"มินตรา... วันนี้เราจะกินกล้วยทอดที่แพงที่สุดในโลกกันนะ"
ประโยคที่ผมเพิ่งประกาศกร้าวออกไปเมื่อครู่ ทำเอาหญิงสาวตรงหน้าถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง เธอวางตะเกียบไม้ไผ่ลงบนโต๊ะพลาสติกสีแดงย้วยในศูนย์อาหารของห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่างแรง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรง The Matrix จ้องมองผมราวกับกำลังพิจารณาว่าผมควรถูกส่งตัวไปแผนกจิตเวชหรือแผนกนิติวิทยาศาสตร์ก่อนดี
"ธันวา... นายไหวไหมเนี่ย" มินตราถอนหายใจยาวเหยียดจนไหล่ตก เธอใช้ปลายนิ้วดันแว่นขึ้นเบาๆ พลางกวาดสายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเวทนาปนเหนื่อยหน่าย "บริษัทเพิ่งล้มละลาย รถหรูโดนยึด บัตรเครดิตทุกใบโดนอายัด แถมตอนนี้เราเหลือเงินสดติดตัวกันแค่สามร้อยห้าสิบบาท... กล้วยทอดถุงละยี่สิบบาทตรงนั้น ก็คือความหรูหราที่สุดที่เราเอื้อมถึงแล้วนะ"
ผมยิ้มมุมปาก ยักไหล่แบบผู้ดีอังกฤษที่ต่อให้ตกอับก็ยังรักษาฟอร์มไว้ได้ครบถ้วน ทว่าในใจกลับกำลังกรีดร้องโหยหวนยิ่งกว่าโดนน้ำร้อนลวก เพราะเสียงแจ้งเตือนจากระบบเวรตะไลที่ดังอยู่ในหัวสมองตั้งแต่ออกจากบ้าน มันกำลังนับถอยหลังด้วยเสียงติ๊กต่อกชวนประสาทกิน
*[ติ๊ง! ตรวจพบความตึงเครียดระดับ 9/10 ของคู่หมั้นผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุข! ระบบ "ช็อตฟีลตัวตึง" ขอประกาศภารกิจพิเศษฉุกเฉินประจำบทที่ 2!]*
*[ภารกิจ: "สเต็ปนี้พี่ไม่ได้ขอ... แต่ระบบบังคับ!"]*
*[รายละเอียด: จงลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้กลางศูนย์อาหารที่มีคนพลุกพล่านที่สุด เต้นท่าโคฟเวอร์เกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีเพลงฮิตล่าสุด เป็นเวลา 3 นาทีเต็ม โดยต้องอินเนอร์จัดเต็ม สีหน้าเย้ายวนราวกับเป็นเซนเตอร์วงดนตรีระดับโลก!]*
*[รางวัลสำเร็จภารกิจ: ปลดล็อกเงินสดเข้าบัญชีทันที 10,000 บาทถ้วน (พร้อมเงินทอนให้ซื้อกล้วยทอดทั้งร้าน!)]*
*[บทลงโทษหากล้มเหลว: ระบบจะทำการสุ่มเปลี่ยนเสียงพูดของท่านให้กลายเป็นเสียงเป็ดโดนบีบคอไปตลอด 24 ชั่วโมง!]*
ให้ตายเถอะครับท่านผู้ชม! นี่มันระบบบ้าบออะไรกันเนี่ย! ให้ผมซึ่งเคยเป็นถึง CEO หนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เจ้าของฉายา "พญายมแห่งตลาดหุ้น" ต้องไปเต้นส่ายสะโพกโยกย้ายโชว์พวกมนุษย์เงินเดือนและป้าแม่บ้านกลางห้างเนี่ยนะ? ถ้าข่าวนี้หลุดรอดออกไป หุ้นบริษัทคู่แข่งคงหัวเราะจนฟันหลุดหมดปากแน่ๆ!
แต่พอลองนึกภาพตัวเองส่งเสียงร้อง "กั๊บๆๆ" เหมือนเป็ดเวลาคุยงานกับลูกค้า... ผมยอมตายเสียยังจะดีกว่า!
"ธันวา... ทำไมหน้าซีดอย่างนั้นล่ะ? เครียดเรื่องคดีความเหรอ?" มินตราเอื้อมมือมาแตะหน้าผากผมด้วยความห่วงใย แววตาของเธอนั้นเต็มไปด้วยความจริงใจและความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิดบาปในใจลึกๆ... แต่เอาเถอะครับ เพื่อเงินหมื่นแรกและความอยู่รอดของศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย ยอมขายหน้าสักครั้งคงไม่ตายหรอกมั้ง!
