“กฎเกณฑ์ที่เขียนขึ้นบนกระดาษน่ะหรือครับ? มันก็แค่หมึกที่รอวันจางหายไปตามกาลเวลา แต่ถ้าคุณต้องการสร้างกฎที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย... คุณต้องเขียนมันด้วยเลือดและชัยชนะครับ”
เซย์โร่วางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คสีเข้ม สายตาของเขาไม่ได้มองไปยังเอกสารสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างกิลด์ที่วางกองอยู่เบื้องหน้า แต่มองออกไปนอกหน้าต่างกระจกนิรภัยชั้นที่ 99 ของตึกสำนักงานใหญ่ ‘Zero-Point’ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางมหานครที่เคยพังทลายลงจากวิกฤตดันเจี้ยนเบรกเมื่อสามปีก่อน
ลูน่ายืนพิงกรอบประตู เธอกอดอกมองแผ่นหลังที่ดูสงบนิ่งของชายหนุ่มผู้เปลี่ยนโลกใบนี้ไปตลอดกาล เธอยังจำวันแรกที่เขาเป็นเพียงฮันเตอร์แรงค์ F ที่ไม่มีแม้แต่ชื่อในทำเนียบกิลด์ได้แม่นยำ วันนี้เซย์โร่ไม่ได้เป็นเพียงหัวหน้ากิลด์ แต่เขาคือนามธรรมของ 'ความสงบสุข' ที่แลกมาด้วยความโหดเหี้ยมและวางแผนอย่างรัดกุม
“โลกกำลังจับตามองคุณอยู่ค่ะ... ไม่ใช่สิครับ ผมต้องใช้คำว่าโลกกำลังรอฟังคำพิพากษาของคุณอยู่” ลูน่ากล่าวพลางเดินเข้ามาใกล้ วางแท็บเล็ตแสดงข้อมูลสถิติของฮันเตอร์ทั่วโลกที่ลดอัตราการก่ออาชญากรรมลงถึง 90% นับตั้งแต่กิลด์ Zero-Point เข้าควบคุมเขตพื้นที่ภัยพิบัติทุกแห่ง
เซย์โร่หันกลับมา แววตาของเขาไม่มีความเย่อหยิ่งของผู้นำที่ครองอำนาจล้นฟ้า มีเพียงความว่างเปล่าที่ผ่านการขัดเกลาจนเหลือแต่ความคมกริบเหมือนใบมีดที่ถูกเก็บไว้ในฝัก “ความสงบสุขไม่ได้เกิดจากความเมตตาหรอกครับลูน่า มันเกิดจากความกลัวที่ถูกจัดการอย่างเหมาะสมต่างหาก วันนี้เราไม่ได้จะไปประกาศสงครามกับใคร แต่เรากำลังประกาศว่า 'ยุคแห่งการไร้ระเบียบ' ได้จบลงแล้ว”
เขาเดินไปที่หน้าต่าง เงาสะท้อนในกระจกทำให้เขาเห็นตัวเอง—ภาพของเด็กหนุ่มที่เคยถูกทิ้งให้ตายในดันเจี้ยน บัดนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ทั้งโลกต้องสยบยอม
“ไปเตรียมรถเถอะครับ” เซย์โร่สั่ง “วันนี้ผมจะไปปิดบัญชีสุดท้ายด้วยตัวเอง”
...
ท่ามกลางลานกว้างหน้าศูนย์บัญชาการสมาคมฮันเตอร์นานาชาติที่เคยเป็นฐานที่มั่นของพวกกลุ่มอิทธิพลมืด ฝูงชนฮันเตอร์หลายพันคนต่างยืนนิ่งสนิท ทันทีที่รถสีดำสนิทของ Zero-Point เคลื่อนตัวเข้ามา ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมราวกับกดสวิตช์ปิดเสียง เสียงลมพัดเบาๆ ยังดูดังก้องเกินไป
เซย์โร่ก้าวลงจากรถ รองเท้าหนังขัดเงาเหยียบลงบนพื้นคอนกรีตที่แตกร้าว เขาไม่ได้พกอาวุธใดๆ ติดตัว มีเพียงแหวนสัญลักษณ์กิลด์ที่ส่องประกายเย็นเยือกบนนิ้วนางข้างขวา
“เซย์โร่!” เสียงตะโกนดังขึ้นจากกลุ่มคนที่ยังหลงเหลือแนวคิดแบบเก่า “แกคิดว่าการรวมอำนาจไว้ที่กิลด์เดียวจะทำให้แกเป็นพระเจ้าหรือยังไง! แกมันก็แค่คนทรยศที่ก้าวขึ้นมาบนศพของพวกเรา!”
