“ถ้าคุณยังลังเลที่จะกดรหัสผ่าน ‘ระบบป้องกันระดับสิบ’ ผมก็คงต้องพิจารณาใหม่ว่าตำแหน่งรองหัวหน้ากิลด์ที่คุณถืออยู่ตอนนี้ มันคุ้มค่ากับความเสี่ยงหรือเปล่า”
ผมวางแก้วกาแฟดำที่ยังคุกรุ่นลงบนโต๊ะโลหะ เสียงกระทบของมันก้องกังวานไปทั่วโถงบัญชาการอดีตโกดังร้างที่บัดนี้กลายเป็น ‘ศูนย์บัญชาการโอเวอร์ลอร์ด’ เสียงนั้นฟังดูหนักแน่นและเย็นชาพอที่จะทำให้ลูน่าที่ยืนอยู่หน้าคอนโซลโฮโลแกรมต้องชะงักมือ
ลูน่าไม่หันกลับมามอง เธอเพียงแต่พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ นิ้วเรียวยาวของเธอรัวผ่านอากาศราวกับนักเปียโนที่กำลังบรรเลงบทเพลงแห่งการทำลายล้าง “ไม่ใช่เพราะฉันกลัวหรอกนะเซย์โร่ แต่การเปิดใช้งานโหมดนี้จะทำให้กิลด์ของเราถูกเพ่งเล็งจากระบบเฝ้าระวังของสมาคมฮันเตอร์ทันที เราจะไม่มีทางถอยหลังกลับไปเป็นกิลด์ระดับล่างที่ไร้พิษสงได้อีกแล้ว คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าเราพร้อมจะเปิดสงครามประสาทกับพวกเบื้องบน?”
ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปยืนเคียงข้างเธอ สายตาของผมจดจ้องไปที่ภาพกราฟิกสามมิติของฐานที่มั่นที่ถูกปรับปรุงจนเป็นป้อมปราการเหล็กกล้า “คำว่า ‘ไร้พิษสง’ มันเป็นแค่คำปลอบใจสำหรับคนที่รอความตายครับลูน่า พวกเขาไม่เคยเห็นเราเป็นพวกเดียวกันตั้งแต่วันที่คุณลาออกจากตำแหน่งนักวิเคราะห์แล้วล่ะครับ”
ผมขยับนิ้วเข้าไปใกล้แผงควบคุม ปัดกราฟิกที่แสดงค่าพลังงานออกมา “ดูนี่สิ การติดตั้ง ‘คอร์พลังงานมังกรนิล’ ที่เราได้มาจากดันเจี้ยนชั้นลึกนั่น มันไม่ใช่แค่เพื่อให้ไฟสว่าง แต่มันคือการสร้างอาณาเขต... อาณาเขตที่แม้แต่ฮันเตอร์แรงค์ S ก็ยังต้องสะท้อนใจที่จะบุกเข้ามา”
ลูน่าหันมาสบตาผม แววตาของเธอสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่เยือกเย็น เธอพยักหน้าแล้วกดรหัสผ่านชุดสุดท้ายลงไป
*ตึง!*
เสียงเครื่องจักรกลขนาดมหาศาลที่ฝังตัวอยู่ใต้พื้นดินเริ่มทำงาน แรงสั่นสะเทือนเบาๆ กระจายตัวไปทั่วอาคาร ผนังคอนกรีตดิบๆ เริ่มถูกแทนที่ด้วยแผ่นเกราะนาโนคาร์บอนที่เลื่อนลงมาปิดตายทุกช่องโหว่ ระบบป้องกันเวทมนตร์กางอาณาเขตใสราวกับฟองสบู่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ภายในเวลาไม่ถึงนาที โกดังที่ดูผุพังได้เปลี่ยนสภาพกลายเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตเมืองชั้นใน
“เสร็จสิ้นแล้วครับ” ผมพึมพำพร้อมกับมองหน้าจอที่รายงานสถานะ ‘ไร้ช่องโหว่’ “ตอนนี้ กิลด์โอเวอร์ลอร์ดไม่ใช่แค่ชื่อเรียก แต่มันคือป้อมปราการที่พร้อมจะบดขยี้ใครก็ตามที่คิดจะข้ามเส้นเข้ามา”
เรายืนเงียบกันอยู่พักใหญ่ ท่ามกลางเสียงหึ่งๆ ของระบบระบายความร้อนที่ทำงานอย่างหนักหน่วง บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบงันไม่ได้ให้ความรู้สึกน่าอึดอัด แต่มันคือความเงียบที่ทรงพลัง เหมือนพายุก่อนการปะทะครั้งใหญ่
“เซย์โร่...” ลูน่าเรียกชื่อผมเบาๆ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไป “มีรายงานความผิดปกติในระบบตรวจจับวงนอก... บางอย่างที่สมาคมฮันเตอร์ไม่น่าจะทำได้”
ผมขมวดคิ้ว มือคว้าแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมาเช็กข้อมูลทันที สัญญาณชีพจรสีแดงหลายจุดกำลังเคลื่อนที่เข้าหาฐานของเราด้วยความเร็วสูง แต่ที่น่าแปลกใจคือ ข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้มาจากฐานทัพของสมาคม แต่มันมาจาก ‘เงามืด’ ที่ฝังตัวอยู่ใต้โครงสร้างเมือง
“ไม่ใช่คนของสมาคม...” ผมกัดฟันแน่น “นี่มันหน่วยสังหารอิสระที่รับงานใต้ดิน... ใครกันที่กล้าทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อลบเราทิ้งในค่ำคืนนี้?”
ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยระดับสีแดงก็ดังกึกก้องไปทั่วฐาน ไฟสำรองสีฉุกเฉินกะพริบสลับกับความมืดมิด จอภาพหลักของกิลด์ดับวูบลงก่อนจะปรากฏภาพของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่กำลังยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตูเหล็กกล้าทางเข้าหลักที่เพิ่งติดตั้งเสร็จ
บุคคลนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวาบ มันไม่ใช่ศัตรูหน้าใหม่ แต่เป็นใบหน้าที่ผมจำได้ดีกว่าใคร... ใบหน้าของคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่เหตุการณ์ทรยศในดันเจี้ยนครั้งนั้น
“พี่ชาย... ยินดีด้วยนะครับที่สร้างบ้านหลังใหม่ได้มั่นคงขนาดนี้” ชายปริศนาเอ่ยผ่านไมโครโฟนหน้าประตู น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบและคุ้นหูจนน่าขนลุก “แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่า... คนที่สอนวิธีสร้างป้อมปราการให้คุณ ก็คือคนที่รู้วิธีทำลายมันจากข้างในที่สุดนะครับ”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในฐานะผู้อ่านที่ยอดเยี่ยมครับ โอเวอร์ลอร์ดซีโร่หวังว่าบทนี้จะทำให้ท่านรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของสงครามที่กำลังจะอุบัติขึ้นนะครับ
ไร้พ่ายในเงามืด: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุด•ตอนที่ 17
ยกระดับฐานที่มั่น
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร้พ่ายในเงามืด: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!