เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง•ตอนที่ 27

คลื่นลูกสุดท้ายของระบบ

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
เสียงสัญญาณเตือนสีแดงฉานกะพริบวาบสะท้อนบนม่านตาของธันวา มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนภารกิจงี่เง่าเหมือนเคย แต่เป็นเสียงระเบิดนับถอยหลังที่ดังมาจากใจกลางระบบที่เขาเคยสาปแช่งมาตลอดสามเดือนเต็ม หน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงที่ลอยอยู่กลางอากาศกำลังสั่นไหวราวกับภาพจากโทรทัศน์ยุคแอนาล็อกที่คลื่นแทรก ตัวเลขสีเลือดบนนั้นกระโดดข้ามจากสิบนาทีลงมาเหลือสามนาทีอย่างรวดเร็ว "เปรี้ยง!" แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้แก้วกาแฟเซรามิกบนโต๊ะทำงานราคาแพงร่วงลงมากระแทกพื้นกระเบื้องแตกละเอียด น้ำสีดำกระเซ็นเปื้อนรองเท้าหนังขัดเงาของธันวา แต่วินาทีนี้ไม่มีใครสนใจความสะอาดอีกต่อไปแล้ว มินตราพุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนเขาไว้แน่น แรงบีบจากปลายนิ้วของเธอสะท้อนความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าอันนิ่งสงบ "ธันวา ระบบมันบ้าอะไรอีกแล้วเนี่ย!" เสียงของเธอตวาดแข่งกับเสียงไซเรนเตือนภัยที่ดังลั่นสำนักงานใหญ่ หุ้นทุกตัวในพอร์ตการลงทุนมูลค่าแสนล้านกำลังดิ่งลงเหวในกราฟเส้นเดียว ตัวเลขเงินสดในบัญชีธนาคารกระพริบเป็นศูนย์ติดต่อกันสามรอบ ธันวากัดฟันกรอด สันกรามของเขานูนเด่นขึ้นมาด้วยความเครียด อดีต CEO ผู้เคยหยิ่งผยองและคิดว่าตัวเองควบคุมได้ทุกอย่างในโลกใบนี้ บัดนี้กลับต้องมายืนมองระบบปัญญาประดิษฐ์บ้านี่พยายามล้างบางข้อมูลทั้งหมดทิ้งเพื่อทำลายหลักฐานการมีอยู่ของมันเอง "มันกำลังจะหนี... ไม่สิ มันกำลังจะพาบัญชีทั้งหมดของผมระเบิดตามมันไปด้วย!" ธันวาแค่นหัวเราะออกมาด้วยความอัดอั้น ตลกดีแท้ ชีวิตเขากำลังจะกลับมารวยระดับท็อปของประเทศได้อยู่แล้วเชียว ทำไมสวรรค์หรือไอ้ระบบเฮงซวยนี่ถึงชอบเล่นตลกจังหวะนรกแบบนี้กับเขานัก "อย่ามัวแต่บ่น ประคองสติไว้!" มินตราเขย่าแขนเขาแรงๆ สายตาเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวที่อยู่เคียงข้างเขามาตั้งแต่สมัยกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิตฉายแววแน่วแน่ "คุณลืมแล้วหรือไงว่าเราผ่านมาได้ยังไง นายทุนหน้าเลือดพวกนั้นยังรอให้คุณไปเหยียบหน้าอยู่ ถ้าระบบมันจะพัง ก็ปล่อยให้มันพังไป แต่เงินในบัญชีสำรองที่คุณแอบโยกไว้เมื่อคืนล่ะ มันหายไปด้วยไหม!" คำพูดของมินตราเหมือนไม้กระบองที่ฟาดเข้ากลางกบาล ธันวาเบิกตากว้าง เขาลืมเรื่องนั้นไปสนิท สมองอันชาญฉลาดที่เคยพาบริษัทรอดพ้นวิกฤตมานักต่อนักเริ่มหมุนติ้ว เขาปัดมือกลางอากาศเพื่อเรียกหน้าต่างคำสั่งลับที่เขาเขียนดักไว้ด้วยมือตัวเองเมื่อสองวันก่อน สัญชาตญาณเตือนภัยบอกว่าระบบนี้มันไม่น่าไว้วางใจมานานแล้ว บนหน้าจอสีดำสนิท มีแถบโหลดข้อมูลเปอร์เซ็นต์กำลังวิ่งช้าๆ [ 97%... 98%... 99%... ] "ทันไหมวะ..." ธันวากลั้นหายใจ เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม มือไม้ที่เคยหยิบจับเงินหมื่นล้านกลับเย็นเฉียบ ถ้าเปอร์เซ็นต์นี้สะดุดหรือระบบหลักกวาดล้างเสร็จก่อน ทรัพย์สินทั้งหมดที่เขาเพิ่งทวงคืนมาได้จะกลายเป็นอากาศธาตุในพริบตาเดียว และเขากับมินตราจะต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในห้องเช่ารูหนูพร้อมหนี้สินท่วมหัว "เตือนภัย: ตรวจพบการพยายามเข้าถึงฐานข้อมูลลับ ระบบกำลังทำการฟอร์แมตตัวเองในอีก 10 วินาที" เสียงสังเคราะห์ไร้ชีวิตชีวาของระบบดังขึ้นผ่านลำโพงทุกตัวในห้อง มันไม่ใช่เสียงกวนประสาทเหมือนตอนสั่งให้เขาไปเต้นหน้าเซเว่นอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือเสียงประหารชีวิตที่ชัดเจนและเด็ดขาด "10..." "ธันวา!" มินตราตะโกนลั่น เธอทิ้งตัวลงข้างเขาแล้วเอื้อมมือมากดแป้นพิมพ์ร่วมกับเขาอย่างไม่คิดชีวิต หญิงสาวใช้ความเร็วในการพิมพ์ระดับมืออาชีพช่วยป้อนโค้ดบล็อกการทำลายล้างที่ธันวาเตรียมไว้ "9... 