เซย์โร่หยุดเดิน เขาไม่ได้โกรธเคือง เขาเพียงแค่หันไปสบตาชายที่ตะโกนด้วยความสงบนิ่งจนอีกฝ่ายต้องชะงัก สายตาที่ผ่านการมองเห็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนนั้นกดดันจนอีกฝ่ายแทบทรุดเข่าลง
“คำว่าทรยศ... เหมาะกับคนที่ขายชาติให้ดันเจี้ยนเพื่อเงินรางวัลมากกว่านะครับ” เซย์โร่กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นจนได้ยินไปทั่วลาน “ที่ผมทำไม่ใช่เพื่อการเป็นพระเจ้า แต่ผมทำเพื่อให้คนที่เกิดมาไม่มีพลังอย่างผมในวันวาน ไม่ต้องก้มกราบใครเพียงเพื่อให้มีลมหายใจอยู่ในวันพรุ่งนี้”
เขาไม่ได้ชักชวนให้คนเหล่านี้ศรัทธา แต่เขาแสดงให้เห็นถึง 'อำนาจ' ที่แท้จริง
เซย์โร่แบมือออก ออร่าสีครามเข้มกระจายตัวออกไปราวกับคลื่นน้ำ ทันใดนั้นประตูมิติ (Gate) ขนาดใหญ่ที่ถูกผนึกไว้อย่างแน่นหนาด้วยเทคโนโลยีของสมาคมฮันเตอร์ซึ่งไม่มีใครกล้าเปิด ก็เริ่มสั่นสะเทือน เซย์โร่เพียงแค่ขยับนิ้ว พลังเวทที่หนาแน่นจนเปลี่ยนอากาศรอบตัวให้กลายเป็นของเหลวก็พุ่งเข้าจัดการกับรอยแยกมิตินั้นจนดับสูญไปในพริบตา
ความสามารถในการลบดันเจี้ยนโดยไม่ต้องต่อสู้—ทักษะที่เขาพัฒนาขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา คือเครื่องยืนยันว่า ต่อไปนี้โลกไม่ต้องพึ่งพาระบบฮันเตอร์ที่สูบกินชีวิตมนุษย์อีกต่อไป
“ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป” เซย์โร่ประกาศก้อง “Zero-Point จะทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์เพียงหนึ่งเดียว ระบบที่เคยสร้างความเหลื่อมล้ำจะถูกรื้อทิ้ง กิลด์ทุกกิลด์จะกลายเป็นหน่วยงานบริการสังคมภายใต้การดูแลของเรา ใครที่ขัดขืน... เชิญลองดูว่าความมืดที่คุณกลัว จะมีรสชาติเป็นอย่างไร”
เขาไม่ใช้กำลังบังคับ แต่เขาใช้ 'ผลลัพธ์' เป็นตัวตัดสิน ทุกคนรู้ดีว่าหากขาดเซย์โร่ไป โลกนี้จะกลับไปสู่จุดเริ่มต้นที่โกลาหล พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยอมรับยุคสมัยใหม่นี้
...
ค่ำคืนนั้นที่ดาดฟ้าตึกสำนักงานใหญ่ เซย์โร่ยืนดื่มไวน์เพียงลำพัง ลูน่าเดินเข้ามาใกล้พลางทอดสายตามองดูเมืองที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากการจัดระเบียบพลังงานที่เขาเพิ่งมอบให้โลก
“มันจบลงแล้วใช่ไหมคะ... เอ้ย, ครับ” ลูน่าเปลี่ยนสรรพนามอย่างเคยชินและยิ้มออกมา
เซย์โร่หันมามองคู่คิดของเขา “การเดินทางน่ะจบแล้วครับลูน่า แต่การปกครองมันเพิ่งเริ่มต้น เราไม่ได้ต้องการให้โลกเป็นระเบียบตามใจเรา แต่เราต้องการให้โลกเป็นพื้นที่ที่ใครสักคนจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องทำตัวเป็นเงามืดเหมือนอย่างที่ผมเคยเป็น”
เขาเคาะแก้วไวน์เบาๆ พลางมองขึ้นไปยังดวงดาวที่ไร้ซึ่งเงามืดของดันเจี้ยนครอบคลุมอีกต่อไป ในที่สุด เขาก็ไม่ได้เป็นเพียงฮันเตอร์ที่ถูกระบบกดขี่ แต่เขาคือนายเหนือหัวของโชคชะตาตัวเองและทุกคนบนโลกใบนี้
“ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงวินาทีนี้นะครับ” เซย์โร่กล่าวพลางมองไปยังกล้อง/ผู้อ่านที่กำลังอ่านบันทึกเล่มสุดท้ายนี้ “เพราะโลกไม่ได้ต้องการวีรบุรุษที่สมบูรณ์แบบเสมอไป แต่อยากได้คนที่มีแผนการที่แม่นยำเพื่อจะเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น... และนั่นคือสิ่งที่ผมทำครับ”
เซย์โร่วางแก้วลง เดินหายเข้าไปในเงามืดของออฟฟิศ ทิ้งไว้เพียงทิ้งผลงานที่เป็นตำนาน และความเงียบสงบที่ชั่วกัลปาวสาน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตมาพร้อมกับเซย์โร่ในบทสรุปของตำนานครั้งนี้นะครับ โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
ไร้พ่ายในเงามืด: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุด•ตอนที่ 25
ยุคสมัยใหม่ของ Zero-Point
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร้พ่ายในเงามืด: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!