"แกจะบอกว่าสิ่งที่อยู่ในซองนั้น... มันเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาลเลยเหรอริน?"
มินตราถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตาที่จ้องมองมานั้นกลับเต็มไปด้วยความอยากรู้ที่พยายามสะกดกลั้น รินรดาไม่ได้ตอบในทันที เธอเพียงแต่นั่งกอดแก้วกาแฟที่อุ่นจนเริ่มเย็นชืด สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างร้านคาเฟ่ที่เงียบสงัด เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ แทรกซึมผ่านบรรยากาศ แต่ภายในใจของเธอกลับพายุโหมกระหน่ำ
รินรดาค่อยๆ เลื่อนซองเอกสารสีน้ำตาลที่พกติดตัวมาวางลงบนโต๊ะไม้ สัมผัสของมันหนักอึ้งราวกับบรรจุความลับสิบปีที่เธอพยายามโง่เขลาไม่ยอมรับรู้เอาไว้ข้างใน
"ฉันไม่คิดว่าคินทร์จะเก็บมันไว้" เสียงของรินรดาสั่นพร่า เธอพยายามกลืนก้อนความขมขื่นลงคอ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันหลอกตัวเองมาตลอดว่าเราเป็นแค่เพื่อนกัน แต่สิ่งที่อยู่ในนี้... มินตรา มันบอกฉันว่าความจริงที่ฉันพยายามปิดหูปิดตามาตลอด มันไม่ได้เป็นแค่ความฝันข้างเดียวของฉัน"
มินตราขมวดคิ้วแน่น เธอหยิบซองนั้นขึ้นมาดู แต่รินรดาคว้าข้อมือเพื่อนเอาไว้เสียก่อน
"อย่าเพิ่งดูเลย" รินรดากล่าว พลางแค่นยิ้มที่ดูน่าเวทนาที่สุด "ให้ฉันได้เตรียมใจก่อน... ฉันกลัวเหลือเกินว่าถ้าฉันอ่านมันจนจบ ฉันจะไม่สามารถมองหน้าเขาด้วยความรู้สึกแบบเดิมได้อีกต่อไป ความกลัวที่จะเสียเขาไป มันมากกว่าความเจ็บปวดที่ต้องเก็บงำความรักนี้ไว้เสียอีก"
มินตราถอนหายใจยาว วางมือลงบนหลังมือของเพื่อนสนิทอย่างปลอบประโลม "ริน ฟังนะ แกกลัวการสูญเสียจนแกยอมขังตัวเองไว้ในกรงที่แกสร้างขึ้นเอง แต่แกเคยถามไหมว่าคนที่เขาซ่อนสิ่งนี้ไว้ เขาไม่ได้ทรมานเหมือนแกหรือ? บางทีคินทร์อาจจะกำลังรอให้แกเป็นคนเปิดมันออก เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องแบกความลับนั้นไว้เพียงลำพัง"
"เขาเป็นคนขี้ขลาด" รินรดาเปรยออกมาเบาๆ ดวงตาเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส "เราทั้งคู่ต่างก็ขี้ขลาด มินตรา... เราต่างคนต่างวางกำแพงไว้สูงจนมองไม่เห็นว่าอีกฝั่งมีใครรออยู่ สุดท้ายกำแพงนั้นมันก็กลายเป็นคุกที่ขังหัวใจเราไว้จนเน่าตาย"
บรรยากาศในร้านดูเหมือนจะหดเล็กลง ความเงียบของคนสองคนบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก รินรดานึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ลายนิ้วมือของเธอที่สัมผัสถูกกระดาษเนื้อหยาบในซอง แววตาของคินทร์ที่ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก เขามือสั่น... ใช่ คินทร์ไม่ได้โกรธที่เธอเห็น แต่มันคือความกลัว... กลัวว่าความสัมพันธ์ที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจะพังทลายลง
"ถ้าเขาไม่ได้คิดเหมือนแก" มินตราถามแทรกความเงียบ "แกจะทำยังไง?"
