วุ่นนักกระดานชนวนรักของยัยกราฟิกดีไซน์เนอร์•ตอนที่ 2

ปากดีไม่มีใครเกิน

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
“ปล่อยครับคุณคิรากร... นี่ห้องประชุม ไม่ใช่สตูดิโอส่วนตัวของคุณ” รินรดาขยับตัวออกจากวงแขนแข็งแรงที่ยังคงโอบรัดเอวเธอไว้อย่างถือสิทธิ์ สายตาของเธอแข็งกร้าว สะท้อนความไม่พอใจที่ถูกกระทำต่อหน้าเมฆาและเหล่าทีมงานที่นั่งอึ้งกันอยู่ทั่วโต๊ะประชุม คิรากรไม่สะทกสะท้าน เขายังคงยืนซ้อนหลังเธอ รัศมีเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มกดทับบรรยากาศในห้องจนแทบหยุดหายใจ เขาก้มลงมาใกล้ใบหูของหญิงสาว กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสมกลิ่นมินต์สะอาดตาจู่โจมประสาทสัมผัสของเธอจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ “สมบัติส่วนตัว... ก็ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ไม่ใช่หรือครับรินรดา” เขาจงใจเน้นชื่อเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำก่อนจะผละออกไปนั่งประจำตำแหน่งหัวโต๊ะ ใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบเฉยไร้อารมณ์นั้น ดูเหมือนจะมีความพึงพอใจลึกๆ ซ่อนอยู่เมื่อเห็นรินรดาเม้มปากแน่นด้วยความขัดใจ “งานดีไซน์ชุดนี้... ผมขอพูดตรงๆ นะ” คิรากรโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังปัง! “เหมือนขยะที่ไร้ทิศทาง นี่หรือคือผลงานของคนที่เคลมว่าตัวเองเป็นมืออาชีพ?” รินรดาตบโต๊ะลุกขึ้นยืนทันที “ขยะงั้นเหรอคะ? คุณคิรากร งานชิ้นนี้ฉันใช้เวลาทำมาสามวันสามคืน แก้ไขตามบรีฟทุกกระเบียดนิ้ว แต่คุณกลับมองว่ามันไร้ทิศทางเพียงเพราะคุณต้องการจะกดดันฉัน!” “ผมไม่ได้กดดัน แต่ผมมองเห็นความจริง” คิรากรเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาคู่คมจ้องมองรินรดาอย่างท้าทาย “งานของคุณมันสวย แต่มันไม่มี ‘วิญญาณ’ มันขาดความกล้าที่จะฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ถ้าคุณจะทำงานแค่ตามคำสั่งเหมือนหุ่นยนต์ ก็ไปทำโปรเจกต์ของเมฆาเถอะครับ แต่อย่าเอาขยะแบบนี้มาวางในห้องประชุมของผม” บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด เมฆาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยกยิ้มมุมปาก เขาจ้องมองสถานการณ์อย่างผู้ที่รอจังหวะ “ถ้างานของผมมันแย่ขนาดนั้น...” เมฆาแทรกขึ้น น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความร้ายกาจ “ผมว่าคุณรินรดาควรพิจารณาข้อเสนอของผมนะครับ เรามีสไตล์การทำงานที่เข้าขากันมากกว่าที่ต้องมาทนฟังคนอีโก้สูงพูดจาดูถูกเหยียดหยามแบบนี้” รินรดาสบตากับคิรากร แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความโกรธจัดที่ถูกสบประมาท แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รับรู้ได้ถึงความสับสนที่พุ่งเข้ามาในใจ เธอเกลียดนิสัยเผด็จการของคิรากร แต่มันกลับเป็นเขาเสมอที่ทำให้เธออยากพัฒนาตัวเองให้เหนือกว่าใคร “ฉันจะแก้ใหม่” รินรดากล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงความดุดัน “จะแก้ให้คุณเห็นว่า ‘วิญญาณ’ ของดีไซน์เนอร์คนนี้ มันมีค่ามากกว่าคำวิจารณ์ไร้สาระของคุณ และเมื่อถึงตอนนั้น... อย่ามาขอให้ฉันร่วมงานด้วยก็แล้วกัน” คิรากรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยเย็นชากลับวูบไหวด้วยความปรารถนาบางอย่างที่เขาไม่เคยเผยให้ใครเห็น “งั้นคืนนี้ 2 ทุ่ม... ที่ออฟฟิศเดิม ถ้างานยังไม่ผ่าน ผมจะบังคับให้คุณออกไปทานมื้อค่ำกับผม เพื่อเป็นการทำโทษที่คุณทำตัวไม่น่ารักในวันนี้” “ใครจะไป!” รินรดาตวาดกลับ “ถ้าไม่มา... ผมจะถือว่าคุณยอมแพ้ แล้วผมจะส่งจดหมายยกเลิกโปรเจกต์นี้ถึงบริษัทคุณเอง เลือกว่าจะมาหาผม หรือจะตกงาน” พูดจบ คิรากรก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขากวาดสายตามองทุกคนในห้องก่อนจะหยุดที่รินรดาเป็นคนสุดท้าย “ประชุมจบแล้ว แยกย้าย” ร่างสูงเดินออกจากห้องไปทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน รินรดายืนกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ เมฆาเดินเข้ามาใกล้เธอพลางทำท่าจะแตะไหล่ แต่เธอกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว “คุณคิรากรเขาก็เป็นแบบนี้แหละครับ ริน” เมฆากล่าวด้วยน้ำเสียงเห็นใจ “เขาแค่พยายามดึงศักยภาพคุณออกมาด้วยวิธีที่ผิดๆ” รินรดาไม่ตอบ เธอคว้ากระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องประชุมด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนในอก คำขู่ของคิรากรไม่ใช่คำขู่ธรรมดา เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้บ้าอำนาจแค่ไหน และเขาสามารถทำทุกอย่างที่พูดไว้ได้จริงๆ เวลา 20.00 น. ในคืนนั้น รินรดามายืนอยู่หน้าประตูออฟฟิศที่เงียบสงัด เธอชั่งใจอยู่นานก่อนจะตัดสินใจผลักประตูเข้าไป แสงไฟในห้องทำงานของคิรากรเปิดทิ้งไว้เพียงมุมเดียว บนโต๊ะมีแก้วกาแฟเย็นชืดวางอยู่ข้างแฟ้มงานของเธอ ทว่า... รินรดากลับพบกับความว่างเปล่า ไม่มีร่างของชายหนุ่มอยู่ที่นั่น เธอก้าวเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นบางอย่างบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดค้างไว้ มันเป็นไฟล์งานของเธอที่ถูกคิรากรแก้ไขด้วยลายมือในรูปแบบดิจิทัล ทุกจุดที่เขาตำหนิถูกทำเครื่องหมายไว้พร้อมคำอธิบายละเอียดอ่อนว่า *‘ตรงนี้คุณทำดีแล้ว แต่อยากให้ลองปรับจังหวะสีให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้น... ผมเชื่อว่าคุณทำได้’* หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความโกรธที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความสับสนที่เริ่มก่อตัวขึ้น “มาจนได้นะครับ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังของห้อง รินรดาสะดุ้งสุดตัวหันกลับไปมอง คิรากรยืนกอดอกพิงกรอบประตูในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำที่พับแขนขึ้นเผยให้เห็นกล้ามแขนแข็งแรง สายตาของเขามองเธอด้วยความรู้สึกที่ตีความไม่ออก “คุณ... คุณไม่ได้ไปไหน?” “ผมรอคุณอยู่” เขาขยับก้าวเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ “และผมก็เตรียมมื้อค่ำไว้ให้คุณแล้ว บนโต๊ะนั่น” เขายกมือชี้ไปที่มุมห้อง ที่มีอาหารระดับพรีเมียมวางอยู่เต็มโต๊ะ ราวกับว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำงาน แต่ตั้งใจจะรอคอยการมาถึงของเธอมากกว่าสิ่งใด “ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้... ถ้าคุณอยากให้ฉันแก้ ก็แค่สั่งสิคะ ทำไมต้องประชดประชันกันแบบนั้น” รินรดาถามเสียงสั่น คิรากรหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ประชิดกัน เขาเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปิดหน้าหญิงสาวอย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนนั้นทำให้รินรดาหัวใจเต้นผิดจังหวะ “เพราะถ้าผมไม่กวนประสาทคุณ... คุณก็คงไม่แสดงด้านที่ดื้อรั้นและจริงจังออกมาให้ผมเห็นแบบนี้” คิรากรก้มลงมากระซิบใกล้ริมฝีปากเธอ “และบอกตามตรง... การได้เห็นคุณโกรธผม มันก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนปากร้ายอย่างผมเหมือนกัน” ก่อนที่รินรดาจะได้โต้ตอบ เสียงโทรศัพท์มือถือของคิรากรก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ ชายหนุ่มขมวดคิ้วเมื่อเห็นชื่อผู้โทร เขาเหลือบมองรินรดาแวบหนึ่งก่อนจะกดรับสายด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้น “ว่าไงนะครับ... ที่ไหนนะ?” รินรดามองดูเขาที่หันหลังเดินออกไปรับโทรศัพท์ไกลออกไป แต่แล้วคิรากรก็หันกลับมามองเธอด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง “รินรดา! อย่าเพิ่งไปไหนเด็ดขาด เมฆามันไปที่บริษัทคุณ... มันกำลังจะทำลายไฟล์งานต้นฉบับทั้งหมด!” หวังว่ารี้ดที่น่ารักของราชันย์หอกทมิฬจะยังไม่วางมือถือลง เพราะเรื่องราวต่อจากนี้กำลังจะเดือดระอุยิ่งกว่าเดิมครับ!
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนักกระดานชนวนรักของยัยกราฟิกดีไซน์เนอร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%