ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน•ตอนที่ 17

ระยะห่างที่ลดลง

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
“ผมถาม... แต่คุณกลับเลือกที่จะเงียบ” คินทร์ขยับกายเข้าใกล้จนแผ่นหลังของรินรดาชิดกับผนังเย็นเฉียบของห้องทำงานที่ถูกล็อคกลอนไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมบุรุษผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าในห้องทำงานดึกดื่นเช่นนี้ บีบคั้นให้หัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะจนแทบจะทะลุออกมานอกอก รินรดาเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า นัยน์ตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความสุขุมอย่างที่เคยเป็น แต่มันวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรงจนใกล้จะดับ ความเงียบงันเป็นคำตอบเดียวที่เธอให้กับเขามาตลอดสิบปี แต่วินาทีนี้ มันกลับกลายเป็นอาวุธที่ทิ่มแทงหัวใจของเธอเอง “ริน... มิตรภาพสิบปีมันค้ำคอคุณอยู่ หรือคุณกลัวว่าถ้าก้าวข้ามเส้นนี้ไป เราจะพังทลายจนไม่เหลือแม้แต่เศษซากของคำว่าเพื่อน?” คินทร์ถามพลางวางมือลงบนผนังข้างศีรษะของเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขนที่เต็มไปด้วยความสับสน รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้ใต้เปลือกนอกที่นิ่งเฉยกำลังปะทุขึ้นมาเหมือนลาวาที่เดือดพล่าน “ถ้าฉันตอบว่าใช่... คุณจะถอยกลับไปที่จุดเดิมไหมคะ... เอ้อ ขอโทษทีครับ ผมเผลอติดนิสัยพูดแบบนั้นไป” เธอแก้คำพูดด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่ซ่อนความขมขื่นไว้ “ถ้าฉันตอบว่าใช่ คินทร์จะถอยกลับไปเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเหมือนเดิมไหม” คินทร์นิ่งไป ครู่หนึ่งที่ดวงตาของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากของเขาจรดกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวหน้าจนเธอต้องหลับตาลง “ผมเลิกเป็นคนโกหกตัวเองตั้งแต่นาทีที่เห็นคุณร้องไห้เมื่อสัปดาห์ก่อนแล้วครับริน” เสียงของเขาแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ “สิบปีที่ผ่านมา ผมพยายามบอกตัวเองว่านี่คือความรักแบบเพื่อน แต่มันไม่ใช่... ทุกครั้งที่คุณหันไปหาคนอื่น ทุกครั้งที่คุณยิ้มให้ใครโดยไม่มองมาที่ผม ใจผมมันเหมือนถูกกรีดจนแผลเหวอะหวะ” “คินทร์...” รินรดาครางชื่อเขาออกมาอย่างแผ่วเบา มือของเธอสั่นเทาขณะที่พยายามผลักอกเขาออก แต่คินทร์กลับรวบข้อมือของเธอไว้แล้วดึงให้แนบชิดยิ่งขึ้น ระยะห่างที่เคยมีอยู่ดูเหมือนจะสูญสิ้นไปในพริบตา “อย่าผลักผมออกอีกเลยนะริน” เขากระซิบชิดริมฝีปาก “ความกลัวของคุณที่มีต่อการสูญเสีย มันทำร้ายเราทั้งคู่มามากพอแล้ว... ต่อให้พรุ่งนี้โลกจะถล่ม หรือมิตรภาพของเราจะกลายเป็นเถ้าถ่าน ผมก็อยากจะเสี่ยง... เสี่ยงเพื่อที่จะรู้ว่า การมีคุณอยู่ข้างๆ ในฐานะอื่นที่ไม่ใช่แค่เพื่อน มันจะอบอุ่นแค่ไหน” รินรดารู้สึกเหมือนกำแพงในใจที่สร้างมาตลอดทศวรรษกำลังพังทลายลงทีละน้อย ความรักที่เธอกดทับไว้ใต้ความจงรักภักดีในฐานะเพื่อนสนิทเริ่มตีรวนออกมาผ่านนัยน์ตาที่คลอหน่วง เธอไม่ได้ต้องการเพียงแค่คำพูด แต่เธอต้องการความมั่นใจ... ความมั่นใจว่าคินทร์จะไม่มีวันปล่อยมือเธอไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น “คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมครับ... ว่าเราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว” รินรดาถามเสียงสั่น “ผมไม่เคยอยากกลับไปจุดนั้นเลยสักครั้ง” คินทร์ตัดสินใจประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับเป็นการให้คำสัตย์ปฏิญาณ ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เสียงเคาะประตูที่รุนแรงและเร่งรีบก็ดังขัดจังหวะขึ้น *ปัง! ปัง! ปัง!* “คินทร์! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่ารินอยู่ในนั้น!” เสียงของมินตราตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความร้อนรน “ถ้าไม่อยากให้เรื่องที่เธอปิดบังไว้ทั้งหมดต้องหลุดออกไปถึงหูคนทั้งบริษัท ก็เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” คินทร์ชะงัก ร่างกายที่เคยผ่อนคลายกลับเกร็งขึ้นมาทันที ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความเคร่งขรึมในพริบตา รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นแววตาของเขาที่เปลี่ยนไป ความกลัวที่เคยซ่อนอยู่ภายใต้ความรักเริ่มตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง “ความลับเรื่องอะไรคินทร์?” รินรดากระซิบถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ขณะที่คินทร์ยังคงยืนนิ่ง ไม่ขยับไปทางประตู แต่สายตาของเขากลับจ้องมองไปที่ลิ้นชักในโต๊ะทำงานของตัวเอง ซึ่งเขารู้ดีว่ามันเก็บซ่อน 'ความจริง' ที่เขายังไม่พร้อมให้ใครล่วงรู้ไว้ที่นั่น ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเส้นทางความรักของพวกเขามาถึงตอนนี้นะครับ "สายลมแผ่วเบา" ซาบซึ้งใจยิ่งนักครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%