"เปล่าหรอกมินตรา..." ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ตั้งสติรวบรวมความด้านชาทั้งหมดที่มีในชีวิตพุ่งชนขีดสุด "แค่กำลังคิดว่า... ชีวิตคนเรามันก็เหมือนการเต้นรำนั่นแหละครับ บางทีเราก็ต้องมีจังหวะก้าวออกไปข้างหน้า... แบบไม่ต้องแคร์สายตาใครบ้าง"
พูดจบ ผมก็ผุดลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้พลาสติกสีแดงอย่างรวดเร็ว เล่นเอาโต๊ะข้างๆ ที่กำลังซดก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ ถึงกับสำลักพร้อมเพรียงกันหันมามองเป็นตาเดียว
"ธันวา! นายจะทำอะไร ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" มินตราหน้าซีดเผือด เธอรีบควชายเสื้อเชิ้ตยับๆ ของผมไว้ทันที แต่สายเกินไปแล้วครับ... เพราะหน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วที่ลอยอยู่ตรงหน้าผม ได้เริ่มนับถอยหลัง 3... 2... 1... และเสียงเพลงเคป๊อปบีิ้วท์อารมณ์จังหวะชวนโยกก็ดังกระหึ่มขึ้นในหัวผมทันที!
ตู๊ด... ตืด... ตู้ด!
ในวินาทีนั้น ทะเลความอายถูกแผดเผาด้วยไฟแห่งความโลภ... เอ๊ย! ด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่นที่จะทวงคืนความยิ่งใหญ่ ผมสลัดภาพลักษณ์อดีต CEO ผู้หยิ่งยโสทิ้งลงถังขยะ สองมือสะบัดขึ้นเหนือหัว สะโพกหมุนวนตามจังหวะเพลงในจินตนาการอย่างพลิ้วไหวราวกับนางอัปสรลงมาจุติ สายตาจ้องมองตรงไปยังกลุ่มวัยรุ่นโต๊ะข้างๆ ที่อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่
"โว้ว! โฮ้ว! เย่!" ผมส่งเสียงร้องตามอินเนอร์ พร้อมกับทำท่าส่งจูบ (Kiss and Cry) ให้กับคุณป้าแม่บ้านที่กำลังถือไม้ถูพื้นเดินผ่านมาพอดี คุณป้าถึงกับสะดุ้งโหยง ทำไม้ถูพื้นหลุดมือเกือบฟาดหน้าตัวเอง
ศูนย์อาหารทั้งฟลอร์ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนที่เสียงซุบซิบจะดังระเบิดขึ้น
"เฮ้ยแก ดูตานั่นดิ... หน้าตาดีนะ แต่ท่าทางเหมือนสติหลุดว่ะ"
"นั่นมันท่าเต้นวง NewJeans นี่หว่า! โอ้โห... เอวพริ้วกว่ากะเทย 2019 อีกคุณพี่!"
"ถ่ายคลิปๆ ลง TikTok เร็ว เดี๋ยวไวรัลแน่!"
มินตราถึงกับกุมขมับ เธอยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองแน่นด้วยความอับอายจนหูแดงแจ๋ ร่างบางมุดตัวลงต่ำแทบจะมุดมุดใต้โต๊ะอาหารอยู่รำคาญใจ พลางพึมพำเบาๆ ว่า *'ฉันไม่รู้จักผู้ชายคนนี้... ฉันไม่รู้จักเขาเด็ดขาด'*
ผ่านไปสามนาทีที่ยาวนานราวกับสามปีโลกาวินาศ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบผมของผม ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงโห่แซวสนุกสนานจากไทยมุงนับร้อยชีวิต
*[ติ๊ง! ยินดีด้วยครับ! ภารกิจ "สเต็ปนี้พี่ไม่ได้ขอ... แต่ระบบบังคับ!" สำเร็จลุล่วงอย่างงดงาม!]*
*[ระบบทำการโอนเงินสด 10,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของท่านเรียบร้อยแล้ว กรุณาตรวจสอบยอดเงิน]*
ครืดดด!
เสียงสั่นเตือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าางเกงดังขึ้นทันที มินตราสะดุ้งเฮือก เธอรีบหยิบโทรศัพท์มือถือของผมขึ้นมาดูหน้าจอด้วยความตกใจระคนสงสัย เพราะคิดว่าน่าจะเป็นข้อความจากเจ้าหนี้โทรมาทวงเงินอีกรอบ
แต่ทว่า... สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอกลับไม่ใช่ข้อความทวงหนี้สุดโหด
แต่มันคือข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารสีเขียว ที่มียอดเงินฝากเพิ่มขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ... **10,000.00 บาทถ้วน!**
ดวงตากลมโตหลังกรอบแว่นเบิกกว้างจนแทบจะทะลักออกมานอกเบ้า เธอกระพริบตาปริบๆ หันกลับมามองผมที่ยืนหอบแฮ่กอยู่บนเก้าอี้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับกำลังมองเห็นตัวประหลาดจากต่างดาว
"ธะ... ธันวา..." เสียงของมินตราสั่นเครือเล็กน้อย เธอชูหน้าจอโทรศัพท์มือถือสั่นๆ ขึ้นมาตรงหน้าผม "เงินนี่... เงินบ้าอะไรตั้งหมื่นนึงเนี่ย? นายไปปล้นธนาคารไหนมาวะ? หรือว่านายไปขาย... เอ่อ... ขายบริการมา?!"