"ฉันก็คงต้องเดินจากไป" รินรดาตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด "ความรักสำหรับฉันไม่ใช่การครอบครอง แต่มันคือการได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข แม้ว่าความสุขนั้นจะไม่มีพื้นที่เหลือให้ฉันยืนอยู่เลยก็ตาม แต่ถ้าในซองนี้... มันคือหลักฐานว่าเขาก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน ฉันก็คงไม่ให้อภัยตัวเองที่ยอมเสียเวลาสิบปีไปกับการเดาใจที่ไม่มีวันจบสิ้น"
มินตราหยิบซองนั้นขึ้นมาอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะค่อยๆ ดึงแผ่นกระดาษที่พับไว้จนยับยู่ยี่ออกมา มันไม่ใช่จดหมายรัก แต่มันคือภาพถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่งที่คินทร์ไม่เคยบอกใครว่าเก็บไว้... ภาพของรินรดาในวันที่เธอกำลังยิ้มให้เขาโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือหนักแน่นที่ด้านหลัง
*‘แด่ลมที่พัดผ่านใจ... แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีวันเอื้อมถึง แต่ขอเพียงแค่ได้มองเห็นรอยยิ้มนี้ต่อไปให้นานที่สุด ก็ถือเป็นโชคชะตาที่คุ้มค่าที่สุดแล้ว’*
รินรดาอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา หัวใจของเธอเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินลงมาเงียบๆ ความรู้สึกที่ถูกกดทับไว้กว่าทศวรรษประดังเข้ามาจนเธอแทบยืนไม่อยู่
"เขาเขียนถึงแก... ริน" มินตรากระซิบ
รินรดานิ่งงัน ท่ามกลางความเงียบงันนั้น จู่ๆ ประตูกระจกหน้าร้านก็ถูกผลักออกอย่างแรง เสียงกระดิ่งเหนือประตูสั่นระรัวดึงสติทั้งคู่ให้หันไปมอง คินทร์ยืนหอบหายใจอยู่ตรงนั้น เสื้อเชิ้ตที่เขาสวมดูยับย่นผิดจากมาดสุขุมปกติ สายตาที่มองมายังรินรดานั้นสั่นไหวและเต็มไปด้วยความคาดหวังที่พังทลาย
"ผมบอกแล้วไง..." คินทร์เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบพร่า ขณะก้าวเดินเข้ามาใกล้ "ว่าอย่าเพิ่งเปิดมันจนกว่าผมจะพร้อม... ผมยังไม่พร้อมที่จะเห็นแววตาสมเพชจากคุณ ในตอนที่คุณรู้ว่าเพื่อนสนิทคนนี้ รักคุณมากแค่ไหน"
เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงแค่ลมหายใจกั้น รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา ในมือของเธอยังคงกำภาพถ่ายใบนนั้นไว้แน่น
"คินทร์..." เธอเรียกชื่อเขาได้เพียงเท่านั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะพร่าเลือนด้วยน้ำตา
ทว่าในจังหวะที่คินทร์กำลังจะเอื้อมมือมาคว้าซองเอกสารนั้นกลับไป โทรศัพท์ของมินตราก็ดังขึ้นขัดจังหวะ มินตราขมวดคิ้วเมื่อเห็นหน้าจอ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอรีบกดรับสายฟังเสียงจากปลายทางเพียงไม่กี่วินาที แล้วหันมามองเพื่อนทั้งสองด้วยแววตาที่สั่นไหวราวกับโลกกำลังจะถล่มลงตรงหน้า
"ริน... คินทร์..." มินตราเสียงสั่น "เมื่อกี้ทางบ้านพักคนชราโทรมา... เขาบอกว่าจดหมายฉบับหนึ่งที่พวกแกตามหามาตลอดสิบปี ถูกส่งไปถึงมือคุณย่าของคินทร์แล้ว และตอนนี้... ท่านกำลังจะเปิดอ่านมัน เดี๋ยวนี้"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครมาจนถึงตอนนี้ครับ
สายลมแผ่วเบา
ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน•ตอนที่ 19
คำสารภาพในใจ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!