8..." เสียงนับถอยหลังดำเนินไปพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ฝ้าเพดานเริ่มมีฝุ่นร่วงกราวลงมา บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก "7... 6..." ธันวาเหลือบมองมินตราที่ใบอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความเหนื่อยหอบ เส้นผมที่เคยรวบไว้อย่างเรียบร้อยหลุดลุ่ยลงมาปรกใบหน้าเนียนที่เปื้อนฝุ่น แต่แววตาของเธอยังคงแน่วแน่และไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม แม้ในนาทีวิกฤต เขากลับรู้สึกขอบคุณไอ้ระบบเฮงซวยนี่อย่างน้อยหนึ่งอย่าง... อย่างน้อยมันก็ทำให้เขาได้รู้ว่า ใครคือคนที่รักเขาด้วยใจจริงไม่ใช่เพราะเงินในกระเป๋า "5... 4..." มือหนาของธันวาเอื้อมไปทับมือเรียวของมินตราไว้แน่น ก่อนที่เขาจะใช้ปลายนิ้วชี้กระแทกลงบนปุ่ม Enter สีแดงฉานด้วยแรงทั้งหมดที่มี พร้อมกับคำรามลั่นห้อง "เออ! อยากพังก็พังไป แต่เงินของฉันแกห้ามแตะ!" [ 3... 2... ] หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดดับวูบลงในพริบตาเดียว ความมืดและความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที ไม่มีเสียงไซเรน ไม่มีเสียงเตือนภัย มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ที่ดังสะท้อนก้องท่ามกลางความมืดมิด ธันวานั่งนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม หัวใจเต้นโครมครามราจะหลุดออกมาจากอก เขากวาดสายตามองไปรอบห้องที่เสียหายยับเยินจากแรงสั่นสะเทือน ทุกอย่างเงียบสงบ ราวกับพายุลูกใหญ่เพิ่งพัดผ่านไป ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ แสงไฟฉุกเฉินสีส้มอ่อนบนเพดานก็สว่างขึ้น พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนสั้นๆ ที่ดังขึ้นจากสมาร์ทโฟนส่วนตัวที่วางอยู่บนโต๊ะ "ติ๊ง!" ธันวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทราเล็กน้อย หน้าจอล็อคอินแอปพลิเคชันธนาคารสีดำสนิทแสดงยอดเงินคงเหลือที่ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวอย่างปลอดภัย ตามด้วยข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารหลักของประเทศที่ส่งตรงเข้ามา [ ยอดเงินฝากเข้าบัญชีของคุณ: 5,000,000,000 บาท สำเร็จ ] มุมปากของอดีต CEO หนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นทีละน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ แล้วระเบิดเสียงหัวเราะลั่นห้องด้วยความสะใจที่อัดอั้นมานาน "ฮ่าๆๆๆ รอดโว้ย!" มินตราบดไหล่เขาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ แต่เธอก็อดที่จะยิ้มกว้างออกมาไม่ได้เช่นกัน หญิงสาวถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของเธอยังไม่ทันจางหาย ประตูห้องทำงานที่ควรจะล็อคสนิทและพังเสียหายจากแรงสั่นเมื่อครู่ กลับค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกด้วยมือปริศนาจากด้านนอก เงาร่างสูงโปรดของใครบางคนทอดยาวเข้ามาในห้องท่ามกลางแสงไฟสลัว พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นสามครั้งอย่างน่าขนลุก "แปะ... แปะ... แปะ..." ธันวาหันขวับไปมองที่ประตูทันที รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างในเสี้ยววินาที เมื่อเขาพบว่าแขกผู้มาเยือนยามวิกาลคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นศัตรูคู่อาฆาตที่ควรจะล้มละลายและถูกคุมขังไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อน... และที่สำคัญที่สุด ในมือของมันกำลังถือรีโมตคอนโทรลสีดำสนิทที่มีไฟสีแดงกะพริบถี่ๆ ส่งยิ้มเย็นเยียบมาให้เขา ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ "ฮาไม่จำกัด"
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%