ผมกระโดดลงจากเก้าอี้ จัดปกเสื้อเชิ้ตที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่ เช็ดเหงื่อบนหน้าผากด้วยท่าทางสุขุมนุ่มลึกราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะแย้มรอยยิ้มพราวเสน่ห์แบบฉบับเศรษฐีผู้กุมความลับของจักรวาล
"บริการอะไรกันเล่าคุณคู่หมั้น..." ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ เดินไปตบไหล่เธอเบาๆ สองที แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
"ผมบอกแล้วไงครับ... ว่าวันนี้เราจะกินกล้วยทอดที่แพงที่สุดในโลก"
พูดจบ ผมก็กวักมือเรียกพ่อค้าแม่ค้ากล้วยทอดเจ้าดังประจำห้างเสียงดังฟังชัด "แม่ค้าครับ! เอากล้วยทอด ไข่นกกระทา และมันทอดทุกถุงที่มีในร้าน... เหมาหมดนี่เลยครับ! ไม่ต้องทอน!"
การกระทำอันแสนจะเปย์แบบไม่เกรงใจใครหน้าไหน ทำเอาคนทั้งศูนย์อาหารรวมถึงมินตราถึงกับอึ้งทึ่งจนพูดไม่ออก แต่ทว่า ในจังหวะที่เรากำลังจะเดินไปรับถุงกล้วยทอดทองคำนั้นเอง...
พรึบ!
เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบคู่ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดสูทสีดำสนิทสวมแว่นกันแดดกลุ่มใหญ่ ที่เดินแหวกฝูงชนเข้ามาล้อมโต๊ะของเราไว้ในพริบตา คนตรงกลางคือชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยสวมแหวนเพชรเม็ดเป้ง นิ้วชี้หน้าผมด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยถนัดตา
"โอ๊ะๆๆ นึกว่าใคร... ที่แท้ก็คุณอดีต CEO ธันวานี่เอง หนีหนี้หัวซุกหัวซุนมาหลบอยู่กินกล้วยทอดกระจอกๆ แบบนี้เหรอเนี่ย? น่าสมเพชจริงๆ เว้ยฮ่าๆๆ!" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของ "เสี่ยเกรียงไกร" เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบรายใหญ่ดังลั่นจนคนหันมามอง
มินตราหน้าถอดสี เธอก้าวถอยหลังมาหลบหลังผมทันที ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว
ผมหรี่ตามองไอ้เสี่ยพุงพลุ้ยที่กำลังยืนยิ้มระรื่น ก่อนจะยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างเย็นเยียบ... เจ้าหนี้สารเลวคนนี้นี่เอง ที่เคยส่งคนมาข่มขู่เราเมื่อวานซืน
ระบบช็อตฟีลตัวตึงในหัวผมส่งเสียงกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับหน้าต่างภารกิจใหม่ที่เด้งขึ้นมาขวางหน้า
*[ติ๊ง! ตรวจพบเป้าหมายปากดี สมควรโดนตบหน้าด้วยความรวย!]*
*[ภารกิจใหม่: "ฟาดหน้าหงายด้วยสไตล์สายเปย์!"]*
*[รายละเอียด: จงใช้บัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัด (Black Card) ที่เพิ่งปลดล็อก ซื้อกิจการศูนย์อาหารแห่งนี้ต่อหน้ามันทันที เพื่อให้มันรู้ว่าใครคือพ่อ!]*
ผมล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกั๊ก หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทลวดลายทองคำแท้ที่เพิ่งปรากฏขึ้นมาในกระเป๋าอย่างลึกลับออกมาคีบไว้ระหว่างนิ้วสองนิ้ว แล้วดีดเบาๆ กลางอากาศ
"ซื้อกิจการเหรอครับ..." ผมหัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น่าเกรงขามจนเสี่ยเกรียงไกรถึงกับหุบยิ้มฉับพลัน "พอดีผมรำคาญเสียงเห่าของสุนัขแถวนี้... ถ้าอย่างนั้น ผมขอซื้อศูนย์อาหารนี้ทั้งตึกเลยก็แล้วกันครับ!"
ผมยื่นบัตรสีดำสนิทใบนั้นให้กับผู้จัดการห้างที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพอดี พร้อมกับพูดประโยคฆ่าคนตายด้วยใบหน้าเรียบเฉย...
"รูดไปเลยครับ... สามร้อยล้านพอไหม?"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมหัวเราะไปด้วยกันนะครับ!
เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง•ตอนที่ 2
ระบบช็อตฟีลปรากฏกาย
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!