ความลับที่คุณบอกรินว่ามันคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง... ทำไมคุณต้องเข้ามาขุดคุ้ยอดีตที่มันพังไปแล้วคนเดียว ทำไมไม่ยอมให้ผมช่วย”
พายเม้มริมฝีปากแน่น ความลับที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากโครงสร้างเหล็กและรากไม้ กำลังจะถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีนี้ ภาพความทรงจำวัยเด็กที่เคยเจ็บปวดผุดขึ้นมาในหัว แต่พายเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายเห็นเด็ดขาด
“เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมารับรู้ไงคะ ธันวา คุณรักความสมบูรณ์แบบ รักความเนี๊ยบ... แต่ที่นี่มีแต่ความพังพะเยา มีแต่รอยร้าวที่คุณรับไม่ได้หรอก!”
“ใครบอกคุณว่าผมรับไม่ได้?” ธันวาสวนกลับทันที น้ำเสียงจริงจังจนพายต้องสะดุด “ถ้าผมรังเกียจความไม่สมบูรณ์แบบ ผมคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้... และผมคงไม่ตกหลุมรักคนหัวรั้นอย่างคุณ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเถียงกันเรื่องแบบแปลนสวนแล้วล่ะพาย”
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ ไดอะล็อกตรงไปตรงมาแต่ทรงพลังนั้นกระแทกเข้ากลางใจของพายอย่างจัง ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัวอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้อึดอัด แต่กลับอบอวลไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทั้งคู่ต่างซ่อนไว้มานาน
ธันวาเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น สายตาของสถาปนิกหนุ่มทอดมองลงมาด้วยความอ่อนโยนที่หาดูได้ยาก พายหลุบตาลงมองริมฝีปากของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก มือข้างที่เป็นอิสระค่อยๆ ยกขึ้นเตรียมจะผลักอกเขาออกแต่ก็ชะงักค้างกลางอากาศ
ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระส่ำและบรรยากาศกำลังโรแมนติกถึงขีดสุดนั้นเอง...
“พาย! คุณธันวา! อยู่แถวนี้หรือเปล่าคะ... แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่ออฟฟิศแล้ว!”
เสียงตะโกนพร้อมกับเสียงฝีเท้าวิ่งลุยพุ่มไม้ดังลั่นเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับร่างของรินที่โผล่พรวดพราดเข้ามาตรงซากเรือนกระจกด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด
ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความขัดใจอย่างที่สุด ผละตัวออกจากพายช้าๆ ด้วยความเสียดาย ขณะที่พายรีบกระโดดถอยหลังไปสามก้าว จัดเสื้อผ้าหน้าผมตัวเองให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก
รินกวาดสายตามองหน้าเจ้านายกับสถาปนิกหนุ่มสลับกันไปมาด้วยแววตารู้ทัน ก่อนจะอ้าปากค้างแล้วชี้มือไปที่กองเอกสารเก่าแก่ที่เพิ่งร่วงหล่นลงมาจากซากผนังปูนที่พายเพิ่งขุดคุ้ยเจอเมื่อครู่
“เอ่อ... ขอโทษนะคะที่ขัดจังหวะรัก แต่อีตาสถาปนิกคู่แข่งคนนั้น... ส่งแบบแปลนลับบุกรุกพื้นที่สวนของคุณมาถึงโต๊ะทำงานแล้วค่ะ!”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นของพวกเขานะคะ แล้วมาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันค่ะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 30
วิ่งตามหัวใจ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!